YouVersion Logo
Search Icon

พระคัมภีร์ในหนึ่งปี 2023 พร้อมด้วยคำอธิบายจาก นิคกี้และพิพพา กัมเบลSample

พระคัมภีร์ในหนึ่งปี 2023 พร้อมด้วยคำอธิบายจาก นิคกี้และพิพพา กัมเบล

DAY 54 OF 365

วิธีฟังเสียงพระเจ้า

เมื่อผมเห็นเขาเดินลงมาบนถนน ผมก็ข้ามถนนไปเพื่อหลีกเลี่ยงเขา ผมได้พบกับเขาในสัปดาห์แรกของการเรียนในมหาวิทยาลัย เขามีใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส ผมได้เจอคนอื่นอีก 1-2 คนที่เหมือนกับเขาที่มีใบหน้ายิ้มแย้ม นั่นทำให้ผมเต็มไปด้วยความสงสัย! สองสามเดือนต่อมา ผมได้รู้จักกับพระเยซูและตระหนักว่าใบหน้าของคนเหล่านี้แจ่มใสเพราะพวกเขาได้ใช้เวลากับพระเยซู ได้ยินเสียงตรัสของพระเจ้า เหมือนกับโมเสสเมื่อเขาลงมาจากภูเขาหลังจาก*ได้ยิน*พระเจ้าตรัสกับเขา ใบหน้าของพวกเขา ‘ทอแสง’ (อพยพ 34:29,35) พระเยซูตรัสว่า ‘มนุษย์จะดำรงชีวิตด้วยอาหารเพียงอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องดำรงชีวิตด้วยพระวจนะทุกคำซึ่งออกมาจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า’ (มัทธิว 4:4) เมื่อเราต้องการอาหารฝ่ายร่างกาย ดังนั้นเราก็ต้องการอาหารฝ่ายจิตวิญญาณด้วย อาหารฝ่ายจิตวิญญาณมาจาก*การได้ยินพระวจนะของพระเจ้า*

สดุดี 25:8-15

ฟังเสียงการทรงนำของพระเจ้า

เมื่อเราพยายามจะฝืนเจตนาของเราเองหรือพยายามอย่างมากที่จะทำในสิ่งที่เราต้องการ จะมีความรู้สึกอึดอัดใจทางฝ่ายจิตวิญญาณ จอยซ์ ไมเยอร์ ใช้การเปรียบเทียบความอึดอัดใจนี้กับการใส่รองเท้าคู่ที่ไม่พอดี

เมื่อเราต้องใช้ชีวิตด้วยการนมัสการ และเชื่อฟัง และดำเนินตามพระมรรคาของพระเจ้า พระองค์ทรงสัญญาว่าเราจะ ‘สบายใจ’ (ข้อ 13, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก Amplified Bible โดยผู้แปล) แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า ชีวิตจะเป็นไปโดยง่าย แต่เมื่อเราเริ่มดำเนินตามแผนการของพระเจ้าที่มีต่อชีวิตของเรา ก็เหมือนกับว่าเราได้ เจอรองเท้าคู่ที่ใส่ได้พอดีอย่างสบาย

ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ในพระธรรมสดุดีบทนี้ย้ำเตือนเราว่าพระเจ้าทรงนำเราอย่างไร พระองค์ ‘ทรงสั่งสอน’ (ข้อ 8,12) พระองค์ ‘ทรงนำ’ (ข้อ 9ก) พระองค์ ‘ทรงสอน’ (ข้อ 9ข) พระองค์ ‘ทรงไว้ใจ’ ในประชาชน ของพระองค์ (ข้อ 14)

1. คนที่พระองค์ทรงนำ

น่าประหลาดใจที่ดาวิดอธิบายว่าความดีของพระเจ้านำให้เขาอยากสอนแม้กระทั่งคนบาป ‘ดังนั้นจึงทรงสั่งสอนพระมรรคาแก่คนบาป’ (ข้อ 8) ถึงแม้ว่า ‘ความชั่ว’ ของดาวิดนั้นจะ ‘ใหญ่โต’ แต่เขารู้ว่าเขาสามารถ ได้รับการอภัยและทำให้ชอบธรรมโดยพระเจ้า (ข้อ 11)

