YouVersion Logo
Search Icon

พระคัมภีร์ในหนึ่งปี 2023 พร้อมด้วยคำอธิบายจาก นิคกี้และพิพพา กัมเบลSample

พระคัมภีร์ในหนึ่งปี 2023 พร้อมด้วยคำอธิบายจาก นิคกี้และพิพพา กัมเบล

DAY 43 OF 365

พระองค์ทรงช่วยกู้คุณ

เมื่อวันที่ 13 มกราคม ปี 1982 สายการบินฟลอริดา เที่ยวบินที่ 90 บินจากวอชิงตัน ดี ซี ได้พุ่งชนแม่น้ำโปโตแมค ซึ่งเป็นช่วงฤดูหนาวและแม่น้ำกลายเป็นน้ำแข็ง อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นใกล้กับสะพานข้ามแม่น้ำ กล้องทีวีสามารถจับภาพได้ทุกอย่าง ผู้ชมหลายล้านคนนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นต่างได้เห็นเหตุการณ์ผ่านจอทีวีขณะที่เฮลิคอปเตอร์กำลังบินเหนือศีรษะ และปล่อยสายชูชีพให้กับชายคนหนึ่งที่กำลังดิ้นรนอยู่ในน้ำ เขาจับสายนั้นไว้แล้วว่ายไปยังผู้รอดชีวิตอีกคนที่อยู่ใกล้ ๆ เขากลัดสายชูชีพที่ผู้หญิงคนนั้นแล้วเธอก็ได้รับการยกขึ้นไปยังที่ปลอดภัยเฮลิคอปเตอร์ปล่อยสายชูชีพอีกครั้ง และเป็นอีกครั้งหนึ่งที่ชายคนนั้นก็ทำแบบเดียวกัน เขาว่ายน้ำไปหาคนอื่นและช่วยชีวิตพวกเขา เขาช่วยคนอื่นก่อนที่จะหมดแรง และตัวเขาเองก็จมน้ำเสียชีวิตไป ทำไมชายคนนี้จึงไม่รักษาชีวิตตัวเอง? คำตอบ คือ เพราะเขาออกไปช่วยชีวิตคนอื่นก่อน ที่น่าอัศจรรย์ยิ่งกว่านั้นพระเยซูไม่ได้รักษาพระองค์เอง เพราะพระองค์กำลังออกไปช่วยคุณและผม วันนี้ให้เรามุ่งความคิดของคุณไปที่พระเยซูพระผู้ช่วยให้รอดของโลก และใคร่ครวญว่าพระองค์ช่วยคุณให้รอดได้อย่างไร

สดุดี 21:1-7

ได้รับการช่วยกู้โดยพระเจ้า

คุณไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ พระเจ้าเท่านั้นที่สามารถช่วยคุณให้รอดได้ พระองค์ช่วยคุณให้รอด “ด้วยความรักมั่นคง” ของพระองค์ เช่นเดียวกับดาวิด วันนี้ให้เราวางใจในพระองค์ (ข้อ 7)

พระธรรมสดุดีตอนนี้ดาวิดเริ่มต้นด้วยการสรรเสริญพระเจ้าสำหรับความรอด

'ข้าแต่พระเจ้า พระราชาจะเปรมปรีดิ์ในพระกำลังของพระองค์
ท่านจะปีติยินดีในความช่วยเหลือของพระองค์' (ข้อ 1 พระคัมภีร์ตอนนี้จาก Amplified Bible โดยผู้แปล)

ในพระธรรมตอนนี้ เราจะเห็นพระพรแห่งความรอดมากมายอันประกอบด้วย

1. ตอบคำอธิษฐาน

'พระองค์ทรงให้ตามใจปรารถนาของท่านและมิได้ทรงปฏิเสธสิ่งที่ริมฝีปากท่านทูลขอ' (ข้อ 2 พระคัมภีร์ตอนนี้จาก Amplified Bible โดยผู้แปล)

