YouVersion Logo
Search Icon

พระคัมภีร์ในหนึ่งปี 2023 พร้อมด้วยคำอธิบายจาก นิคกี้และพิพพา กัมเบลSample

พระคัมภีร์ในหนึ่งปี 2023 พร้อมด้วยคำอธิบายจาก นิคกี้และพิพพา กัมเบล

DAY 74 OF 365

คุณเป็นที่โปรดปรานของพระเจ้า

ในปีแรกของผมในรั้วมหาวิทยาลัย ผมอายุ 18 ปี ผมอ่านพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่จบเล่มภายในหนึ่งสัปดาห์ ตั้งแต่มัทธิวถึงวิวรณ์ และเริ่มเชื่อมั่นว่า 'มันเป็นความจริง’แต่ผมไม่เต็มใจที่จะติดตามพระเยซู เพราะผมคิดว่าชีวิตของผมจะน่าเบื่อมากและผมจะต้องละทิ้งความสุขทั้งหมด ในความเป็นจริงแล้วตรงกันข้าม ผมได้พบกับสิ่งที่ดียิ่งกว่าความสุข เราทุกคนต้องการมีชีวิตที่มีความสุข อริสโตเติลได้เขียนความหมายไว้ว่า ‘ความสุข’ คือความหมาย และเป้าหมายของชีวิตเป็นจุดมุ่งหมายทั้งหมด และเป็นจุดจบในการมีชีวิตอยู่ของมนุษย์’ แต่ยังมีสิ่งที่ดียิ่งกว่า ยิ่งใหญ่กว่าและลึกซึ้งกว่าความสุข ความสุขขึ้นอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ของเรา แต่ความปีติยินดีนั้นลึกซึ้งกว่ามาก และไม่ได้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ภายนอก เป็นพระพรจากพระเจ้า ความปีติยินดีเป็นพระลักษณะของพระเยซูแม้จะอยู่ในครรภ์ของมารดา (ลูกา 1:44) ข้อพระคำในภาคพันธสัญญาใหม่ในวันนี้ใช้คำภาษากรีกที่แปลว่า ‘เป็นสุข’ หมายถึงเป็นผู้ที่มีสิทธิพิเศษในการได้รับความโปรดปรานของพระเจ้า และเป็นผู้โชคดีและมีความสุขเพราะสิ่งนี้ ใน Amplified Bible ได้อธิบายความเป็นสุขไว้ว่า ‘การมีความสุข เป็นที่น่าอิจฉา และเต็มล้นฝ่ายจิตวิญญาณ ด้วยชีวิตที่ปีติยินดีและพึงพอใจในความโปรดปรานและความรอดของพระเจ้า โดยไม่คำนึงถึงปัจจัยภายนอก’ (มัทธิว 5:3, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก Amplified Bible โดยผู้แปล)

สดุดี 34:1-10

สรรเสริญพระเจ้าสำหรับความโปรดปรานของพระองค์

ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา พิพพาและผมได้ท่องเที่ยวไปทั่วโลก บางครั้งเราก็ได้รับประทานอาหารหน้าตาแปลก ๆ ที่เราไม่เคยกินหรือไม่เคยเห็นมาก่อน แต่บ่อยครั้งที่กลับกลายเป็นว่ามันอร่อย มีเพียงหนทางเดียวเท่านั้นที่จะรู้ได้ คือ ‘การชิมและเห็นกับตา’

ดาวิดกล่าวว่า ‘เชิญชิมดูแล้วจะเห็นว่า พระยาห์เวห์ประเสริฐ คนที่ลี้ภัยอยู่ในพระองค์ก็เป็นสุข’ (ข้อ 8) นั่นเป็นสิ่งที่ผมได้พบเมื่อผมเริ่มติดตามพระเยซู ตั้งแต่บัดนั้นก็เป็นความปรารถนาของผมที่จะนำถ้อยคำเหล่านี้ไปสู่ผู้คนมากที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้ และบอกกับพวกเขาว่า ‘ขอให้เรามาร่วมกันประกาศข่าวประเสริฐพร้อมกับข้าพเจ้า ขอให้เรามาเผยแพร่ออกไปด้วยกันเถิด’ (ข้อ 3, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)

