YouVersion Logo
Search Icon

พระคัมภีร์ในหนึ่งปี 2023 พร้อมด้วยคำอธิบายจาก นิคกี้และพิพพา กัมเบลSample

พระคัมภีร์ในหนึ่งปี 2023 พร้อมด้วยคำอธิบายจาก นิคกี้และพิพพา กัมเบล

DAY 362 OF 365

พันธสัญญาแห่งความรัก

ตอนที่ลูกสาวผมเข้าพิธีแต่งงาน ผมเดินส่งตัวเธอเธอเข้าพิธี ทด้านหน้าคริสตจักร ต่อหน้าครอบครัวและเพื่อนฝูง ด้วยความรักอันเหลือล้นที่ทั้งสองมีให้กัน เธอและสามีให้คำมั่นสัญญาว่าจะภักดีต่อกัน ทั้งคู่ได้ท*ำพันธสัญญาแห่งความรัก* มันคือวาระที่เต็มไปด้วยความรัก พันธสัญญาคือการตกลงกันอย่างเป็นทางการของคนสองคน หรือสองฝ่าย การทำพันธสัญญาเป็นเรื่องธรรมดาในโลกยุคโบราณ พันธสัญญามักทำด้วยการกระทำที่จริงจัง อาทิเช่น การใช้เลือดเป็นเครื่องบูชา แนวคิดของพันธสัญญาสำคัญอย่างยิ่งในพระคัมภีร์ของคริสเตียน ที่สองส่วนถูกเรียกว่า พันธสัญญาเดิม และ*พันธสัญญาใหม่* (‘Testamentum’ (เทสทาเมนทัม) เป็นภาษาละตินสำหรับคำว่า*พันธสัญญา*) แม้ว่าพันธสัญญาใหม่จะแตกต่างจากพันธสัญญาเดิม แต่ทั้งสองก็เกิดขึ้นมาจากความรักอันท่วมท้นของพระเจ้าที่มีต่อคุณ

สดุดี 148:7-14

สรรเสริญพระเจ้าสำหรับมิตรภาพที่สนิทสนมของพระองค์

คุณทราบหรือไม่ว่าคุณสามารถเป็น ‘สหายสนิท’ ของพระเจ้าได้? นี่คือสิ่งที่หมายถึงการเป็นส่วนหนึ่งของ ‘ประชากรของพระองค์’ ผู้ซึ่ง ‘รักพระเจ้า’ (ข้อ 14, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล) นี่เป็นทั้งหมดของพันธสัญญาแห่งรักของพระเจ้า

เนื่องด้วยความรักของพระเจ้าที่มีต่อเขา จิตใจของผู้เขียนสดุดีจึงเปี่ยมล้นด้วยการสรรเสริญ เขาเรียกทุกสรรพสิ่งแห่งการทรงสร้างสรรเสริญพระเจ้าเช่นเดียวกับมนุษยชาติ (ข้อ 7-12) ‘ให้ทั้งหมดนี้สรรเสริญพระนามพระยาห์เวห์ เพราะพระนามของพระองค์เท่านั้นที่ควรเยินยอ’ (ข้อ 13)

สดุดีบทนี้มาถึงจุดสูงสุด ‘พระองค์ทรงยกชูประชากรของพระองค์ด้วยเขาสัตว์ คำสรรเสริญของประชากรของพระองค์ อิสราเอล และประชาชนอยู่ใกล้ชิดพระทัยของพระองค์’ นี่คือ ‘สหายสนิทของพระเจ้า’ (ข้อ 14 พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)