2. พระพรไม่รู้จบ

'พระองค์ประทานพระพรดีมากมาย...ทรงสวมมงกุฎทองบริสุทธิ์บนศีรษะท่าน...พระองค์ประทานพระพรนิรันดร์แก่ท่าน' (ข้อ 3,6ก พระคัมภีร์ตอนนี้จาก Amplified Bible โดยผู้แปล)

3. ชีวิตนิรันดร์

'ท่านทูลขอชีวิต พระองค์ก็ประทานวันคืนแห่งชีวิตของท่านจึงยืนยงนิรันดร์' (ข้อ 4 พระคัมภีร์ตอนนี้จาก Amplified Bible โดยผู้แปล)

4. ใช้ชีวิตอย่างมีชัย

“โดยชัยชนะที่พระองค์ประทาน ศักดิ์ศรีของท่านยิ่งใหญ่ พระองค์ทรงประสิทธิ์ประสาทสง่าราศีและบารมีแก่ท่าน” (ข้อ 5)

5. มีความสุขและความยินดี

“ทรงกระทำให้ท่านยินดีปรีดาต่อเบื้องพระพักตร์ของพระองค์” (ข้อ 6ข พระคัมภีร์ตอนนี้จาก Amplified Bible โดยผู้แปล)

ขอบคุณพระองค์ที่ทรงช่วยเหลือข้าพระองค์ ขอบคุณพระเจ้าสำหรับความรักมั่นคงและพระพรอันมากมาย วันนี้ข้าพระองค์จะเชื่อและวางใจในพระองค์

มัทธิว 27:11-44

ได้รับการช่วยกู้ผ่านการเสียสละพระองค์เอง

เหล่าประชากรของพระเจ้าในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิมคาดหวังว่าจะมีพระเมสสิยาห์ (พระคริสต์) พระเมสสิยาห์องค์นี้เอง 'บนพระที่นั่งของดาวิด และเหนือราชอาณาจักรของพระองค์ เพื่อจะสถาปนาและเชิดชูมันไว้ด้วยความยุติธรรมและความชอบธรรม' (อิสยาห์ 9:7)

อย่างไรก็ตามในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิมยังมีอีกกระแสหนึ่งของความคาดหวังเรื่องการเสด็จกลับมาของพระเมสสิยาห์ สิ่งนี้เห็นได้จาก 'ผู้รับใช้ที่ทนทุกข์' ในพระธรรมอิสยาห์ 40–55 ที่ “เหมือนลูกแกะที่ถูกนำไปฆ่า (อิสยาห์ 53:7) ผู้ซึ่งจะรับบาปของโลกไว้และตายแทนคนบาปเหล่านั้น (ข้อ5–6)

ไม่มีใครคาดคิดว่าพระเมสสิยาห์องค์จอมราชากับผู้รับใช้ผู้ทนทุกข์จะเป็นคนเดียวกัน กระนั้นด้วยวิธีที่น่าทึ่งพระเยซูเป็นผู้นำแก่นของเรื่องพระเมสสิยาห์มารวมไว้ด้วยกัน นั้นเพราะพระเยซูทรงเป็นทั้งกษัตริย์และผู้รับใช้ที่ทนทุกข์นี้ด้วย

1.พระเมสสิยาห์องค์จอมราชา

เมื่อปีลาตถามพระเยซูว่า 'เจ้าเป็นกษัตริย์ของพวกยิวหรือ' (มัทธิว 27:11ก) พระองค์ตรัสตอบว่า 'ท่านพูดถูกแล้ว' (ข้อ 11ข) พวกทหารหัวเราะเยาะพระเยซูและแต่งกายพระองค์เป็นกษัตริย์พร้อมแสร้งทำเป็นคำนับและคุกเข่าลงต่อหน้าพระองค์เรียกพระองค์ว่า 'ข้าแต่กษัตริย์ของพวกยิว'(ข้อ 29ข)

“และพวกเขาเอาข้อความที่เป็นข้อหาลงโทษพระองค์ไปติดไว้เหนือพระเศียร ซึ่งอ่านว่า 'คนนี้คือเยซู กษัตริย์ของชนชาติยิว (ข้อ 37) พวกผู้ใหญ่ยังล้อเลียนพระองค์อีกว่า “เขาเป็นกษัตริย์ของชนชาติอิสราเอล” (ข้อ 42)

