ไม่เคยทอดทิ้งตัวอย่าง

สัปดาห์ที่ 3 : วันที่ 3 ปาฏิหาริย์ที่ทะเลแดง
ลงลึกในพระคำ
เรื่องปาฏิหาริย์ที่ทะเลแดง มักถูกเล่าในพระคัมภีร์สำหรับเด็ก ภาพที่เราคุ้นตาคือ โมเสสยืนชูมือพร้อมไม้เท้าอยู่ตรงหน้า น้ำทะเลแยกออกเป็นสองฝั่งตั้งเป็นกำแพงสูง และภายในน้ำยังมีปลามองดูราวกับกำลังยิ้มทักทายชาวอิสราเอลที่เดินผ่านอย่างปลอดภัย
แต่นั่นเป็นเพียงภาพที่เล่าให้เด็กฟังเท่านั้น ความจริงแล้ว เหตุการณ์นี้ยิ่งใหญ่และน่าอัศจรรย์กว่านั้นมาก เพราะนี่คือปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นจริง ลองจินตนาการว่าคุณเป็นหนึ่งในชาวอิสราเอล คุณเพิ่งรีบหนีออกมาจากดินแดนที่กดขี่ หลังจากได้เห็นภัยพิบัติสิบประการที่พระเจ้าส่งมายังอียิปต์ด้วยตาของตัวเอง ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วและวุ่นวายจนคุณแทบตั้งตัวไม่ทัน
ตอนนี้คุณกำลังวิ่งหนีเอาชีวิตรอดอยู่กลางทะเลทราย เสียงรถศึกและทหารอียิปต์ดังไล่ตามมาจากด้านหลัง ล้อไม้เสียดสีกับพื้นทรายอย่างหนักแน่นและเข้าใกล้ขึ้นทุกที คุณเร่งฝีเท้าเท่าที่จะทำได้ แต่เมื่อมองไปข้างหน้า กลับพบว่าทะเลแดงขวางอยู่ตรงหน้า ไม่มีทางให้ไปต่ออีกแล้ว คุณอยู่ในภาวะไร้ทางเลือก ถ้าลงไปในทะเลก็อาจจมน้ำตาย แต่ถ้าหันกลับไป ก็ต้องเผชิญหน้ากับกองทัพอียิปต์ที่พร้อมด้วยอาวุธและกำลังคน
ค่ำคืนนั้นเต็มไปด้วยความตึงเครียด หัวใจของทุกคนเต้นแรงด้วยความหวาดกลัว เสียงล้อรถศึกและฝีเท้าม้าที่ดังแว่วมาจากระยะไกลยิ่งทำให้ใจสั่นไม่หยุด รอบตัวเงียบงัน แต่ในใจของผู้คนกลับเต็มไปด้วยความกังวล และต่างตั้งคำถามเดียวกันว่า “เราจะวางใจพระเจ้าได้จริงหรือ?” ท่ามกลางความมืดและความหวาดหวั่นนั้น โมเสสยกมือขึ้นต่อหน้าทะเล ราวกับเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังท่ามกลางความสิ้นหวังที่กำลังกัดกินใจของผู้คน
ทันใดนั้น คุณได้ยินเสียงน้ำคำรามดังกระหึ่ม ทะเลตรงหน้าเริ่มแยกออกทีละน้อย และพื้นดินแห้งก็ผุดขึ้นตรงกลาง มีเสียงตะโกนบอกให้คุณรีบเดินข้ามไปบนพื้นแห้งนั้น ในหัวของคุณเต็มไปด้วยคำถาม น้ำที่ตั้งเป็นกำแพงอยู่นี้จะอยู่ได้นานแค่ไร? แล้วชาวอียิปต์จะตามเข้ามาในเส้นทางเดียวกันหรือไม่?