เช่นเดียวกับดาวิด จงสรรเสริญพระเจ้าสำหรับทุกสิ่งที่ความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับพระเจ้าได้นำมาสู่ชีวิตของคุณ จงสรรเสริญพระเจ้า ‘ตลอดไป’ (ข้อ 1) ไม่ใช่เพียงแค่เวลาที่สิ่งต่าง ๆ ดำเนินไปด้วยดี หรือเวลาที่สะดวกที่จะทำเท่านั้น ‘ข้าพเจ้าสรรเสริญพระเจ้าทุก ๆ โอกาส ใจของข้าพเจ้าพองโตด้วยคำสรรเสริญพระองค์ ข้าพเจ้าหายใจเข้าออกเป็นพระเจ้า หากสิ่งต่าง ๆ ไม่เป็นไปด้วยดี จงฟังสิ่งนี้และยินดี’ (ข้อ 1-2, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)

จงสรรเสริญพระเจ้าสำหรับ:

1. การตอบคำอธิษฐาน

ดาวิดเขียนไว้ว่า ‘ข้าพเจ้าได้แสวงหาพระยาห์เวห์ และพระองค์ทรงตอบข้าพเจ้า’ (ข้อ 4ก) พระเจ้าทรงช่วยเขาในเวลาที่พบปัญหา ‘เมื่อข้าพเจ้าสิ้นหวัง ข้าพเจ้าร้องหาพระองค์ และพระเจ้าทรงนำข้าพเจ้าออกจากสถานการณ์คับขัน’ (ข้อ 6, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)

2. การเป็นอิสระจากความกลัว

ดาวิดอธิบายว่าพระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐานของเขาอย่างไรในกรณีนี้ ‘พระองค์ทรงช่วยกู้ ข้าพเจ้าให้พ้นจากความกลัวทั้งสิ้น’ (ข้อ 4ข)

ผู้ที่ยำเกรงพระเจ้าจะได้รับการปลดปล่อยจากความกลัว ‘จงยำเกรงพระยาห์เวห์’ (ข้อ 9ก) เทียบเท่ากับ ‘การแสวงหาพระยาห์เวห์’ (เปรียบเทียบ ข้อ 9ข, ‘ผู้ที่ยำเกรงพระองค์ไม่ขาดแคลน’ กับข้อ 10ข, ‘ผู้ที่แสวงหาพระยาห์เวห์ไม่ขาดสิ่งดีใด ๆ’)

ดาวิดไม่ได้บอกว่าเราจะไม่ขาดสิ่งใดเลย แต่เขาบอกว่า ‘ผู้ที่แสวงหาพระยาห์เวห์ไม่ขาดสิ่งดีใด ๆ’ (ข้อ 10ข) หรือในพระคัมภีร์ The Message กล่าวว่า ‘การนมัสการเป็นการเปิดประตูไปสู่สิ่งดีทั้งสิ้นของพระองค์’ (ข้อ 9ข, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)

3. ใบหน้าที่เบิกบาน

ผมสังเกตเห็นสิ่งหนึ่งก่อนที่ผมจะเป็นคริสเตียน คือความเบิกบานบนใบหน้าของคริสเตียนหลาย ๆ คน ‘คนทั้งหลายที่เพ่งดูพระองค์จะเบิกบาน เขาจะไม่อดสู’ (ข้อ 5)

4. การปกป้องจากทูตสวรรค์

‘ทูตของพระเจ้าได้ตั้งวงอารักขาล้อมเรา ในขณะที่เราอธิษฐาน’ (ข้อ 7, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล) ลองนึกดูว่านี่เป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์ เมื่อคุณอธิษฐานและนมัสการพระเจ้า คุณก็ได้รับการปกป้องจากทูตสวรรค์

