กันดารวิถี 14:22-30 - Compare All Versions

กันดารวิถี 14:22-30 THA-ERV (พระคริสตธรรมคัมภีร์: ฉบับอ่านเข้าใจง่าย)

คน​พวกนี้​ทั้งหมด​ที่​ได้​เห็น​รัศมี​ของ​เรา​และ​เหตุการณ์​อัน​มหัศจรรย์​ของ​เรา ที่​เรา​ได้​ทำ​ใน​อียิปต์​และ​ใน​ที่​เปล่าเปลี่ยว​แห้งแล้ง และ​ได้​ลองดี​กับ​เรา​ถึง​สิบครั้ง​และ​ไม่​เชื่อฟัง​เรา คน​พวกนี้​ทั้งหมด​จะ​ไม่​ได้​เห็น​แผ่นดิน​ที่​เรา​ได้​สัญญา​ไว้​กับ​บรรพบุรุษ​ของ​พวกเขา รวมทั้ง​คน​พวกนั้น​ทุกคน​ที่​ไม่​เคารพ​ยำเกรง​เรา จะ​ไม่​ได้​เข้า​ไป​ใน​แผ่นดินนั้น​ด้วย แต่​เพราะ​คาเลบ​ผู้รับใช้​เรา คิด​แตกต่าง​จาก​คน​พวกนั้น และ​ติดตาม​เรา​ทุกอย่าง เรา​จะ​นำ​เขา​เข้า​ไป​ใน​แผ่นดิน​ที่​เขา​เคย​เข้า​ไป​แล้ว และ​ลูกหลาน​ของ​เขา​ก็​จะ​ได้​ครอบ​ครอง​แผ่นดินนั้น ชาว​อามาเลค​และ​ชาว​คานาอัน​อาศัย​อยู่​ใน​หุบเขา ดังนั้น​ใน​วัน​พรุ่งนี้ ให้​เดิน​ทาง​กลับ​เข้า​ไป​ใน​ที่​เปล่าเปลี่ยว​แห้งแล้ง โดย​ใช้​เส้นทาง​ที่​มุ่ง​สู่​ทะเล​แดง” พระยาห์เวห์​พูด​กับ​โมเสส​และ​อาโรน​ว่า “ไอ้​พวก​ชั่วช้านี้​จะ​บ่น​ต่อว่า​เรา​ไป​อีก​นาน​แค่ไหน เรา​ได้ยิน​เสียง​บ่น​ของ​พวก​ชาว​อิสราเอล​ที่​บ่น​ต่อว่า​เรา ให้​บอก​พวกมัน​ว่า ‘พระยาห์เวห์​บอก​ว่า “เรา​มี​ชีวิต​อยู่​แน่​ขนาด​ไหน ก็​ให้​แน่ใจ​ขนาดนั้น​เลย​ว่า เรา​จะ​ทำ​กับ​เจ้า​เหมือน​กับ​ที่​เจ้า​ได้​บ่น​ใส่​หู​เรา พวกเจ้า​จะ​ตาย​ใน​ที่​เปล่าเปลี่ยว​แห้งแล้ง​นี้ พวกเจ้า​ทุกคน​ที่​ได้​นับ​ไว้​แล้ว ทุกคน​ที่​มี​อายุ​ตั้งแต่​ยี่สิบ​ปี​ขึ้น​ไป​ที่​ได้​บ่น​ต่อว่า​เรา เจ้า​จะ​ไม่​ได้​เข้า​ไป​ใน​แผ่นดิน​ที่​เรา​ได้​สัญญา​ไว้​ว่า​จะ​ให้​เจ้า​เข้า​ไป​อยู่ ยกเว้น​คาเลบ​ลูกชาย​ของ​เยฟุนเนห์​และ​โยชูวา​ลูกชาย​ของ​นูน

กันดารวิถี 14:22-30 THSV11 (ฉบับมาตรฐาน)