ขอบคุณพระเจ้าที่คุณไม่ต้องสมบูรณ์แบบเพื่อที่จะได้ยินการทรงนำของพระเจ้า แต่คุณต้องมีทัศนคติของความถ่อมใจ ‘พระองค์ทรงนำคนที่ถ่อมใจไปในสิ่งที่ถูก และทรงสอนพระมรรคาของพระองค์แก่คนที่ถ่อมใจ’ (ข้อ 9) ‘มิตรภาพของพระเจ้ามีไว้สำหรับคนที่นมัสการพระเจ้า พวกเขาคือคนที่พระองค์ทรงไว้ใจ’ (ข้อ 14, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)

2. จุดประสงค์ของการทรงนำของพระองค์

คุณสามารถมั่นใจได้ว่าพระเจ้าจะขอให้คุณทำ ‘สิ่งที่ถูกต้อง’ เท่านั้น (ข้อ 8ก) การทดสอบว่าการทรงนำนั้นมาจากพระเจ้าหรือไม่คือการดูว่าสิ่งที่คุณถูกขอให้ทำนั้นเป็น ‘ความรักมั่นคงและความสัตย์จริง’ (ข้อ 10ก) หรือ ไม่ พระเจ้าจะไม่ขอให้คุณทำในสิ่งที่ไม่มีความรักหรือไม่มีความสัตย์จริงเพราะ ‘พระมรรคาทั้งสิ้นของพระยาห์เวห์เป็นความรักมั่นคงและความสัตย์จริง’ (ข้อ 10ก)

ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์อธิษฐานขอการทรงนำจากพระองค์ ที่พระองค์จะทรงสั่งสอนและไว้วางใจข้าพระองค์ในวันนี้

มาระโก 7:1-30

ฟังพระวจนะของพระเจ้า

พระเยซูตรัสว่าพระวจนะของพระเจ้ามีความสำคัญเหนือประเพณีทั้งสิ้นของเรา (ข้อ 8) ประเพณีไม่มีอะไรผิด ประเพณีสามารถมีความสำคัญและมีคุณค่ามาก ถึงกระนั้นประเพณีก็ไม่ควรมีความสำคัญเหนือพระวจนะของพระเจ้า พระเยซูทรงโจมตีพวกฟาริสีเพราะการใช้ประเพณีเพื่อหลีกเลี่ยงการเชื่อฟังพระวจนะของพระเจ้า ‘พวกท่านได้ละทิ้งพระบัญญัติของพระเจ้า เพื่อที่ท่านจะไม่ลำบากในการทำตามแฟชั่นทางศาสนา’ (ข้อ 9, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)

ตัวอย่างเช่น บางครั้งการเลี้ยงดูพ่อแม่ที่แก่ชราอาจเป็นเรื่องลำบาก มันเป็นการล่อลวงให้หาข้อแก้ตัวว่าทำไมเราจึงไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น พวกฟาริสีกล่าวว่ามันเป็นที่ยอมรับได้ถ้าคุณจะไม่สนับสนุนพ่อแม่ทางด้านการเงิน ถ้าคุณได้ให้เงินเป็นของขวัญแด่พระเจ้า (ข้อ 11) พระเยซูตรัสว่าการทำสิ่งนี้เป็นการไม่เชื่อฟัง คำสั่งที่ว่า ‘จงให้เกียรติบิดามารดาของเจ้า' (ข้อ 10ก) ‘ดังนั้น’ พระองค์ตรัสว่า ‘พวกท่านจึงทำให้พระวจนะของพระเจ้าเป็นโมฆะด้วยคำสอนจากบรรพบุรุษที่พวกท่านรับและสอนต่อ ๆ กันมา’ (ข้อ 13)