‘ความสุขทั้งหมดนั้นล้นออกมาเองเป็นคำสรรเสริญ’ ซี.เอส. ลูอิส ได้เขียนไว้ ‘...ความสุขนั้นยังไม่สมบูรณ์จนกว่าจะได้แสดงออก’

ข้าแต่พระเจ้า ขอบพระคุณพระองค์ที่พระองค์ทรงสัญญาว่าจะปลดปล่อยข้าพระองค์จากความกลัวทั้งสิ้น ขอบพระคุณพระองค์ที่ทูตของพระองค์ตั้งวงอารักขาล้อมข้าพระองค์ในขณะที่ข้าพระองค์อธิษฐาน ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์ขอบพระคุณ สรรเสริญ และนมัสการพระองค์ในวันนี้

ลูกา 1:39-56

เชื่อในพระสัญญาแห่งความโปรดปรานของพระเจ้า

มารีย์เป็นที่ ‘โปรดปรานมาก’ (1:28) ทูตสวรรค์กล่าวแก่นางว่า ‘เธอเป็นผู้ที่พระเจ้าโปรดปราน’ (ข้อ 30)

พระธรรมตอนนี้เต็มไปด้วยการเฉลิมฉลอง เนื่องจากเอลีซาเบธและมารีย์ตระหนักว่าพระเจ้าทรงโปรดปรานพวกเธอ

เอลีซาเบธที่เต็มไปด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ร้องเพลงถึงมารีย์ ‘ในบรรดาสตรีเธอได้รับพรมาก และทารกในครรภ์ของเธอก็ได้รับพรด้วย! ทำไมฉันถึงได้รับความโปรดปรานเช่นนี้ คือมารดาขององค์พระผู้เป็นเจ้าของฉันมาหา?... ความสุขเป็นของสตรีที่เชื่อว่าสิ่งที่องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับเธอนั้นจะสำเร็จ!’ (ข้อ 42-45)

การเน้นย้ำถึงเรื่องความเชื่อของมารีย์มีความสำคัญ เพราะหลาย ๆ คนมีการตอบสนองต่อสถานการณ์ที่แตกต่างกัน ความโปรดปรานของพระเจ้าไม่ได้หมายความว่าปัญหาทั้งหมดของมารีย์จะหายไป เธอตั้งครรภ์ และไม่ได้แต่งงานตามประเพณีซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาในทุกรูปแบบ

เธอยังคงเลือกที่จะรับรู้หนทางที่พระเจ้าจะทรงอวยพรเธอ เธอหยิบเอาคำอวยพรของเอลีซาเบธและร้องเป็นเพลงที่กลายเป็นที่รู้จักกันในชื่อ ‘Magnificat’ ในบทเพลงเธอร้องว่า ‘เปรมปรีดิ์ในพระเจ้าพระผู้ช่วย ให้รอดของข้าพเจ้า’ (ข้อ 47) สำหรับทุกสิ่งที่พระองค์ทรง ‘ทำการใหญ่เพื่อข้าพเจ้า’ (ข้อ 49)

ความโปรดปรานที่ทรงมีต่อมารีย์นั้นไม่เหมือนใคร ‘ในบรรดาสตรีเธอได้รับพรมาก’ (ข้อ 42ก) มารีย์เป็น:

1. พระมารดาขององค์พระผู้เป็นเจ้า

มารีย์อุ้มท้องพระบุตรของพระเจ้าในครรภ์ของเธอ พระเยซูได้รับพระพร (ข้อ 42ข) เมื่อเอลีซาเบธเข้ามาต่อหน้าพระเยซูที่ทรงเป็นทารกในครรภ์ เอลีซาเบธก็ ‘เต็มเปี่ยมด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์’ (ข้อ 41) ‘ความเปรมปรีดิ์’ เป็นลักษณะที่ตอบสนองต่อองค์พระเยซู แม้กระทั่งทารกในครรภ์ก็ ‘ดิ้นด้วยความเปรมปรีดิ์’ (ข้อ 44)