ทุกคนที่ได้เห็นพระสิริของเรา และเห็นการอัศจรรย์ทั้งหลายที่เราทำในอียิปต์และในถิ่นทุรกันดาร แต่ยังทดลองเราถึงสิบครั้ง ทั้งไม่ฟังเสียงของเรา พวกเขาจะไม่ได้เห็นแผ่นดินที่เราปฏิญาณไว้กับบรรพบุรุษของเขา และทุกคนที่สบประมาทเราก็จะไม่ได้เห็นแผ่นดินนั้นเช่นกัน แต่ส่วนคาเลบผู้รับใช้ของเรา เนื่องจากเขามีจิตใจที่แตกต่างและได้ติดตามเราอย่างสุดใจ เราจะนำเขาไปถึงแผ่นดินที่เขาเข้าไปนั้น และพงศ์พันธุ์ของเขาจะได้เป็นกรรมสิทธิ์ ในเมื่อพวกอามาเลขและพวกคานาอันอยู่ที่หุบเขา พรุ่งนี้พวกเจ้าจงกลับไปในถิ่นทุรกันดารตามทางไปยังทะเลแดง” แล้วพระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสและอาโรนว่า “เราจะทนต่อชุมนุมชนชั่วร้ายนี้ที่บ่นว่าเรานานแค่ไหน? เราได้ยินเสียงบ่นว่าของคนอิสราเอลซึ่งบ่นว่าเรา เจ้าจงกล่าวกับพวกเขาว่า พระยาห์เวห์ตรัสว่า ‘เรามีชีวิตอยู่ฉันใด เราจะทำกับพวกเจ้าตามสิ่งที่เจ้าทั้งหลายพูดเข้าหูของเราฉันนั้น ซากศพของพวกเจ้าจะตกหล่นอยู่ในถิ่นทุรกันดารนี้ จำนวนคนทั้งหมดของเจ้าซึ่งถูกนับไว้ที่มีอายุตั้งแต่ยี่สิบปีขึ้นไปผู้ซึ่งบ่นว่าเรา พวกเจ้าจะไม่ได้เข้าไปในแผ่นดินที่เราปฏิญาณว่าจะให้เจ้าอาศัยอยู่ นอกจากคาเลบบุตรเยฟุนเนห์และโยชูวาบุตรนูน

กันดารวิถี 14:22-30 KJV (พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV)

คนทั้งหลายที่​ได้​เห​็นสง่าราศีของเรา และได้​เห​็นการอัศจรรย์ต่างๆที่เราได้กระทำในอียิปต์และในถิ่นทุ​รก​ันดาร และยังได้ทดลองเรามาตั้งสิบครั้ง และยั​งม​ิ​ได้​ฟังเสียงของเรา คนเหล่านี้จะมิ​ได้​เห​็นแผ่นดิ​นที​่เราปฏิญาณไว้กับปู่ยาตายายของเขาฉันนั้น คนทั้งปวงที่สบประมาทเราจะไม่​ได้​เห​็นแผ่นดินนั้นสักคนเดียว แต่​ส่วนคาเลบผู้​รับใช้​ของเรา เพราะมี​จิ​ตใจต่างกันและได้ตามเรามาอย่างเต็​มท​ี่ เราก็จะได้นำเขาไปถึงแผ่นดิ​นที​่เขาได้ไปมาและเชื้อสายของเขาจะได้​กรรมสิทธิ์​เมืองนั้น (พวกอามาเลขและพวกคานาอันอยู่​ที่​หว่างเขา) พรุ่งนี้​เจ้​าจงกลับไปในถิ่นทุ​รก​ันดารตามทางถึงทะเลแดง” พระเยโฮวาห์ตรัสกับโมเสสและอาโรนว่า “เราจะทนชุ​มนุ​มชนชั่วร้ายนี้บ่นต่อเรานานสักเท่าใด เราได้ยินเสียงบ่นของคนอิสราเอลซึ่งเขาบ่​นว​่าเรา เจ้​าจงกล่าวแก่เขาว่า พระเยโฮวาห์ตรั​สว​่า ‘เรามี​ชี​วิตอยู่​แน่​ฉันใด เราจะกระทำสิ่งที่​เจ้​าทั้งหลายบ่นให้เราได้ยินแก่​เจ้​าฉันนั้น ซากศพของเจ้าจะตกหล่นอยู่ในถิ่นทุ​รก​ันดารนี้ จำนวนคนทั้งหมดของเจ้านับตั้งแต่​อายุ​ยี​่​สิ​บปี​ขึ้นไป ผู้​ใดที่บ่​นว​่าเรา จะไม่​มี​สักคนหนึ่งที่มาถึงแผ่นดิ​นที​่เราปฏิญาณว่าจะให้​เจ้​าอาศัยอยู่ เว้นแต่​คาเลบบุตรชายเยฟุนเนห์และโยชู​วาบ​ุตรชายนูน

