อพยพ 15
THSV11

อพยพ 15

15
บทเพลงของโมเสส
(อพย.14:13-14; สดด.78:12-14)
1ขณะนั้นโมเสสกับชนชาติอิสราเอลร้องเพลงบทนี้# วว.15:3ถวายพระยาห์เวห์ว่า
“ข้าพระองค์จะร้องเพลงถวายพระยาห์เวห์ เพราะพระองค์ทรงได้ชัยชนะอย่างใหญ่หลวง
พระองค์ทรงกวาดม้าและพลม้าลงในทะเล
2พระยาห์เวห์ทรงเป็นกำลังและบทเพลงของข้าพระองค์
พระองค์ทรงเป็นความรอดของข้าพระองค์# สดด.118:14; อสย.12:2
พระองค์นี่แหละเป็นพระเจ้าของข้าพระองค์ ข้าพระองค์จะสรรเสริญพระองค์
พระเจ้าแห่งบิดาของข้าพระองค์ ข้าพระองค์จะยกย่องพระองค์
3พระยาห์เวห์ทรงเป็นนักรบ
ยาห์เวห์คือพระนามของพระองค์
4“พระองค์ทรงเหวี่ยงรถรบและกองกำลังของฟาโรห์ลงทะเล
นายทหารชั้นยอดของฟาโรห์ก็จมในทะเลแดง#ทะเลแดงในข้อนี้และข้อ 22 ดูเชิงอรรถ 10:19
5น้ำท่วมพวกเขามิด
พวกเขาจมลงเหมือนก้อนหินในทะเลลึก
6ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระหัตถ์ขวาของพระองค์ทรงอานุภาพยิ่ง
ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระหัตถ์ขวาของพระองค์ทรงบดขยี้ศัตรู
7ด้วยเดชานุภาพอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ พระองค์ทรงคว่ำปฏิปักษ์ของพระองค์เสีย
พระองค์ทรงส่งพระพิโรธของพระองค์เผาผลาญพวกเขาเสียอย่างเผาตอข้าว
8โดยลมที่ระบายจากช่องพระนาสิก#คำราชาศัพท์หมายถึง จมูกน้ำก็รวมตัวเป็นกองสูงขึ้น
น้ำท่วมก็ตั้งสูงขึ้นดังกำแพง
ที่ลึกในใจกลางท้องทะเลก็แข็งตัว
9ข้าศึกกล่าวว่า ‘ข้าจะติดตาม ข้าจะไล่ให้ทัน
ข้าจะแบ่งของริบกัน ข้าจะพอใจที่ได้ทำกับพวกเขาสมดังใจ
ข้าจะชักดาบออก มือข้าจะทำลายพวกเขาเสีย’
10พระองค์ทรงบันดาลให้ลมพัดมา น้ำทะเลก็ท่วมพวกเขามิด
พวกเขาจมลงเหมือนตะกั่วในกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวนั้น
11“ข้าแต่พระยาห์เวห์ ในบรรดาพระต่างๆ องค์ไหนจะเป็นเหมือนพระองค์เล่า?
องค์ไหนจะเหมือนพระองค์ผู้ทรงงามสง่าในความบริสุทธิ์
และน่าเกรงขามด้วยพระสิริและทรงทำการอัศจรรย์?
