ไม่เคยทอดทิ้งตัวอย่าง

สัปดาห์ที่ 4 : วันที่ 4 พระบัญญัติสิบประการ
ลงลึกในพระคำ
พระบัญญัติสิบประการไม่ได้เป็นเพียงกฎให้เราทำตามเท่านั้น แต่เป็นแนวทางที่ช่วยให้เรามีความสัมพันธ์ที่ถูกต้องกับพระเจ้า และกับผู้คนรอบตัว
สังเกตว่าพระบัญญัติเริ่มด้วยการให้เราเห็นความสัมพันธ์ของเรากับพระเจ้า และเรียนรู้การนมัสการพระองค์อย่างถูกต้อง เพราะพระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าเพียงองค์เดียว และไม่มีพระอื่นใดนอกเหนือพระองค์เลย
ดังนั้น พระเจ้าจึงสมควรได้รับความรักของเราด้วยใจที่ภักดีต่อพระองค์เท่านั้น และสมควรได้รับการนมัสการจากเราอย่างสุดใจ แต่เมื่อเราปล่อยให้สิ่งใดมีความสำคัญเทียบเท่าพระเจ้า หรือเข้ามาแบ่งใจเราแทนที่พระองค์ เราก็กำลังก่อ “รูปเคารพ” ขึ้นในชีวิตของเรา ซึ่งรูปเคารพเหล่านั้นจะขวางกั้นไม่ให้เรารัก นมัสการ และติดตามพระเจ้าอย่างแท้จริง พระบัญญัติสิบประการจึงสอนให้เราดำเนินชีวิตต่อพระเจ้าอย่างถ่อมใจ และรู้ว่าพระองค์คู่ควรกับทั้งชีวิตของเรา
เมื่อเราให้พระเจ้าเป็นที่หนึ่งในชีวิต เราก็จะมองและดูแลความสัมพันธ์กับผู้อื่นในแบบที่ถวายเกียรติแด่พระองค์ เราจึงควรรักและให้เกียรติบิดามารดา เห็นคุณค่าในศักดิ์ศรีของเพื่อนมนุษย์ และเห็นคุณค่าของชีวิตอย่างที่พระเจ้าทรงให้คุณค่า
สำหรับชาวอิสราเอล พระบัญญัติสิบประการคือจุดเริ่มต้นของธรรมบัญญัติ ซึ่งเป็นกฎเกณฑ์ที่แสดงให้เห็นว่า ประชากรผู้บริสุทธิ์ของพระเจ้าควรดำเนินชีวิตอย่างไร
ด้วยกำลังของเราเอง เราไม่อาจทำตามธรรมบัญญัติได้ครบถ้วน และในพระธรรมโรมได้สอนเราว่า ธรรมบัญญัติถูกประทานมาเพื่อเปิดเผยบาปของเรา และให้เราเห็นว่า มนุษย์ทุกคนล้วนต้องการพระผู้ช่วยให้รอด (โรม 3:20)
ทุกวันนี้ เราไม่ต้องอยู่ภายใต้ธรรมบัญญัติอีกต่อไป เพราะพระเยซูคริสต์ได้เสด็จมาและทำให้ธรรมบัญญัติสำเร็จสมบูรณ์แทนเรา พระองค์ทำตามทุกข้อกำหนดอย่างครบถ้วน และสำแดงให้เราเห็นว่า แก่นแท้ของธรรมบัญญัติทั้งหมดคือการรักพระเจ้าสุดจิตสุดใจ สุดกำลัง สุดความคิด และการรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง
เมื่อเรารักพระเจ้าและรักผู้อื่น เราก็จะดำเนินชีวิตตามพระบัญญัติในอพยพบทที่ 20 ได้ ไม่ใช่แค่เพียงภายนอก แต่จากใจจริงของเรา และทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้เพราะพระเยซูผู้ทำงานในชีวิตของเรา
อธิษฐาน
พระเจ้า ขอบคุณสำหรับความรอดที่พระองค์ประทานให้ผ่านทางพระเยซูคริสต์ ขอให้ความรักที่ข้าพระองค์มีต่อพระองค์ และต่อผู้คนที่อยู่รอบตัวข้าพระองค์ เติบโตขึ้นทุกวัน อาเมน
*ในการศึกษาพระคัมภีร์ เราใช้วิธีศึกษาแบบ SOAP ซึ่งย่อมาจาก S (Scripture) พระคัมภีร์, O (Observation) สังเกต, A (Application) ประยุกต์ใช้ และ P (Prayer) อธิษฐาน
1. S - scripture (พระคัมภีร์) เขียนข้อพระคัมภีร์ลงไป คุณจะประหลาดใจกับสิ่งที่พระเจ้าเปิดเผยแก่คุณเพียงแค่ใช้เวลาช้าลงและเขียนสิ่งที่คุณกำลังอ่าน
2. O - observation (สังเกต) คุณเห็นอะไรในข้อที่คุณกำลังอ่าน? เป้าหมายคือใคร? มีคำซ้ำกันมั้ย? คำไหนที่โดดเด่นสำหรับคุณ?
3. A - application (ประยุกต์ใช้) วันนี้พระเจ้ากำลังพูดอะไรกับคุณ? คุณจะนำสิ่งที่คุณเพิ่งอ่านไปประยุกต์ใช้กับชีวิตส่วนตัวของคุณได้อย่างไร? คุณต้องเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง? คุณต้องลงมือทำสิ่งใดหรือไม่?
4. P - prayer (อธิษฐาน) อธิษฐานพระวจนะของพระเจ้าใช้เวลาขอบคุณพระองค์ หากพระองค์ทรงเปิดเผยบางสิ่งแก่คุณในช่วงเวลานี้ผ่านพระคำของพระองค์ อธิษฐานเกี่ยวกับสิ่งนั้น หากพระองค์ทรงเปิดเผยความบาปบางอย่างในชีวิตของคุณ สารภาพมัน และจำไว้ว่าพระองค์ทรงรักคุณอย่างสุดซึ้ง
ข้อพระคัมภีร์
เกี่ยวกับแผนฯ

เรื่องราวในพระธรรมอพยพช่วยเตือนเราว่า พระเจ้ายังคงเหมือนเดิมจนถึงทุกวันนี้ พระองค์มองเห็นเรา รับฟังเรา และรักเราเสมอ และเช่นเดียวกับที่พระองค์เคยช่วยกู้ประชากรของพระองค์ในสมัยนั้น พระเจ้าก็ได้ส่งพระเยซูมาเป็นผู้ช่วยกู้ตลอดกาลของเรา เพื่อช่วยเราให้รอดพ้นจากบาป และมอบชีวิตใหม่ที่งดงามให้เราได้อยู่ร่วมกันกับพระองค์
More
เราขอขอบคุณ รักพระเจ้ามหาศาล ที่ให้แผนนี้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดไปที่ thai.lovegodgreatly.com