เขาสัตว์’ เป็นสัญลักษณ์แห่งพระกำลังขององค์พระผู้เป็นเจ้า และได้สำเร็จในพระเยซู ‘และทรงให้ผู้ช่วยทรงฤทธิ์ (เขาสัตว์แห่งความรอด) เกิดมาเพื่อเราในเชื้อวงศ์ของดาวิดผู้รับใช้ของพระองค์’ (ลูกา 1: 69) ทรงกระทำดังนี้เพราะความรักอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ที่มีต่อเรา ทรงทำพันธสัญญาแห่งรักเพราะพระองค์ต้องการให้ประชากรของพระองค์เข้าใกล้ชิดพระทัยของพระองค์ ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมผู้เขียนพระธรรมสดุดีจึงจบด้วยการโห่ร้องว่า ‘สรรเสริญพระยาห์เวห์!’ (สดุดี 148 :14)

ข้าแต่พระเจ้า ขอบคุณที่พระองค์ทรงทำพันธสัญญากับข้าพระองค์ ที่พระองค์ทรงนำข้าพระองค์เข้ามาใกล้ชิดพระทัยพระองค์ และเรียกข้าพระองค์ว่าสหายสนิทของพระองค์

วิวรณ์ 19:11-21

ขอบคุณพระเยซูที่ทรงจ่ายราคา

พันธสัญญาของพระเจ้ามีราคาที่ต้องจ่าย และได้รับการจ่ายแล้ว ไม่ใช่โดยเราแต่โดยองค์พระเจ้าองค์ผ่านทางองค์พระเยซู ผู้ซึ่งหลั่งพระโลหิตเพื่อคุณ ยอห์นเห็นพระเยซูทรงม้าสีขาว และพรรณาถึงพระองค์ด้วย 4 พระนาม ดังต่อไปนี้:

  1. ซื่อสัตย์และสัตย์จริง
    ‘ทรงพิพากษาและทรงต่อสู้ด้วยความชอบธรรม’ (ข้อ 11) พระองค์แทงทะลุความลับแห่งจิตใจของเรา (‘พระเนตรของพระองค์เหมือนอย่างเปลวไฟ’ ข้อ 12ก) พระองค์ทรงมีสิทธิอำนาจแห่งจักรวาล (‘บนพระเศียรของพระองค์มีมงกุฎหลายอัน’ ข้อ 12ข) แม้เราจะไม่สัตย์ซื่อแต่พระองค์ ‘ซื่อสัตย์และสัตย์จริง' (ข้อ 11)

ตลอดพระคัมภีร์ทั้งเล่ม เราได้อ่านถึงความสัตย์ซื่อของพระเจ้าต่อพันธสัญญาและพระสัญญาของพระองค์ ความสัตย์ซื่อของพระเจ้าเห็นได้อย่างชัดเจนผ่านทางพระเยซู ผู้ทรง ‘ซื่อสัตย์และสัตย์จริง’

  1. พระนามที่มีแต่พระเยซูเท่านั้นที่รู้ ‘...พระองค์ทรงมีพระนามจารึกไว้ซึ่งไม่มีใครรู้จักเลยนอกจากพระองค์เอง’ (ข้อ 12ค) การสำแดงของพระเจ้าเกี่ยวกับพระองค์เองในพระเยซูคริสต์จะไม่เสร็จสมบูรณ์จนกว่าเราจะได้พบพระองค์หน้าต่อหน้า (1 โครินธ์ 13 :12)

  2. พระวจนะของพระเจ้า
    ‘...พระนามที่เรียกพระองค์นั้นคือ พระวาทะของพระเจ้า’ (วิวรณ์ 19 :13) พระวาทะพระเจ้าคือวิธีพระเจ้าสื่อสารกับเรา การเปิดเผยสูงสุดของพระเจ้าอยู่ในองค์พระเยซู ผู้ซึ่งเป็นพระวาทะของพระเจ้า (ยอห์น 1:1)

‘พระองค์ทรงฉลองพระองค์ที่ได้จุ่มเลือด’ (วิวรณ์ 19:13ก, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล) นี่เป็นหลักฐานแห่งความรักอันท่วมท้นของพระองค์ที่มีต่อคุณ นี่คือ ‘โลหิตแห่งพันธสัญญา’ (มัทธิว 26: 28) โลหิตของ พระเยซู หลั่งออกเพื่อคุณ