พวกฟาริสีถวายพระเกียรติแด่พระเจ้าด้วยสิ่งที่พวกเขาทำกันแต่ภายนอก (ข้อ 1-5) มันค่อนข้างง่ายที่จะทำในสิ่งที่ถูกหรือพูดในสิ่งที่ถูก เราสามารถปฏิบัติตามกฎทั้งหมดของชุมชนแต่ใจของเราก็ยังห่างไกลจากพระเจ้า (ข้อ 6-8)

พระเจ้าไม่ได้สนใจรูปลักษณ์ภายนอกแต่สนใจภายในจิตใจ พระเยซูตรัสว่า ‘เพราะว่าจากภายในมนุษย์หรือจากใจของมนุษย์นั่นแหละที่ความคิดชั่วร้ายเกิดขึ้นมา คือการล่วงประเวณี การลักขโมย การฆ่าคน การเป็นชู้ การโลภ การอธรรม การล่อลวง ราคะตัณหา การอิจฉา การใส่ร้าย ความเย่อหยิ่ง ความเขลา สารพัดความชั่วเหล่านี้มาจากภายในและทำให้มนุษย์เป็นมลทิน’ (ข้อ 21-23) สิ่งเหล่านี้เป็นมลพิษต่อชีวิตเราและทำลายความสัมพันธ์ของเรากับพระเจ้า

พระเยซูตรัสว่า ‘จงฟังเรา’ (ข้อ 14) นี่เป็นหัวใจสำคัญของชีวิต คือการฟังพระเยซู

พระเยซูตรัสต่อไปเพื่อดึงเอาสิ่งที่อยู่ในใจของหญิงซีเรียฟีนิเซีย ดังที่จอห์น คาลวิน กล่าวว่า พระเยซูทรงตั้งใจที่จะ ‘ไม่ทำลายความเชื่อของหญิงนั้น’ ด้วยการแสดงออกที่เย็นชาของพระองค์ ‘แต่เพื่อที่จะกระตุ้นความปรารถนาของนาง และทำให้นางโกรธ’

พระเยซูเสด็จมาเพื่อชาวยิวก่อน จากนั้นก็เพื่อคนต่างชาติ (ข้อ 27-29 ดูใน อิสยาห์ 49:6 โรม 1:16) ความยิ่งใหญ่ของความเชื่อของหญิงนั้นแสดงให้เห็นถึงความจริงที่ว่าเธอไม่เพียงแต่จำได้ว่าพระองค์เป็นใคร และรู้ถึงสิทธิอำนาจที่เหนือมนุษย์ของพระองค์เท่านั้น แต่อย่างที่คาลวินได้กล่าวต่อไปคือ เธอ ‘ไล่ตามแนวทางของเธออย่างแน่วแน่ ฝ่าการต่อต้านที่น่ากลัว’ เธอเป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมสำหรับเราในเรื่องของการไม่ดูถูกและความมุ่งมั่นในความเชื่อ

ข้าแต่พระเจ้า ขอบพระคุณพระองค์สำหรับสิทธิอำนาจในพระวจนะของพระองค์ที่ท้าทายทัศนคติในหัวใจของข้าพระองค์ ขอโปรดทรงชำระหัวใจของข้าพระองค์ในวันนี้ และขอให้ข้าพระองค์มีความกระหาย ไม่ดูถูก และมุ่งมั่น ในความเชื่อ

อพยพ 33:7-34:35

ฟังแผนการของพระเจ้า

คุณสามารถเป็นสหายกับพระเจ้าได้ พระเยซูถือว่าผู้ที่ติดตามพระองค์เป็นสหายของพระองค์ (ยอห์น 15:15) โมเสสเป็นสหายของพระเจ้า ถ้าสิ่งนี้เคยเป็นไปได้สำหรับโมเสสแล้ว ในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่จึงบอกกับเราว่าบัดนี้มันก็เป็นไปได้สำหรับคุณด้วย