2. ที่ยอมรับสำหรับคนรุ่นหลัง

‘ตั้งแต่นี้ไปคนทุกยุคจะเรียกข้าพเจ้าว่าผาสุก' (ข้อ 48) มารีย์ได้รับการขนานนามว่าเป็น ‘มารีย์ผู้บริสุทธิ์ผู้ได้รับการอวยพร’ (The Blessed Virgin Mary) นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ดีเอ็นเอของพระเยซูมาจากการรวมกันของมารีย์และพระวิญญาณบริสุทธิ์ พระองค์ทรงเป็นบุตรของมารีย์โดยกำเนิด พระองค์ต้องดูเหมือนนาง พระองค์ต้องมีลักษณะทางกายภาพบางอย่างเหมือนนาง เธอเลี้ยงดูพระองค์มา ฝึกฝนและสอนพระองค์ เป็นเวลา 30 ปีที่เธอเป็นหญิงที่มีอิทธิพลต่อชีวิตของพระองค์

3. จุดสูงสุดของความเชื่อ

ความสุขเป็นของสตรีที่เชื่อว่าสิ่งที่องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับเธอนั้นจะสำเร็จ!’ (ข้อ 45) มารีย์เชื่อว่าสิ่งที่พระเจ้าตรัสกับเธอนั้นเป็นสิ่งพิเศษและเป็นไปไม่ได้สำหรับมนุษย์จะเกิดขึ้นจริง ดังที่ทูตสวรรค์ได้กล่าวกับมารีย์ว่า ‘เพราะว่าไม่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่พระเจ้าทรงทำไม่ได้’ (ข้อ 37)

สำหรับมารีย์สิ่งที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้นั้นดีพอ ๆ กับสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำ ‘เพราะว่าผู้ทรงฤทธานุภาพทรงทำการใหญ่เพื่อข้าพเจ้า’ (ข้อ 49) คอร์รี่ เท็น บูมกล่าวว่า ‘ความเชื่อทำให้มองเห็นในสิ่งที่มองไม่เห็น เชื่อในสิ่งที่ไม่น่าเชื่อ และได้รับในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้'

แน่นอนว่ามารีย์นั้นไม่เหมือนใคร แต่ในบางหนทางความโปรดปรานที่เธอพูดถึงสามารถใช้ได้กับคุณและผม คุณได้รับพระพรจากพระผู้ช่วยให้รอด (‘พระเจ้าพระผู้ช่วยให้รอดของข้าพเจ้า’ ข้อ 47) พระสัญญา เติมเต็มผู้หิวโหยด้วยสิ่งดี ๆ (ข้อ 53) พระสัญญาแห่งความโปรดปรานของพระเจ้าในการตอบสนองความหิวกระหายทางจิตวิญญาณของคุณด้วยการจัดเตรียมของพระองค์ ประยุกต์ใช้ได้กับคุณและผม

ข้าแต่พระเจ้า ขอบพระคุณพระองค์สำหรับความเชื่ออย่างมากของมารีย์ ที่เธอเชื่อว่าพระองค์สามารถทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้สำหรับมนุษย์ เช่นเดียวกับมารีย์ ข้าพระองค์ต้องการความโปรดปรานของพระองค์เพื่อนำให้ข้าพระองค์นมัสการพระองค์

กันดารวิถี 2:10-3:51

สัมผัสกับความโปรดปรานของการทรงสถิตอยู่ของพระเจ้า

เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น ‘ในช่วงเวลาที่พระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสส’ (3:1) สิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นความโปรดปรานสำหรับโมเสส บัดนี้ได้เปิดให้สำหรับทุกคน คุณสามารถสัมผัสกับความโปรดปรานในการที่พระเจ้าตรัสกับคุณ

