กันดารวิถี 11:16-30 - Compare All Versions

กันดารวิถี 11:16-30 THA-ERV (พระคริสตธรรมคัมภีร์: ฉบับอ่านเข้าใจง่าย)

พระยาห์เวห์​พูด​กับ​โมเสส​ว่า “ไป​รวบรวม​ผู้​อาวุโส​ของ​อิสราเอล​มา​ให้​เรา​เจ็ดสิบ​คน เอา​คน​ที่​เจ้า​รู้​ว่า​เป็น​ผู้​อาวุโส และ​ผู้นำ​ของ​ประชาชน แล้ว​พา​พวกเขา​มา​ที่​เต็นท์​นัดพบ และ​ให้​พวกเขา​ยืน​อยู่​ที่นั่น​กับ​เจ้า แล้ว​เรา​จะ​ลง​มา​และ​พูด​กับ​เจ้า​ที่นั่น พระวิญญาณ​ที่​อยู่​กับ​เจ้า​นี้ เรา​จะ​เอา​ส่วน​หนึ่ง​ไป​ให้​กับ​พวกเขา พวกเขา​จะ​ช่วย​แบก​ภาระ​ของ​ประชาชน​กับ​เจ้า เพื่อ​เจ้า​จะ​ได้​ไม่​ต้อง​แบก​คน​เดียว ให้​บอก​กับ​ประชาชน​ว่า ‘ชำระ​ตัว​ของ​เจ้า​ให้​บริสุทธิ์​สำหรับ​วัน​พรุ่งนี้ พรุ่งนี้​เจ้า​จะ​ได้​กิน​เนื้อ เพราะ​เจ้า​ได้​ร้อง​คร่ำครวญ​ต่อ​หน้า​พระยาห์เวห์​ว่า “ใคร​จะ​เอา​เนื้อ​มา​ให้​พวกเรา​กิน อยู่​ที่​อียิปต์​ดี​กว่า​นี้​เยอะ​เลย” พระยาห์เวห์​จะ​ให้​เนื้อ​กับ​พวกท่าน และ​พวกท่าน​จะ​ได้​กิน​มัน ท่าน​จะ​ไม่​ได้​กิน​แค่​วัน​สอง​วัน​หรือ​ห้า​วัน หรือ​สิบ​วัน​หรือ​ยี่สิบ​วัน​เท่านั้น แต่​ท่าน​จะ​ได้​กิน​ตลอด​ทั้งเดือน จน​มัน​ทะลัก​ออก​มา​ทาง​จมูก ท่าน​จะ​กิน​จน​ขยะแขยง​ไป​เลย มัน​จะ​เป็น​อย่างนี้ เพราะ​ท่าน​ปฏิเสธ​พระยาห์เวห์​ที่​อยู่​ท่ามกลาง​ท่าน และ​มา​ร้อง​คร่ำครวญ​ต่อหน้า​พระองค์​ว่า “ทำไม​เรา​ถึง​ต้อง​ออก​มา​จาก​อียิปต์​กัน”’” โมเสส​พูด​ว่า “มี​ทหาร​เดิน​เท้า​ตั้ง​หกแสน​คน​อยู่​กับ​ข้าพเจ้า​ที่นี่ แต่​พระองค์​ยัง​พูด​ว่า ‘เรา​จะ​ให้​เนื้อสัตว์​กับ​พวกเขา​กิน​กัน​ทั้ง​เดือน’ ถึง​ฆ่า​แกะ​และ​วัว​หมด​ทั้งฝูง ก็​ยัง​ไม่​พอ​ให้​พวกเขา​กิน​เลย ถึง​จับ​ปลา​มา​หมดทะเล ก็​ยัง​ไม่​พอ​เลี้ยง​พวกเขา​เลย” พระยาห์เวห์​พูด​กับ​โมเสส​ว่า “เจ้า​คิด​ว่า​มือ​ของ​พระยาห์เวห์​สั้น​ไป​หรือ​ยังไง เดี๋ยว​เจ้า​จะ​ได้​เห็น​ว่า​สิ่ง​ที่​เรา​พูด​นั้น​จะ​เกิดขึ้น​กับเจ้าไหม” โมเสส​ออก​ไป​บอก​กับ​ประชาชน​ว่า​พระยาห์เวห์​พูด​อะไร