กันดารวิถี 14:22-30 TH1971 (พระคัมภีร์ไทย ฉบับ 1971)

คนทั้งหลายที่ได้เห็นพระสิริของเรา และได้เห็นการอัศจรรย์สำคัญที่เราได้กระทำในอียิปต์ และในถิ่นทุรกันดาร และยังได้ทดลองเรามาตั้งสิบครั้ง และยังมิได้เชื่อฟังเสียงของเรา คนเหล่านี้จะมิได้เห็นแผ่นดินที่เราสัญญาไว้กับ ปู่ย่าตายายของเขาฉันนั้น คนทั้งปวงที่สบประมาทเราจะไม่ได้เห็นแผ่นดิน นั้นสักคนเดียว แต่ส่วนคาเลบผู้รับใช้ของเรา เพราะมีจิตใจต่างกันและได้ตามเราอยู่ตลอดมา เราก็จะได้นำเขาไปถึงแผ่นดินที่เขาได้ไปมา และเผ่าพันธุ์ของเขาจะได้กรรมสิทธิ์เมืองนั้น พวกอามาเลขและพวกคานาอันอยู่ที่หว่างเขา พรุ่งนี้เจ้าจงกลับไปในถิ่นทุรกันดารตามทางถึงทะเลแดง>> พระเจ้าตรัสกับโมเสสและอาโรนว่า <<เราจะทนชุมนุมชนชั่วร้ายนี้บ่นต่อเรานานสักเท่าใด เราได้ยินเสียงบ่นของคนอิสราเอลซึ่งเขาบ่นว่าเรา เจ้าจงกล่าวแก่เขาว่า พระเจ้าตรัสว่า <เรามีชีวิตอยู่ฉันใด เราจะกระทำสิ่งที่เจ้าทั้งหลายบ่นให้เราได้ยินแก่ เจ้าฉันนั้น ซากศพของเจ้าจะตกหล่นอยู่ในถิ่นทุรกันดารนี้ จำนวนคนทั้งหมดของเจ้านับตั้งแต่อายุยี่สิบปีขึ้นไป ผู้ใดที่บ่นว่าเรา จะไม่มีสักคนหนึ่งที่มาถึงแผ่นดินที่เราสัญญาว่า จะให้เจ้าอาศัยอยู่ เว้นแต่คาเลบบุตรเยฟุนเนห์และโยชูวาบุตรนูน

กันดารวิถี 14:22-30 TNCV (พระคริสตธรรมคัมภีร์ไทย ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย)

ทุกคนที่ได้เห็นเกียรติสิริของเราและเห็นหมายสำคัญที่เราได้ทำทั้งในอียิปต์และในถิ่นกันดารแล้วยังไม่ยอมเชื่อฟังเรา แต่ลองดีกับเรานับสิบครั้ง ในบรรดาคนเหล่านี้จะไม่มีสักคนเดียวที่จะได้เห็นดินแดนที่เราสัญญาโดยปฏิญาณว่าจะยกให้บรรพบุรุษของเขา จะไม่มีใครที่ดูหมิ่นเรา แล้วจะได้เห็นดินแดนนี้ ส่วนคาเลบผู้รับใช้ของเรามีจิตใจแตกต่างออกไป และติดตามเราอย่างสุดใจ เราจะพาเขาเข้าไปยังดินแดนที่เขาได้สำรวจมา และวงศ์วานของเขาจะได้ครอบครองดินแดนนั้น เนื่องจากชาวอามาเลข และชาวคานาอันอาศัยอยู่ในหุบเขา พรุ่งนี้เจ้าจะต้องออกเดินทางกลับไปยังถิ่นกันดาร ตามทางถึงทะเลแดง” องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับโมเสสและอาโรนว่า “ชุมชนที่ชั่วร้ายเหล่านี้จะบ่นว่าเราอีกนานเท่าใด? เราได้ยินคำพร่ำบ่นของคนอิสราเอลเหล่านี้แล้ว ดังนั้นจงบอกพวกเขาว่า ‘องค์พระผู้เป็นเจ้าประกาศดังนี้ว่า เรามีชีวิตอยู่แน่ฉันใด เราจะทำกับเจ้าอย่างที่เจ้าได้พูดไว้ฉันนั้น คือพวกเจ้าจะล้มตายในถิ่นกันดารนี้ คือพวกเจ้าทุกคนที่มีอายุยี่สิบปีขึ้นไปตามที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ และได้บ่นว่าเรา จะไม่มีสักคนได้เข้าดินแดนที่เราสัญญาว่าจะยกให้เป็นที่อยู่อาศัยของเจ้า ยกเว้นคาเลบบุตรเยฟุนเนห์กับโยชูวาบุตรนูน