เมื่อคุณก้าวถึงอีกฝั่ง กำแพงน้ำทั้งสองด้านก็พังทลายลง และถมทับกองทัพอียิปต์จนสิ้นซาก ในวินาทีนั้นเอง คุณรู้แน่ชัดในหัวใจว่า พระเจ้าองค์นี้ทรงดำรงอยู่อย่างแน่นอน พระองค์คือพระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุด เหนือทุกสรรพสิ่ง และเป็นผู้ที่คุณสามารถวางใจได้อย่างแท้จริง ปาฏิหาริย์ที่ทะเลแดงยังคงทำให้เราตระหนักถึงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าจนถึงทุกวันนี้ ขอให้เราไม่มองข้ามพระวจนะตอนที่คุ้นตา เพื่อที่เราจะได้เห็นพระเจ้าชัดขึ้นว่า พระองค์ทรงเป็นใคร และทรงกระทำสิ่งใดในชีวิตของเรา
อธิษฐาน
พระเจ้า พระองค์ยังคงช่วยกู้ผู้คนอย่างอัศจรรย์ในทุกวันนี้ผ่านทางพระเยซู ขอช่วยให้ข้าพระองค์ไม่มองข้ามสิ่งที่พระองค์ทรงทำ แต่ให้ข้าพระองค์เห็นคุณค่าและชื่นชมพระราชกิจของพระองค์เสมอ อาเมน
*ในการศึกษาพระคัมภีร์ เราใช้วิธีศึกษาแบบ SOAP ซึ่งย่อมาจาก S (Scripture) พระคัมภีร์, O (Observation) สังเกต, A (Application) ประยุกต์ใช้ และ P (Prayer) อธิษฐาน
1. S - scripture (พระคัมภีร์) เขียนข้อพระคัมภีร์ลงไป คุณจะประหลาดใจกับสิ่งที่พระเจ้าเปิดเผยแก่คุณเพียงแค่ใช้เวลาช้าลงและเขียนสิ่งที่คุณกำลังอ่าน
2. O - observation (สังเกต) คุณเห็นอะไรในข้อที่คุณกำลังอ่าน? เป้าหมายคือใคร? มีคำซ้ำกันมั้ย? คำไหนที่โดดเด่นสำหรับคุณ?
3. A - application (ประยุกต์ใช้) วันนี้พระเจ้ากำลังพูดอะไรกับคุณ? คุณจะนำสิ่งที่คุณเพิ่งอ่านไปประยุกต์ใช้กับชีวิตส่วนตัวของคุณได้อย่างไร? คุณต้องเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง? คุณต้องลงมือทำสิ่งใดหรือไม่?
4. P - prayer (อธิษฐาน) อธิษฐานพระวจนะของพระเจ้าใช้เวลาขอบคุณพระองค์ หากพระองค์ทรงเปิดเผยบางสิ่งแก่คุณในช่วงเวลานี้ผ่านพระคำของพระองค์ อธิษฐานเกี่ยวกับสิ่งนั้น หากพระองค์ทรงเปิดเผยความบาปบางอย่างในชีวิตของคุณ สารภาพมัน และจำไว้ว่าพระองค์ทรงรักคุณอย่างสุดซึ้ง
ข้อพระคัมภีร์
เกี่ยวกับแผนฯ

เรื่องราวในพระธรรมอพยพช่วยเตือนเราว่า พระเจ้ายังคงเหมือนเดิมจนถึงทุกวันนี้ พระองค์มองเห็นเรา รับฟังเรา และรักเราเสมอ และเช่นเดียวกับที่พระองค์เคยช่วยกู้ประชากรของพระองค์ในสมัยนั้น พระเจ้าก็ได้ส่งพระเยซูมาเป็นผู้ช่วยกู้ตลอดกาลของเรา เพื่อช่วยเราให้รอดพ้นจากบาป และมอบชีวิตใหม่ที่งดงามให้เราได้อยู่ร่วมกันกับพระองค์
More
เราขอขอบคุณ รักพระเจ้ามหาศาล ที่ให้แผนนี้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดไปที่ thai.lovegodgreatly.com