โมเสส​ได้​รวบรวม​ผู้​อาวุโส​ของ​อิสราเอล​มา​เจ็ดสิบ​คน โมเสส​ให้​พวกเขา​มา​ยืน​อยู่​รอบๆ​เต็นท์ แล้ว​พระยาห์เวห์​ได้​ลง​มา​ใน​เมฆ และ​พูด​กับ​โมเสส พระองค์​เอา​วิญญาณ​บาง​ส่วน​ที่​อยู่​กับ​โมเสส ไป​ใส่​ไว้​ใน​ผู้​อาวุโส​ทั้ง​เจ็ดสิบ​คนนั้น เมื่อ​พระวิญญาณ​เข้า​ไป​อยู่​ใน​ตัว​พวกเขา พวกเขา​ก็​ตะโกน​พระคำ​ออก​มา​ด้วย​ความ​ยินดี แต่​หลังจากนั้น​พวกเขา​ก็​ไม่​เคย​ทำ​อย่างนั้น​อีก​เลย ยัง​มี​ผู้​อาวุโส​สอง​คน​ที่​ไม่​ได้​มา แต่​ยัง​คง​อยู่​ใน​ค่าย คน​หนึ่ง​ชื่อ​เอลดาด อีก​คน​ชื่อ​เมดาด พระวิญญาณ​ก็​เข้า​ไป​อยู่​ใน​ตัว​พวกเขา พวกเขา​ก็​อยู่​ใน​กลุ่ม​ของ​ผู้​อาวุโส​ทั้ง​เจ็ดสิบ​คนนั้น​ด้วย แต่​พวกเขา​ไม่​ได้​ไป​ที่​เต็นท์ ดังนั้น พวกเขา​จึง​ตะโกน​พระคำ​ออก​มา​ด้วย​ความ​ยินดี​อยู่​ใน​ค่าย ชาย​หนุ่ม​คน​หนึ่ง​วิ่ง​ออก​มา​บอก​กับ​โมเสส​ว่า “เอลดาด​และ​เมดาด​กำลัง​ตะโกน​พระคำ​ด้วย​ความ​ยินดี​อยู่​ใน​ค่าย” โยชูวา​ลูกชาย​ของ​นูน พูด​กับ​โมเสส​ว่า “โมเสส นาย​ท่าน หยุด​พวกเขา​เถิด” โยชูวา เป็น​ผู้ช่วย​ของ​โมเสส​ตั้งแต่​โยชูวา​ยัง​เป็น​หนุ่ม แต่​โมเสส​พูด​กับ​โยชูวา​ว่า “อิจฉา​แทน​เรา​หรือ เรา​อยาก​จะ​ให้​คน​ของ​พระยาห์เวห์​ทุกคน​ตะโกน​พระคำ​ออก​มา​ด้วย​ความ​ยินดี เรา​อยาก​ให้​พระยาห์เวห์​ใส่​พระวิญญาณ​ลง​ใน​ตัว​พวกเขา” แล้ว​โมเสส​และ​ผู้​อาวุโส​ของ​อิสราเอล​ก็​กลับ​เข้า​ค่าย

กันดารวิถี 11:16-30 THSV11 (ฉบับมาตรฐาน)

พระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสว่า “จงรวบรวมพวกผู้ใหญ่ในอิสราเอลให้เราเจ็ดสิบคน เป็นคนที่เจ้ารู้ว่าเป็นผู้ใหญ่ของประชาชนและเป็นเจ้าหน้าที่ของเขาทั้งหลาย จงพาพวกเขามาที่เต็นท์นัดพบและให้ยืนอยู่พร้อมกับเจ้าที่นั่น เราจะลงมาสนทนากับเจ้าที่นั่น และเราจะเอาจากวิญญาณที่มีอยู่บนเจ้ามาใส่บนคนเหล่านั้นด้วย และให้เขาทั้งหลายแบกภาระของประชาชนเหล่านี้ร่วมกับเจ้า