มัทธิวกล่าวให้ชัดเจนว่าข้อกล่าวหาเดียวที่พระเยซูมีความ “ผิด” คือการเป็น 'กษัตริย์' (ข้อ 11) 'พระคริสต์' (เมสสิยาห์) (ข้อ 22) และ 'บุตรของพระเจ้า' (ข้อ 43)

2. ผู้รับใช้ที่ทนทุกข์

พระเยซูเป็นไปตามคำพยากรณ์ที่ว่า “ท่านถูกบีบบังคับและถูกข่มใจถึงกระนั้นท่านก็ไม่ปริปากเหมือนลูกแกะที่ถูกนำไปฆ่า และเหมือนแกะที่เป็นใบ้ต่อหน้าผู้ตัดขนของมันเช่นใดท่านก็ไม่ปริปากของท่านเลยเช่นนั้น” (อิสยาห์ 53:7)

เมื่อพวกหัวหน้าปุโรหิตและพวกผู้ใหญ่ฟ้องกล่าวโทษพระองค์ 'พระองค์ก็ไม่ได้ตรัสตอบประการใด' (มัทธิว 27:12) เมื่อปีลาตถามพระองค์ว่า 'เจ้าไม่ได้ยินสิ่งทั้งปวงที่พวกเขาเป็นพยานกล่าวหาเจ้าหรือ' (ข้อ 13) 'แต่พระองค์ไม่ได้ตรัสตอบสักคำเดียว เจ้าเมืองจึงประหลาดใจยิ่งนัก' (ข้อ 14)

พระเยซูเป็นผู้รับใช้ที่ทนทุกข์และไร้มลทิน ทรงสิ้นพระชนม์แทนคุณเพื่อที่คุณจะได้หลุดพ้นจากบาป บารับบัสถือเป็นตัวแทนของทั้งคุณและผมในการเป็นผู้ที่มีความผิด เขาเป็น 'นักโทษอุกฉกรรจ์' (ข้อ 16) มีคำถามว่าจะปล่อยตัวใครระหว่าง 'บารับบัส หรือเยซู' (ข้อ 17) แต่ฝูงชนกลับถูกยุยงให้ปล่อยตัวบารับบัส และประหารพระเยซูเสีย (ข้อ 20) บารับบัสจึงถูกปล่อยให้เป็นอิสระ (ข้อ 26) คำพยากรณ์ของอิสยาห์เกี่ยวกับผู้รับใช้ที่ทนทุกข์ในที่สุดก็เป็นจริง 'ท่านถูกแทงเพราะความทรยศของเรา ท่านบอบช้ำเพราะความบาปผิดของเรา' (อิสยาห์ 53:5)

แม้ว่าพระเยซูจะเป็นกษัตริย์ที่ใครหลายคนรอคอยมาเนิ่นนาน แต่พระองค์ก็ไม่ใช่กษัตริย์แบบที่ผู้คนคาดหวังที่เป็นผู้นำชัยชนะที่ยิ่งใหญ่มา แทนที่จะเป็นเช่นนั้นพระเยซูกลับต้องรับมือกับสิ่งที่ประดังมาจากทุกทิศทาง ไม่ว่าจะเป็นความอิจฉา การกล่าวเท็จ การวิพากษ์วิจารณ์อย่างไม่ยุติธรรม ความไม่ยุติธรรม ความเข้าใจผิด แทบจะไม่มีสิทธิอำนาจเลย การถูกเยาะเย้ยและการถูกดูหมิ่นจากคนในศาสนาและทางโลกนี้ แม้กระทั่งถูกกล่าวหาว่าเป็นโจร