กันดารวิถี 14:22-30 NTV (พระคัมภีร์ ฉบับแปลใหม่ (NTV))

ชาย​คน​ใด​ที่​เคย​เห็น​บารมี​และ​ปรากฏการณ์​อัศจรรย์​ที่​เรา​กระทำ​ใน​อียิปต์​และ​ใน​ถิ่น​ทุรกันดาร แต่​เขา​ก็​ยัง​ลอง​ดี​กับ​เรา​ถึง 10 ครั้ง​และ​ไม่​ได้​ฟัง​เสียง​ของ​เรา เขา​เหล่า​นั้น​ก็​จะ​ไม่​ได้​เห็น​ดินแดน​ที่​เรา​ได้​ปฏิญาณ​ว่า​จะ​มอบ​ให้​แก่​บรรพบุรุษ​ของ​เขา และ​ใคร​ก็​ตาม​ดูหมิ่น​เรา​ก็​จะ​ไม่​ได้​เห็น​ด้วย​เช่น​กัน แต่​เพราะ​คาเลบ​ผู้​รับใช้​ของ​เรา​มี​จิต​วิญญาณ​ต่าง​กัน และ​เขา​ได้​ตาม​เรา​อย่าง​จริงใจ เรา​ก็​จะ​นำ​เขา​เข้า​ไป​ใน​ดินแดน​ที่​เขา​เข้า​ไป​มา​แล้ว และ​บรรดา​ผู้​สืบ​เชื้อสาย​ของ​เขา​จะ​ได้​ยึด​ครอง​ดินแดน​นั้น ใน​เมื่อ​ชาว​อามาเลข​และ​ชาว​คานาอัน​อาศัย​อยู่​ใน​หุบ​เขา พรุ่งนี้​จง​ออก​เดินทาง​กลับ​ไป​ยัง​ถิ่น​ทุรกันดาร​ตาม​ทาง​ที่​ไป​ทะเล​แดง” และ​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​กล่าว​กับ​โมเสส​และ​อาโรน​ว่า “เรา​จะ​ต้อง​ทน​ต่อ​มวลชน​ชั่ว​ร้าย​ที่​พร่ำ​บ่น​ต่อว่า​ต่อขาน​เรา​ไป​นาน​แค่​ไหน เรา​ได้ยิน​ชาว​อิสราเอล​บ่น​พึมพำ​ต่อว่า​เรา​แล้ว จง​บอก​พวก​เขา​ว่า พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ประกาศ​ว่า ‘ตราบ​ที่​เรา​มี​ชีวิต​อยู่ อะไร​ที่​เจ้า​พูด​ให้​เรา​ได้ยิน เรา​ก็​จะ​กระทำ​ต่อ​เจ้า​ตาม​นั้น ศพ​ของ​พวก​เจ้า​จะ​ถูก​ทิ้ง​ไว้​ใน​ถิ่น​ทุรกันดาร ทุก​คน​ที่​นับ​ไว้​ใน​ทะเบียน​ที่​มี​อายุ 20 ปี​ขึ้น​ไป​และ​บ่น​พึมพำ​ต่อว่า​เรา จะ​ไม่​มี​สักคน​ที่​จะ​ได้​ก้าว​เข้า​ไป​ใน​ดินแดน​ที่​เรา​ได้​ยก​มือ​ปฏิญาณ​ให้​เจ้า​อาศัย​อยู่ ยกเว้น​คาเลบ​บุตร​เยฟุนเนห์​และ​โยชูวา​บุตร​ของ​นูน