พระเจ้าเปิดเผยแผนการของพระองค์แก่โมเสส โมเสสมีความสัมพันธ์พิเศษกับพระเจ้า เขาจะเข้าไปในเต็นท์ นัดพบเพื่อทูลถามพระเจ้า เสาเมฆลอยลงมา ‘แล้วพระยาห์เวห์ก็ตรัสกับโมเสส’ (อพยพ 33:9) ‘พระยาห์เวห์ เคยตรัสกับโมเสสสองต่อสองเหมือนมิตรสหายสนทนากัน’ (ข้อ 11ก) สิ่งนี้อธิบายถึงความใกล้ชิดของพระเจ้ากับโมเสส และความรวดเร็วในการได้ยินพระสุรเสียงของพระองค์ โมเสสอธิษฐานว่า ‘ขอโปรดให้ข้าพระองค์ได้ อยู่ในแผนการของพระองค์’ (ข้อ 13, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)

เห็นได้ชัดว่าไม่มีใครสามารถเห็นตัวตนพระองค์ได้แบบซึ่ง ๆ หน้า (ข้อ 20) การปรากฏตัวของพระเจ้านั้นทรง พระสิริและบริสุทธิ์มากซึ่งไม่มีใครสามารถเห็นพระองค์ซึ่งหน้าและจะมีชีวิตอยู่ได้ เป็นการเปรียบเทียบแสดงถึงการติดต่อและการมีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิด นี่คือสิ่งที่เราต้องการในทุก ๆ วัน คือการได้ยินพระเจ้าตรัสกับเรา ‘สองต่อสอง’ และเติบโตในความสัมพันธ์ระหว่างเรากับพระเจ้า

สิ่งที่โมเสสต้องการมากกว่าสิ่งอื่นใดคือ ‘การประทับอยู่ของพระเจ้า’ นี่คือสิ่งที่พวกเราทุกคนต้องการเป็นอย่างมากในชีวิตของเรา คือการประทับอยู่และสันติสุขของพระองค์ พระเจ้าทรงสัญญากับเขาว่า ‘เราเอง จะไปกับเจ้า และให้เจ้าได้พัก’ (ข้อ 14) นี่คือสิ่งที่พระเจ้าทรงสัญญากับคุณด้วยเช่นกัน

โมเสสกล่าวว่า ‘ถ้าพระองค์ไม่เสด็จไปกับข้าพระองค์ ก็ขออย่าทรงนำพวกข้าพระองค์ขึ้นไปจากที่นี่เลย’ (ข้อ 15) การประทับอยู่ของพระเจ้าเป็นการจำแนกประชาชนของพระเจ้าออกจากคนอื่น ๆ (ข้อ 16ข) สิ่งนี้คือสิ่งที่เหนือสิ่งอื่นใดที่ทำให้คุณแตกต่างจากคนอื่นที่อยู่รอบตัวคุณ

เมื่อโมเสสใช้เวลาในที่ประทับของพระเจ้า ‘ผิวหน้าของเขาทอแสงเนื่องจากท่านได้สนทนากับพระเจ้า’ (34:29) นี่คือเบื้องหลังของคำพูดที่มีจุดประสงค์พิเศษของอาจารย์เปาโลใน 2 โครินธ์ 3 ท่านกล่าวว่าเราสามารถเพลิดเพลินกับสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าที่โมเสสได้พบเจอมา

‘อันที่จริงรัศมีที่เคยมีนั้นก็อับแสงไปแล้ว ในกรณีนี้เป็นเพราะมีรัศมีที่ยิ่งใหญ่กว่า เพราะว่าถ้าสิ่งที่จางหายไปยัง มาด้วยรัศมี สิ่งที่ยั่งยืนก็จะยิ่งมาด้วยรัศมีมากกว่านั้นหลายเท่านัก!’ (2 โครินธ์ 3:10-11)

