กันดารวิถี 13:27-28 - Compare All Versions

กันดารวิถี 13:27-28 THA-ERV (พระคริสตธรรมคัมภีร์: ฉบับอ่านเข้าใจง่าย)

พวกเขา​บอก​โมเสส​ว่า “พวกเรา​ได้​เข้า​ไป​ใน​แผ่นดิน​ที่​ท่าน​ได้​ส่ง​พวกเรา​ไป​มา​แล้ว มัน​เป็น​ดินแดน​ที่​อุดม​สมบูรณ์ และ​นี่​คือ​ผลไม้​ของ​มัน แต่​ประชาชน​ที่​อยู่​ที่นั่น​แข็งแรง เมือง​ต่างๆ​ก็​มี​กำแพง​ขนาดใหญ่​ล้อมรอบ พวกเรา​ยัง​เห็น​ชาว​อานาค ที่​นั่น​ด้วย

กันดารวิถี 13:27-28 THSV11 (ฉบับมาตรฐาน)

เขาทั้งหลายเล่าให้โมเสสฟังว่า “ข้าพเจ้าทั้งหลายไปถึงแผ่นดินซึ่งท่านส่งเราไปนั้น ที่นั่นมีน้ำนมและน้ำผึ้งไหลบริบูรณ์จริง และนี่เป็นผลไม้ของแผ่นดินนั้น แต่ว่าคนที่อยู่ในแผ่นดินนั้นมีกำลังมาก เมืองของพวกเขาก็มีกำแพงป้องกันและใหญ่โตมาก นอกจากนั้นเรายังเห็นลูกหลานคนอานาคที่นั่นด้วย

กันดารวิถี 13:27-28 KJV (พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV)

เขาทั้งหลายเล่าให้โมเสสฟังว่า “ข้าพเจ้าทั้งหลายได้ไปถึงแผ่นดินซึ่งท่านใช้​ไป มีน​้ำนมและน้ำผึ้งไหลบริบู​รณ​์​ที่​นั่นจริง และนี่เป็นผลไม้ของเมืองนั้น แต่​คนที​่​อยู่​ในเมืองนั้​นม​ีกำลังมากและเมืองของเขาก็​ใหญ่​โตมีกำแพงล้อมรอบ นอกจากนั้นข้าพเจ้าทั้งหลายยังเห็นคนอานาคที่นั่นด้วย

กันดารวิถี 13:27-28 TH1971 (พระคัมภีร์ไทย ฉบับ 1971)

เขาทั้งหลายเล่าให้โมเสสฟังว่า <<ข้าพเจ้าทั้งหลายได้ไปถึงแผ่นดิน ซึ่งท่านใช้ไป มีน้ำนมและน้ำผึ้งไหลบริบูรณ์ที่นั่นจริง และนี่เป็นผลไม้ของเมืองนั้น แต่คนที่อยู่ในเมืองนั้นมีกำลังมาก และเมืองของเขาก็ใหญ่โตมีกำแพงล้อมรอบ นอกจากนั้นข้าพเจ้าทั้งหลายยังเห็นคนอานาคที่นั่นด้วย

กันดารวิถี 13:27-28 TNCV (พระคริสตธรรมคัมภีร์ไทย ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย)

พวกเขารายงานโมเสสว่า “พวกข้าพเจ้าไปถึงดินแดนที่ท่านใช้ให้ไปดู เป็นดินแดนที่อุดมด้วยน้ำนมและน้ำผึ้ง! ดูผลไม้เหล่านี้สิ แต่ผู้คนซึ่งอาศัยอยู่ที่นั่นมีกำลังเข้มแข็งมาก เมืองของเขาก็แสนใหญ่โต มีป้อมกำแพงแน่นหนา มิหนำซ้ำพวกข้าพเจ้ายังเห็นวงศ์วานของอานาคอยู่ที่นั่นด้วย

กันดารวิถี 13:27-28 NTV (พระคัมภีร์ ฉบับแปลใหม่ (NTV))

พวก​เขา​บอก​โมเสส​ว่า “พวก​เรา​ไป​ยัง​ดินแดน​ที่​ท่าน​ให้​เรา​ไป ดินแดน​อัน​อุดม​ด้วย​น้ำนม​และ​น้ำผึ้ง และ​นี่​เป็น​ผลไม้​ของ​ดินแดน​นั้น อย่าง​ไร​ก็​ดี​ประชาชน​ที่​อาศัย​อยู่​ใน​ดินแดน​ก็​มี​กำลัง​มาก เมือง​ต่างๆ มี​ขนาด​ใหญ่​มาก​และ​ได้​รับ​การ​คุ้มกัน​อย่าง​แข็ง​แกร่ง พวก​เรา​เห็น​ลูก​หลาน​ของ​ชาว​อานาค​ที่​นั่น​ด้วย