ปีลาตรู้ดีว่าพระเยซูเป็นผู้บริสุทธิ์ เขาตระหนักว่า 'พวกเขามอบตัวพระองค์ไว้เพราะความอิจฉา' (มัทธิว 27:18) (ความอิจฉามักจะเป็นความบาปของผู้ที่เคร่งศาสนา เรามักจะถูกล่อลวงให้อิจฉาคนที่พระเจ้าทรงใช้ได้มากกว่าเรา) ปีลาตรับรู้ว่าพระเยซูทรงบริสุทธิ์ด้วยเหตุผลอื่นด้วยเช่นกัน ภรรยาของเขาได้รับการเตือนในความฝันและยืนยันว่าพระเยซูเป็น “คนชอบธรรม” (ข้อ 19) แต่กระนั้นเขากลับเพิกเฉยต่อคำแนะนำของเธออย่างโง่เขลา

ช่างย้อนแย้งเหลือเกิน บุรุษผู้ซึ่งต้องถูกจดจำตลอดประวัติศาสตร์ในฐานะผู้รับผิดชอบต่อการสิ้นพระชนม์ของพระเยซู ('ถูกตรึงโดยปอนทัสปีลาต' จนเป็นที่เลื่องลือไปทั่วศาสนนิกายทั่วโลกเป็นเวลานับร้อยปี) กลับพยายามหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบโดยกล่าวโทษผู้อื่นว่า 'เราไม่มีความผิดเรื่องความตายของคนนี้ พวกเจ้าต้องรับผิดชอบเอาเองเถิด' (ข้อ 24)

พระโลหิตของพระเยซูได้หลั่งออกมาขณะที่พระองค์ถูกเฆี่ยนและถูกส่งไปตรึงกางเขน (ข้อ 24–26ข) อีกครั้งที่ช่างน่าเวทนานัก ที่ผู้คนที่เดินผ่านไปมาพูดว่า “จงช่วยตัวเองให้รอด ถ้าเจ้าเป็นพระบุตรของพระเจ้า” (ข้อ 40ข) แต่พระเยซูทรงสิ้นพระชนม์ในฐานะพระเมษโปดกของพระเจ้าที่มาเพื่อทำลายบาปของโลกนี้ ผู้คนต่างไม่เข้าใจว่าแท้จริงแล้วการสละพระองค์เองของพระเยซูเป็นไปโดยความเต็มพระทัย พวกเขากล่าวว่า “เขาช่วยคนอื่นให้รอดได้ แต่ช่วยตัวเองไม่ได้” (ข้อ 42ก)

พระเยซูทรงช่วยกู้คุณและผมเพราะพระองค์ทรงเต็มพระทัยที่จะไม่ช่วยตัวของพระองค์เอง

ข้าแต่พระเจ้า ขอบคุณพระองค์ที่ทรงทนทุกข์ทรมานทั้งหมดนี้เพื่อข้าพระองค์ โดยที่พระองค์ทรงเลือกที่จะไม่ช่วยตัวพระองค์เองแต่เลือกที่จะช่วยเหลือข้าพระองค์

อพยพ 11:1-12:51

ได้รับการช่วยกู้โดยลูกแกะของพระเจ้า

พระเยซูตรัสกับสาวกว่า “พวกท่านรู้อยู่ว่าอีกสองวันจะถึงเทศกาลปัสกา และบุตรมนุษย์จะถูกมอบตัวให้เอาไปตรึงที่กางเขน” (มัทธิว 26:2) เปาโลได้บันทึกเอาไว้ว่า “เพราะพระคริสต์ผู้ทรงเป็นปัสกาของเราถูกถวายบูชาแล้ว” (1 โครินธ์ 5:7ข)

เลือดของลูกแกะได้ช่วยประชากรของพระเจ้าภายใต้พันธสัญญาเดิมในเทศกาลปัสกาครั้งแรก (อพยพ 12:1–30) ตอนนี้คุณไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้นแล้วภายใต้พันธสัญญาใหม่ โดยพระโลหิตของพระเยซู (ลูกแกะของพระเจ้า) ชำระและปกป้องคุณอย่างถาวรนิรันดร์ (ฮีบรู 9:12–26)