ต้องมีการดูแลอย่างมหาศาลเพราะความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ และพระพรอันยิ่งใหญ่ของการทรงสถิตของพระเจ้าอยู่ท่ามกลางผู้คนของพระองค์ ‘เต็นท์นัดพบ’ (ที่ประทับของพระเจ้า) อยู่ ‘กลางขบวนค่ายต่าง ๆ’ (2:17) ทุก ๆ คนได้รับหน้าที่และความรับผิดชอบ โดยเฉพาะคนกลุ่มหนึ่งได้รับการแต่งตั้ง (คนเลวี) ให้ทำหน้าที่เต็มเวลา พวกเขาถูก ‘สถาปนาไว้ให้ทำหน้าที่’ (3:3) พวกเขาถูก ‘มอบให้’ แด่พระเจ้า (ข้อ 9)

ชีวิตของประชาชนของพระเจ้าวนเวียนอยู่กับที่ประทับของพระเจ้าอย่างแท้จริง เป็นหัวใจสำคัญของความเป็นตัวตน ความสำเร็จ และความโปรดปรานของพวกเขา

แต่ในที่นี้เราจะเห็นได้ว่าการที่พระเจ้าทรงอยู่กับประชาชนของพระองค์ก็มีข้อจำกัด ประชาชนถูกกันออกจากสถานศักดิ์สิทธิ์ (ข้อ 10) คือใจกลางของที่ประทับของพระเจ้า ซึ่งในภาคพันธสัญญาใหม่คือ การแบ่งแยกที่กล่าวถึงนี้ได้ถูกลบออกแล้ว

ตอนนี้คุณสามารถสัมผัสกับความโปรดปรานของการที่พระเจ้าทรงสถิตกับคุณ สาระสำคัญของพระพรในการทรงสถิตของพระเจ้าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ตลอดทั้งพระคัมภีร์ พระเยซูทรงนำการทรงสถิตของพระเจ้ามายังเรา (ยอห์น 1:14ก) พระเยซูทรงให้พระวิญญาณบริสุทธิ์แก่เรา ซึ่งพระองค์ทรงได้รับจากพระเจ้าสถิตอยู่ในท่าน (1 โครินธ์ 6:19) เราได้สัมผัสกับการทรงสถิตของพระเจ้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเรารวมตัวกัน (มัทธิว 18:20) วันหนึ่งคุณจะได้รู้จักกับการทรงสถิตของพระเจ้าตัวต่อตัว (วิวรณ์ 21:3, 22:4)

ข้าแต่พระเจ้า ขอบพระคุณพระองค์สำหรับพระพรแห่งการทรงอยู่และความโปรดปรานของพระองค์ ดังที่พระองค์ทรงกระทำกับโมเสส ขอทรงโปรดตรัสกับข้าพระองค์ในวันนี้เถิด

Pippa Adds

ลูกา 1:39-56

เป็นการดีที่จะมีใครสักคนร่วมทางเดินไปในชีวิตกับเรา พระเจ้าไม่ได้ทรงทิ้งให้มารีย์อยู่ลำพังเพื่อที่จะเปิดเผยเรื่องราวพิเศษนี้ พระองค์ทรงประทานเอลีซาเบธให้กับเธอ พวกเธอต้องเป็นกำลังใจสำคัญของกันและกัน ทั้งสองตั้งครรภ์ในสถานการณ์ที่น่าอัศจรรย์ คือพวกเธอรู้ว่าบุตรชายของพวกเธอจะเข้ามาในโลกเพื่อทำพันธกิจอันอัศจรรย์ของพระเจ้าให้สำเร็จ (และหนึ่งในนั้นคือพระเจ้า!)

References

ข้อพระคัมภีร์อ้างอิงมาจากพระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 2011 สงวนสิทธิ์โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย (ยกเว้นข้อที่ระบุว่าเป็นฉบับอื่น)

About this Plan

พระคัมภีร์ในหนึ่งปี 2023 พร้อมด้วยคำอธิบายจาก นิคกี้และพิพพา กัมเบล

การเข้าใจพระคัมภีร์อาจเป็นเรื่องยาก ทำไมไม่ลองอ่านหรือฟังพร้อมกับคำอธิบายทุกวัน จากนิคกี้และพิพพา กัมเบล -ผู้บุกเบิกอัลฟ่า เริ่มวันนี้เลย!

More