  1. กษัตริย์เหนือกษัตริย์ทั้งหลาย และเจ้านายเหนือเจ้านายท้ังหลาย
    พระองค์ทรงเป็น ‘กษัตริย์เหนือกษัตริย์ทั้งหลาย และเจ้านายเหนือเจ้านายทั้งหลาย’ (วิวรณ์ 19 :16) นี่คือพระนามที่จารึกอยู่บนฉลองพระองค์ และที่ต้นพระอูรุของพระองค์ พระองค์ทรงนำให้คริสตจักร ‘นุ่งห่มผ้าป่านเนื้อละเอียด สีขาวสะอาด’ (ข้อ 14) นี่คือผู้ที่ทุกคนจะคุกเข่าลงกราบพระองค์และทุกลิ้นยอมรับว่าพระเยซูคริสต์ทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า (ฟิลิปปี 2 :9-11)

ไม่มีความชั่วร้ายใดจะต้านทานพระเยซูได้ ในที่สุดความชั่วทั้งหมดจะถูกทำลาย การต่อสู้ครั้งสุดท้าย (วิวรณ์ 19 :17-21) จะไม่ใช่การต่อสู้แต่อย่างใด เพราะอำนาจชั่วทั้งสิ้นจะถูกโยนลงลงไปใน ‘บึงไฟที่ลุกไหม้ด้วยกำมะถัน’ (ข้อ 20) และศัตรูของพระเจ้าจะถูกทำให้อำนาจหมดสิ้นลงในครั้งเดียว (ข้อ 21) ภาพอันน่าทึ่งนี้แสดงให้เราเห็นว่าชัยชนะของพระเยซูเป็นเช่นไร

พระองค์ผู้ทรงซื่อสัตย์และสัตย์จริงทรงได้รับชัยชนะอันยิ่งใหญ่แล้ว โดยทางไม้กางเขนและการฟื้นคืนพระชนม์ พระองค์มีชัยชนะเหนืออำนาจชั่วทั้งหมดแล้ว (โคโลสี 2 :15) ชัยชนะที่เราอ่านอยู่นี้เป็นภาพสรุปที่ถูกละไว้เมื่อพระเยซูทรงเสด็จมาถึง

ข้าแต่พระเจ้า ขอบคุณสำหรับพันธสัญญาแห่งความรักอันเสียสละ และที่พระองค์นั้นทรงสัตย์ซื่อและสัตย์จริง อุดมด้วยความรัก และที่วันหนึ่งเราจะได้พบพระองค์หน้าต่อหน้า

เนหะมีย์ 9:1-37

วางใจพระเจ้าในการจัดเตรียมของพระองค์

คุณเคยพบว่าตัวเองอยู่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวัง ร้องทูลขอความช่วยเหลือจากพระเจ้าและทำสัญญากับพระเจ้าว่าจะทำทุกอย่าง เพื่อขอให้พระเจ้าตอบทุกคำอธิษฐานของคุณบ้างไหม? จากนั้น เมื่อพระองค์ทรงตอบคำอธิษฐาน คุณกลับลืมและเริ่มถอยห่างจากพระองค์อีกครั้ง?

ประวัติศาสตร์ของประชากรของพระเจ้าก็คล้ายคลึงกัน เมื่อพระเจ้าอวยพระพรเรา เราก็อิ่มอกอิ่มใจ และเริ่มประนีประนอมและล้มลงในบาป แล้วเราก็ร้องหาพระเจ้าและพระองค์ทรงช่วยกู้และประทานพระเมตตามาเหนือเรา แล้วเราก็กลับไปหย่อนยานอีกครั้ง แน่นอนผมพบว่า บางครั้งนี่เป็นรูปแบบชีวิตของผม แต่นั่นไม่ใช่วิธีที่เราควรดำเนินชีวิต