ในเทศกาลปัสกาครั้งแรกต้องมีถวายลูกแกะเป็นสัตวบูชา ลูกแกะเหล่านั้นจำเป็นต้อง 'ปราศจากตำหนิ' (อพยพ 12:5) สิ่งนี้เองได้เล็งให้เห็นถึงพระเยซูคริสต์ผู้บริสุทธิ์ชอบธรรม และมีการเน้นย้ำอย่างมากเกี่ยวกับ 'เลือด' ของลูกแกะ (ข้อ 7,13,22–23) ซึ่งเลือดของลูกแกะที่ปราศจากตำหนินั้น จำต้องถูกนำมาเป็นสัตวบูชา (ข้อ 27) เมื่อยอห์นผู้ให้บัพติศมาได้เห็นพระเยซู เขาก็กล่าวว่า 'จงดูพระเมษโปดก (ลูกแกะ) ของพระเจ้า ผู้ทรงรับบาปของโลกไป' (ยอห์น 1:29)

เลือดของลูกแกะเป็นดั่งสิ่งที่ช่วยประชากรของพระเจ้าจากการพิพากษา สิ่งนั้นเรียกว่า “สัตวบูชาปัสกา” (อพยพ 12:27) นี่เองแสดงให้เห็นถึงการเสียสละของพระเยซู

คำสอนของพระเจ้าเกี่ยวกับลูกแกะปัสกาที่ 'ห้ามหักกระดูกของมัน' (ข้อ 46) ได้สำเร็จโดยสมบูรณ์แล้วเมื่อพระเยซูสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน เพราะการทุบขาคนถือเป็นวิธีที่ทำให้ตายเร็วขึ้นบนกางเขน พวกเขาทุบขาของชายสองคนที่ถูกตรึงกับพระเยซู 'แต่เมื่อมาถึงพระเยซูและเห็นว่า พระองค์สิ้นพระชนม์แล้ว พวกเขาจึงไม่ได้ทุบขาของพระองค์' (ยอห์น 19:33)

ที่ใดมีเลือดอยู่ที่วงกบประตูของบ้านแสดงให้เห็นว่าความตายได้เกิดขึ้นในบ้านแล้ว บรรดาผู้ที่เชื่อฟังพระวจนะของพระเจ้าโดยการเอาเลือดไปทาที่วงกบประตู ความตายก็เลื่อนผ่านไป พระโลหิตของพระเยซูพระเมษโปดกของพระเจ้าได้หลั่งออกมาเพื่อคุณและผม เทศกาลปัสกาชี้ให้เห็นว่าพระเยซูสิ้นพระชนม์เป็นเครื่องเผาบูชาแทนเราอย่างไร คุณได้รับการช่วยกู้โดยพระองค์แล้ว

ข้าแต่พระบิดา ขอบคุณพระองค์สำหรับพระโลหิตของพระเยซูที่หลั่งมาเพื่อข้าพระองค์ ข้าพระองค์ขอมอบทั้งหมดนี้ให้กับพระองค์ไม่ว่าจะเป็น ชีวิต กายและใจ ความตั้งใจและการตัดสินใจ ครอบครัวและความสัมพันธ์ การเงินและทั้งสิ้นที่พระองค์ให้ การงานและงานรับใช้ ในพระนามของพระเยซู ข้าพระองค์ได้รับการช่วยกู้จากเลือดของลูกแกะตลอดชีวิตของข้าพระองค์

Pippa Adds

มัทธิว 27:19

หนึ่งในความผิดพลาดทั้งปวงของปีลาตคือเขาไม่ฟังภรรยาของตน!

References

ข้อพระคัมภีร์อ้างอิงมาจากพระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 2011 สงวนสิทธิ์โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย (ยกเว้นข้อที่ระบุว่าเป็นฉบับอื่น)

About this Plan

พระคัมภีร์ในหนึ่งปี 2023 พร้อมด้วยคำอธิบายจาก นิคกี้และพิพพา กัมเบล

การเข้าใจพระคัมภีร์อาจเป็นเรื่องยาก ทำไมไม่ลองอ่านหรือฟังพร้อมกับคำอธิบายทุกวัน จากนิคกี้และพิพพา กัมเบล -ผู้บุกเบิกอัลฟ่า เริ่มวันนี้เลย!

More