ไม่เคยทอดทิ้งตัวอย่าง

สัปดาห์ที่ 6 : วันที่ 3 พระสิริของพระเจ้าเติมเต็มพลับพลา
ลงลึกในพระคำ
ตั้งแต่เหตุการณ์พุ่มไม้ลุกเป็นไฟการช่วยกู้ชาวอิสราเอลจากมือของชาวอียิปต์การเลี้ยงดูประชาชนอย่างอัศจรรย์กลางถิ่นทุรกันดารไปจนถึงการทรงเรียกอิสราเอลให้มีความสัมพันธ์พิเศษกับพระเจ้าทุกเหตุการณ์ในพระธรรมอพยพล้วนเผยให้เห็นพระสิริของพระเจ้าที่สำแดงอย่างต่อเนื่อง
แล้ว“พระสิริของพระเจ้า” คืออะไร? พระสิริของพระเจ้าคือความงดงามความดีงามและความสมบูรณ์แบบทั้งหมดของพระองค์รวมถึงพระลักษณะที่ทำให้พระเจ้าเป็นพระเจ้าอย่างแท้จริงในภาษาฮีบรูคำว่า “พระสิริ” มีความหมายเกี่ยวข้องกับ “ความหนักแน่น” หรือ “คุณค่าที่แสดงถึงความยิ่งใหญ่” จึงเป็นคำที่ใช้กล่าวถึงเกียรติศักดิ์ศรีและความงดงามที่คู่ควรแก่การนมัสการของพระองค์
พระสิริของพระเจ้าปรากฏผ่านเมฆที่ปกคลุมพลับพลาทั้งหลังและผ่านเสาเพลิงที่สถิตอยู่เหนือนั้นในยามกลางคืนสิ่งนี้เป็นเครื่องยืนยันว่าพระเจ้าโปรดปรานผลงานที่ชาวอิสราเอลร่วมกันสร้างขึ้นและเป็นการยืนยันว่าพระองค์จะสถิตอยู่กับพวกเขาตลอดการเดินทางในถิ่นทุรกันดาร
ยิ่งไปกว่านั้น พระสิริของพระเจ้ายังคอยเตือนใจเราว่า พระเจ้ามีพระเมตตาและพระคุณต่อมนุษย์อย่างไม่หยุดยั้ง แม้ว่าชาวอิสราเอลจะเคยสงสัย บ่นต่อว่า และถึงขั้นสร้างลูกโคทองคำขึ้นมาบูชา แม้พวกเขาจะไม่สมควรได้รับการทรงสถิตของพระองค์เลย แต่เพราะพระเจ้าเป็นผู้รักษาพระสัญญา ความรักและการให้อภัยของพระองค์จึงยิ่งใหญ่กว่าความผิดพลาดและบาปของมนุษย์เสมอ
สำหรับผู้เชื่อในวันนี้ เราได้เห็นพระสิริของพระเจ้า ผ่านทั้งความงดงามของสิ่งทรงสร้าง การทำงานของคริสตจักร และเหนือสิ่งอื่นใด คือในพระเยซูคริสต์ แม้ตอนนี้เราจะมองเห็นพระสิริของพระองค์ได้เพียงบางส่วน แต่เรารู้ว่า เมื่อถึงวันที่เราเข้าสู่สวรรค์ เราจะได้ชื่นชมพระสิริของพระเจ้าทั้งหมดอย่างครบถ้วนสมบูรณ์
เราจะได้อยู่กับพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ชั่วนิรันดร์ พระองค์จะสถิตท่ามกลางเรา และเราจะได้ชื่นชมความสูงส่งของพระองค์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งมีโอกาสมากมายที่จะทูลขอบพระคุณสำหรับความรักและพระคุณที่ประทานแก่เราผ่านทางพระบุตร คือพระเยซูคริสต์
อธิษฐาน
ข้าแต่พระเจ้า ขอบพระคุณสำหรับพระคุณและพระเมตตาที่ทรงยกโทษให้ข้าพระองค์ ทำให้ข้าพระองค์สามารถสัมผัสถึงพระสิริของพระองค์ได้ตั้งแต่วันนี้ และจะได้ชื่นชมพระสิริของพระองค์อย่างสมบูรณ์ตลอดชั่วนิรันดร์ อาเมน
*ในการศึกษาพระคัมภีร์ เราใช้วิธีศึกษาแบบ SOAP ซึ่งย่อมาจาก S (Scripture) พระคัมภีร์, O (Observation) สังเกต, A (Application) ประยุกต์ใช้ และ P (Prayer) อธิษฐาน
1. S - scripture (พระคัมภีร์) เขียนข้อพระคัมภีร์ลงไป คุณจะประหลาดใจกับสิ่งที่พระเจ้าเปิดเผยแก่คุณเพียงแค่ใช้เวลาช้าลงและเขียนสิ่งที่คุณกำลังอ่าน
2. O - observation (สังเกต) คุณเห็นอะไรในข้อที่คุณกำลังอ่าน? เป้าหมายคือใคร? มีคำซ้ำกันมั้ย? คำไหนที่โดดเด่นสำหรับคุณ?
3. A - application (ประยุกต์ใช้) วันนี้พระเจ้ากำลังพูดอะไรกับคุณ? คุณจะนำสิ่งที่คุณเพิ่งอ่านไปประยุกต์ใช้กับชีวิตส่วนตัวของคุณได้อย่างไร? คุณต้องเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง? คุณต้องลงมือทำสิ่งใดหรือไม่?
4. P - prayer (อธิษฐาน) อธิษฐานพระวจนะของพระเจ้าใช้เวลาขอบคุณพระองค์ หากพระองค์ทรงเปิดเผยบางสิ่งแก่คุณในช่วงเวลานี้ผ่านพระคำของพระองค์ อธิษฐานเกี่ยวกับสิ่งนั้น หากพระองค์ทรงเปิดเผยความบาปบางอย่างในชีวิตของคุณ สารภาพมัน และจำไว้ว่าพระองค์ทรงรักคุณอย่างสุดซึ้ง
เกี่ยวกับแผนฯ

เรื่องราวในพระธรรมอพยพช่วยเตือนเราว่า พระเจ้ายังคงเหมือนเดิมจนถึงทุกวันนี้ พระองค์มองเห็นเรา รับฟังเรา และรักเราเสมอ และเช่นเดียวกับที่พระองค์เคยช่วยกู้ประชากรของพระองค์ในสมัยนั้น พระเจ้าก็ได้ส่งพระเยซูมาเป็นผู้ช่วยกู้ตลอดกาลของเรา เพื่อช่วยเราให้รอดพ้นจากบาป และมอบชีวิตใหม่ที่งดงามให้เราได้อยู่ร่วมกันกับพระองค์
More
เราขอขอบคุณ รักพระเจ้ามหาศาล ที่ให้แผนนี้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดไปที่ thai.lovegodgreatly.com