คุณอาจจะกล้าหาญกว่าโมเสส ‘ที่เอาผ้าคลุมไว้บนใบหน้า เพื่อไม่ให้ชนอิสราเอลเพ่งดูการสิ้นสุดของรัศมีที่ค่อย ๆ จางหายไปนั้น’ (ข้อ 13) อาจารย์เปาโลเขียนไว้ว่า ‘แต่ถ้าใครหันมาหาองค์พระผู้เป็นเจ้า ผ้าคลุมนั้นก็จะถูกเปิดออก องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นพระวิญญาณ และพระวิญญาณขององค์พระผู้เป็นเจ้าทรงอยู่ที่ไหน เสรีภาพก็มีอยู่ที่นั่น แต่เราทุกคนไม่มีผ้าคลุมหน้าแล้ว และมองดูพระรัศมีขององค์พระผู้เป็นเจ้า แล้วเราก็ได้รับการเปลี่ยนแปลงให้เป็นเหมือนพระฉายาของพระองค์โดยมีศักดิ์ศรีเป็นลำดับขึ้นไป เหมือนอย่างศักดิ์ศรีที่ มาจากองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นพระวิญญาณ’ (ข้อ 16-18)

เป็นสิทธิพิเศษที่ได้มีส่วนร่วมในพันธกิจของพระวิญญาณในทุก ๆ อัลฟ่าสุดสัปดาห์ เราเฝ้าดูผู้คนมีประสบการณ์กับการประทับอยู่ของพระเจ้าและได้รับการเติมเต็มด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ ผมมักสังเกตเห็นความแจ่มใสบนใบหน้าของผู้คนในช่วงสุดสัปดาห์ แต่สิ่งนี้ไม่ได้หมายความว่าเป็นประสบการณ์เพียงครั้งเดียว แล้วก็จางหายไปเหมือนรัศมีของโมเสส

คุณสามารถสัมผัสกับ ‘การทรงสถิตของพระเจ้า’ ผ่านทางพระวิญญาณบริสุทธิ์ ‘ชีวิตของเราค่อย ๆ สดใสขึ้น และงดงามมากขึ้นเมื่อพระเจ้าเข้ามาในชีวิตของเราและเราเปลี่ยนแปลงไปเป็นเหมือนพระองค์’ (ข้อ 18, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)

ข้าแต่พระเจ้า ขอบพระคุณพระองค์ที่พระองค์ทรงสัญญาว่า ‘เราเองจะไปกับเจ้า และให้เจ้าได้พัก’ (อพยพ 33:14) ขอโปรดทรงช่วยให้ข้าพระองค์ได้ยินพระสุรเสียงของพระองค์ ได้พูดกับพระองค์ตัวต่อตัวเสมือนสหาย ให้สะท้อนพระสิริของพระองค์และเปลี่ยนแปลงให้เป็นเหมือนพระฉายาของพระองค์ด้วยสง่าราศีที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

Pippa Adds

อพยพ 33:7-34:35

ช่างเป็นการฝึกฝนที่พิเศษสำหรับโยชูวา เขามีสิทธิพิเศษที่ได้เรียนจากโมเสส บุรุษผู้ยิ่งใหญ่ของพระเจ้าในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องหาแบบอย่างคริสเตียนที่ดีซึ่งคุณสามารถเรียนรู้ได้จากเขา และพวกเขาสามารถช่วยเหลือและหนุนใจคุณบนเส้นทางของความเชื่อ

References

ข้อพระคัมภีร์อ้างอิงมาจากพระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 2011 สงวนสิทธิ์โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย (ยกเว้นข้อที่ระบุว่าเป็นฉบับอื่น)

About this Plan

พระคัมภีร์ในหนึ่งปี 2023 พร้อมด้วยคำอธิบายจาก นิคกี้และพิพพา กัมเบล

การเข้าใจพระคัมภีร์อาจเป็นเรื่องยาก ทำไมไม่ลองอ่านหรือฟังพร้อมกับคำอธิบายทุกวัน จากนิคกี้และพิพพา กัมเบล -ผู้บุกเบิกอัลฟ่า เริ่มวันนี้เลย!

More