12พระองค์เหยียดพระหัตถ์ขวาออก
แผ่นดินก็กลืนพวกเขาเสีย
13“ด้วยความรักมั่นคง พระองค์ทรงนำชนชาติซึ่งทรงไถ่ไว้
ด้วยพระเดชานุภาพ พระองค์ทรงพาพวกเขามาถึงที่สถิตอันบริสุทธิ์ของพระองค์
14ชนชาติทั้งหลายได้ยินแล้ว ก็พากันสะทกสะท้าน
คนฟีลิสเตียรู้สึกปวดร้าว
15ครั้งนั้นพวกเจ้านายแห่งเอโดมก็พากันหวาดผวา
และพวกผู้นำแห่งโมอับก็ตัวสั่น
คนคานาอันทั้งปวงก็ระส่ำระสายไป
16ความรู้สึกสยดสยองและความตกใจกลัวอุบัติขึ้นในใจของพวกเขา
เนื่องด้วยฤทธานุภาพแห่งพระกรของพระองค์ พวกเขาหยุดนิ่งอยู่เหมือนก้อนหิน
ข้าแต่พระยาห์เวห์ จนประชากรของพระองค์ผ่านพ้นไป
จนชนชาติซึ่งพระองค์ทรงซื้อไว้แล้วผ่านไป
17พระองค์ทรงนำพวกเขาเข้ามา และให้เขาตั้งหลักแหล่งบนภูเขาของพระองค์
ข้าแต่พระยาห์เวห์ เป็นสถานที่ซึ่งพระองค์ทรงสร้างไว้เพื่อเป็นที่ประทับของพระองค์
ข้าแต่องค์เจ้านาย สถานนมัสการซึ่งพระหัตถ์ของพระองค์ทรงสถาปนาไว้
18พระยาห์เวห์จะทรงครอบครองอยู่เป็นนิตย์นิรันดร์”
19เพราะเมื่อกองม้าของฟาโรห์กับรถรบและพลม้าของท่านลงไปในทะเล พระยาห์เวห์ก็ทรงให้น้ำทะเลไหลกลับมาท่วมเสีย แต่ชนชาติอิสราเอลเดินไปบนดินแห้งกลางทะเลนั้น
บทเพลงของมิเรียม
(กดว.26:59)
20มิเรียมผู้เผยพระวจนะหญิง พี่สาวของอาโรนก็ถือรำมะนา#กลองขึงหนังหน้าเดียว รูปกลมแป้น และหญิงทั้งหมดก็ถือรำมะนาเดินตามพร้อมกับเต้นรำไปด้วย 21มิเรียมจึงร้องตอบพวกเขาว่า
“จงร้องเพลงถวายพระยาห์เวห์เถิดเพราะพระองค์ทรงได้ชัยชนะอย่างใหญ่หลวง
พระองค์ทรงกวาดม้าและพลม้าลงในทะเล”
น้ำขมกลายเป็นน้ำจืด
22ต่อมาโมเสสนำพวกอิสราเอลออกจากทะเลแดง#แปลจากฉบับกรีกไปยังถิ่นทุรกันดารชูร์ พวกเขาเดินไปในถิ่นทุรกันดารสามวันโดยไม่พบน้ำเลย 23เมื่อมาถึงตำบลมาราห์ พวกเขาก็ดื่มน้ำที่ตำบลมาราห์นั้นไม่ได้ เพราะน้ำขม เพราะฉะนั้นจึงตั้งชื่อว่ามาราห์#แปลว่า ความขม 24ประชาชนก็พากันบ่นต่อว่าโมเสสว่า “เราจะเอาอะไรดื่ม?” 25โมเสสก็ร้องทูลพระยาห์เวห์ พระยาห์เวห์จึงทรงชี้ให้ท่านเห็นต้นไม้ต้นหนึ่ง เมื่อท่านโยนมันลงน้ำ น้ำก็จืด#ภาษาฮีบรูแปลตรงตัวว่า หวาน
ณ ที่นั้น พระองค์ประทานกฎเกณฑ์และกฎหมายไว้ อีกทั้งทรงลองใจพวกเขา 26พระองค์ตรัสว่า “ถ้าเจ้าใส่ใจฟังพระสุรเสียงของพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า และทำสิ่งที่ถูกต้องในสายพระเนตรของพระองค์ อีกทั้งเงี่ยหูฟังพระบัญญัติของพระองค์ และรักษากฎเกณฑ์ของพระองค์ทุกประการแล้ว โรคต่างๆ ซึ่งเราบันดาลให้เกิดแก่คนอียิปต์นั้น เราจะไม่ให้เกิดขึ้นกับเจ้าเลย เพราะเราคือยาห์เวห์แพทย์ของเจ้า”
27พวกเขามาถึงเอลิม ที่มีบ่อน้ำพุสิบสองบ่อ มีต้นอินทผลัมเจ็ดสิบต้น พวกเขาจึงตั้งค่ายใกล้บ่อน้ำนั้น