พระเจ้าทรงทำพันธสัญญากับประชากรของพระองค์ เริ่มต้นจากอับราฮัม (ข้อ 8) มันเป็นพันธสัญญาแห่งความรัก (ข้อ 32) พระองค์ทรงสัญญาจะประทาน ‘อาหารแก่เขาจากสวรรค์แก้ความหิว’ และ ‘จะทรงนำน้ำออกมาจากศิลาเพื่อให้เขาแก้กระหาย’ (ข้อ 15, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล) พระองค์ต้องการให้พวกเขาดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อในการจัดเตรียมของพระองค์

พระเจ้าต้องการให้คุณวางใจในพระองค์ จงตกลงใจวันนี้ที่จะไม่กระวนกระวายถึงวันพรุ่งนี้ วางใจว่าพระองค์จะจัดเตรียมให้กับคุณในทุกๆ วัน แบบค่อยเป็นค่อยไป พระเจ้าไม่ได้เพียงแค่รักคุณ แต่พระองค์ทรงเปี่ยมด้วยความรักมั่นคงต่อคุณ พระองค์รักคุณราวกับว่ามีเพียงคุณเท่านั้นที่จะรัก

กำแพงถูกสร้างขึ้นใหม่ ธรรมบัญญัติได้ถูกอ่าน ตอนนี้ประชากรต่างระลึกถึงความรักอันอุดมของพระเจ้าและพันธสัญญาแห่งรักของพระองค์ พวกเขาตระหนักว่าพระเจ้าทรงอวยพรพวกเขาด้วยวิธีที่ไม่ธรรมดา แต่เมื่อพวกเขากลับมาคิดถึงชีวิตของตัวเอง ก็พบว่าพวกเขาไม่คู่ควรกับพระพรนั้น

พวกเขาจึงอดอาหารและอธิษฐานร่วมกัน พวกเขายืนขึ้นและสารภาพบาปและกรรมชั่ว (ข้อ 2) พวกเขา ‘อ่านจากหนังสือธรรมบัญญัติของพระยาห์เวห์พระเจ้าของเขาทั้งหลายอยู่สามชั่วโมง’ (ข้อ 3) ไม่น่าสงสัยเลยว่า เมื่อพวกเขาได้ยินพระคำ ความบาปถูกนำมาสู่สว่าง พวกเขาใช้เวลา ‘อีกสามชั่วโมงพวกเขาสารภาพ และนมัสการพระยาห์เวห์พระเจ้าของเขาทั้งหลาย’ (ข้อ 3)

คำอธิษฐานของพวกเขาเป็นแบบอย่าง เริ่มจากการนมัสการ สรรเสริญพระเจ้าในความรักอันท่วมท้นในการทรงสร้าง (ข้อ 5-6) พวกเขาสรรเสริญพระองค์ในความรักอันยิ่งใหญ่ในอดีต (ข้อ 8) พวกเขาระลึกถึงพันธสัญญาแห่งรักและความสัตย์ซื่อของพระองค์ต่ออับราฮัม โมเสส และประชากรทั้งหลาย (ข้อ 7-15)

พวกเขาระลึกได้ว่าแม้ว่าพระเจ้าจะทรงเปี่ยมด้วยความรักและพระทัยที่กว้างขวางมากเพียงใด แต่ประชากรของพระองค์ก็ยัง ‘มองตนเองเป็นใหญ่’ และ ‘หัวรั้น’ และ ‘จะไม่เชื่อฟัง’ (ข้อ 16, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล) บางครั้งเช่นเดียวกับพวกเขา ผมเองก็ลืมระลึกถึงการอัศจรรย์ที่พระเจ้าทรงกระทำท่ามกลางเรา (ข้อ 17)

แต่ความรักของพระเจ้านั้นเหลือล้น 'พระเจ้าแห่งการให้และให้อภัย รักเราและอดทนต่อเราอย่างมากด้วยความรักอันเหลือล้น ... ทรงมีพระเมตตาและกรุณาต่อเราอย่างอัศจรรย์...ทรงสำแดงทางที่ถูกให้พวกเขาเดินไป พระองค์ทรงให้พระวิญญาณของพระองค์สอนเขา … พระองค์ไม่เคยหวงสิ่งดีใดไว้ ... พระองค์สนับสนุนเขา … พวกเขาอยู่ในความดีงามอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ด้วยความยินดียิ่ง’ (ข้อ 17-25, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)

เมื่อพวกเขาได้อ่านประวัติศาสตร์ของตัวเอง ก็เห็นรูปแบบเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า พระเจ้าอวยพระพรเขา ‘แต่หลังจากนั้นพวกเขาก็…กบฏ..พระองค์...ทำให้ชีวิตของเขายากเข็ญ แต่เมื่อพวกเขาร้องขอความช่วยเหลือ พระองค์ทรงเงี่ยพระกรรณฟังจากสวรรค์ … และในไม่ช้าพวกเขาก็ได้รับมันมาอย่างง่ายดาย และพวกเขาก็กลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม ชั่วร้ายกว่าเดิม..แล้วพวกเขาก็ร้องหาพระองค์อีกครั้ง ในความรักเมตตาอันยิ่งใหญ่ของพระองค์นั้น พระองค์ก็ทรงฟังและช่วยพวกเขาอีกครั้ง ... พระองค์ไม่เคยเดินจากมาและทิ้งพวกเขาไว้ ใช่แล้วพระเจ้า พระองค์ทรงพระเจ้าแห่งพระคุณและความรักเมตตา ..ทรงภักดีในพันธสัญญาและความรัก’ (ข้อ 26-32 พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)

เพราะประชากรของพระองค์ไม่สามารถรักษาพันธสัญญาในฝั่งของพวกเขา ทำให้พระเจ้าทรงสัญญาว่าจะทรงทำพันธสัญญาใหม่ พันธสัญญาใหม่นี้ถูกประทับตราด้วยพระโลหิตแห่งพระเยซูและรวมถึงพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่สถิตอยู่กับคุณ เพื่อช่วยให้คุณได้รักษาพันธสัญญาในฝั่งของคุณ และที่คุณผูกพันในความรักเพื่อพระเจ้าและผู้อื่น

ข้าแต่พระบิดา ขอบคุณที่ทรงทำพันธสัญญาแห่งรักกับข้าพระองค์ ซึ่งได้รับการประทับตราด้วยพระโลหิตของพระเยซู ขอบคุณที่ทรงประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์เพื่อช่วยพันผูกข้าพระองค์ในความรักเพื่อพระองค์ และเพื่อผู้อื่น

Pippa Adds

เนหะมีย์ 9:16-37

ดูเหมือนว่าประชากรอิสราเอลเดินวนเวียนเป็นวงกลม พวกเขากบฏ เผชิญความลำบาก ร้องหาพระเจ้า ได้รับการช่วยกู้ หลงลืมพระเจ้า และกบฏอีกครั้ง ฉันคิดว่าพระเจ้าอาจเบื่อหน่าย และฉันรู้ว่าฉันก็ไม่ได้ดีไปกว่านั้น ฉันดีใจที่พระเจ้าของเราเป็นพระเจ้าผู้ทรง ‘ให้อภัย’ ‘มีพระเมตตาและกรุณา’ ‘ช้าในการโกรธ’ และ ‘เต็มไปด้วยความรัก’

References

ข้อพระคัมภีร์อ้างอิงมาจากพระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 2011 สงวนสิทธิ์โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย (ยกเว้นข้อที่ระบุว่าเป็นฉบับอื่น)

About this Plan

พระคัมภีร์ในหนึ่งปี 2023 พร้อมด้วยคำอธิบายจาก นิคกี้และพิพพา กัมเบล

การเข้าใจพระคัมภีร์อาจเป็นเรื่องยาก ทำไมไม่ลองอ่านหรือฟังพร้อมกับคำอธิบายทุกวัน จากนิคกี้และพิพพา กัมเบล -ผู้บุกเบิกอัลฟ่า เริ่มวันนี้เลย!

More