เพื่อเจ้าจะไม่ต้องแบกคนเดียว และจงกล่าวกับประชาชนว่า ‘ให้พวกท่านชำระตัวให้บริสุทธิ์ในวันพรุ่งนี้ และท่านจะได้รับประทานเนื้อเพราะพวกท่านร้องไห้ต่อพระกรรณของพระยาห์เวห์ว่า “ใครจะทำให้เรามีเนื้อกิน? เมื่ออยู่ในอียิปต์เราก็สุขสบาย” เพราะฉะนั้นพระยาห์เวห์จะประทานเนื้อให้ท่านทั้งหลาย และพวกท่านจะได้รับประทาน ท่านจะได้รับประทานไม่ใช่แค่วันเดียว หรือสองวัน หรือห้าวัน หรือสิบวัน หรือยี่สิบวัน แต่หนึ่งเดือนเต็มๆ จนเนื้อล้นมาทางรูจมูกของพวกท่าน จนท่านเอือมระอา เพราะท่านทั้งหลายได้ทอดทิ้งพระยาห์เวห์ผู้ประทับท่ามกลางพวกท่าน และร้องไห้เฉพาะพระพักตร์พระองค์กล่าวว่า “ทำไมเราจึงออกมาจากอียิปต์?” ’ ” แต่โมเสสกราบทูลว่า “คนที่ข้าพระองค์อยู่ด้วยนั้นเป็นผู้ชายหกแสนคน และพระองค์ตรัสว่า ‘เราจะให้เขาทั้งหลายกินเนื้อจนครบหนึ่งเดือน’ จะมีฝูงแพะแกะและฝูงโคเพียงพอที่จะฆ่าให้เขาทั้งหลายกินหรือ? หรือแม้จะรวบรวมปลาทั้งหมดในทะเลมา แล้วจะมีเพียงพอให้พวกเขากินหรือ?” พระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสว่า “พระหัตถ์ของพระยาห์เวห์สั้นไปหรือ? บัดนี้เจ้าจะเห็นว่าคำของเราจะสำเร็จเพื่อเจ้าจริงหรือไม่” โมเสสก็ออกไปบอกประชาชน ถึงพระดำรัสของพระยาห์เวห์ และท่านรวบรวมพวกผู้ใหญ่ในประชาชนเจ็ดสิบคน แล้วให้พวกเขามายืนรอบๆ เต็นท์ และพระยาห์เวห์เสด็จลงมาในเมฆและตรัสกับโมเสส แล้วทรงเอาจากวิญญาณที่มีอยู่บนโมเสสใส่บนพวกผู้ใหญ่เจ็ดสิบคนนั้นด้วย เมื่อวิญญาณมาอยู่บนเขาทั้งหลายแล้ว เขาทั้งหลายก็เผยพระวจนะ แต่ก็ไม่ได้ทำอีกเลย มีสองคนที่ยังอยู่ในค่าย คนหนึ่งชื่อเอลดาด อีกคนหนึ่งชื่อเมดาด และวิญญาณมาอยู่บนเขาทั้งสอง (เขาทั้งสองอยู่ในกลุ่มคนที่ถูกจดชื่อไว้แต่ไม่ได้มาที่เต็นท์) และเขาทั้งสองก็เผยพระวจนะในค่าย มีชายหนุ่มคนหนึ่งวิ่งมาบอกโมเสสว่า “เอลดาดและเมดาดกำลังเผยพระวจนะอยู่ในค่าย” และโยชูวาบุตรนูนซึ่งเป็นผู้รับใช้ของโมเสสตั้งแต่หนุ่มๆ กล่าวว่า “โมเสสเจ้านายของข้าพเจ้า โปรดห้ามเขาทั้งสองด้วย” แต่โมเสสบอกเขาว่า “ท่านเจ็บร้อนแทนข้าพเจ้าหรือ? ข้าพเจ้าอยากให้ประชาชนของพระยาห์เวห์เป็นผู้เผยพระวจนะทุกคน และข้าพเจ้าอยากให้พระยาห์เวห์ทรงใส่วิญญาณของพระองค์ไว้บนพวกเขา” โมเสสและพวกผู้ใหญ่ของคนอิสราเอลก็กลับไปที่ค่าย

กันดารวิถี 11:16-30 KJV (พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV)

พระเยโฮวาห์ตรัสกับโมเสสว่า “จงรวบรวมพวกผู้​ใหญ่​ในอิสราเอลให้เราเจ็ดสิบคน เป็นคนที่​เจ้​าทราบว่าเป็นคนผู้​ใหญ่​ในประชาชนและเป็นเจ้าหน้าที่เหนือเขาทั้งหลาย จงพาเขามาที่​พล​ับพลาแห่งชุ​มนุ​มให้เขายืนอยู่​พร​้อมกับเจ้าที่​นั่น เราจะลงมาสนทนากับเจ้าที่​นั่น และเราจะเอาวิญญาณที่​มี​อยู่​บนเจ้ามาใส่บนคนเหล่านั้นเสียบ้าง ให้​เขาทั้งหลายแบกภาระของชนชาติ​นี้​ด้วยกั​นก​ับเจ้า เพื่อเจ้าจะมิ​ได้​ทนแบกอยู่​แต่ลำพัง และจงกล่าวแก่คนทั้งปวงว่า ‘ท่านทั้งหลายจงชำระตัวให้​บริสุทธิ์​สำหรับพรุ่งนี้ ท่านจะได้รับประทานเนื้อ เพราะท่านร้องไห้ต่อพระกรรณของพระเยโฮวาห์​ว่า “​ผู้​ใดจะให้เนื้อเรากิน เมื่อเราอยู่ในอียิปต์เราก็​สุขสบาย​” เพราะเหตุนี้​พระเยโฮวาห์จะทรงประทานเนื้อให้ท่านทั้งหลายรับประทาน ท่านจะมิ​ได้​รับประทานวันเดียว หรือสองวัน หรือห้าวัน หรือสิบวัน หรือยี่​สิ​บวัน แต่​หน​ึ่งเดือนเต็ม จนเนื้อจะล้นออกมาทางรู​จม​ูกของท่าน จนท่านเอื​อม เพราะท่านได้ทอดทิ้งพระเยโฮวาห์​ผู้​อยู่​ท่ามกลางท่านทั้งหลาย และได้​ร้องไห้​ต่อพระองค์​กล่าวว่า “ไฉนเราจึงได้ออกมาจากอียิปต์”’” แต่​โมเสสกราบทูลว่า “​คนที​่ข้าพระองค์​อยู่​ท่ามกลางเขานั้นเป็นทหารราบหกแสนคน และพระองค์ตรั​สว​่า ‘เราจะให้เนื้อเขาทั้งหลายกินครบเดือนหนึ่ง’ จะเอาฝูงแพะแกะฝูงวัวมาฆ่าให้เขาให้พอเขากินหรือ จะรวบรวมปลาทั้งหมดในทะเลให้เขาให้พอเขากินหรือ” พระเยโฮวาห์ตรัสกับโมเสสว่า “พระหัตถ์ของพระเยโฮวาห์สั้นไปหรือ บัดนี้​เจ้​าจะเห็​นว​่าคำของเราจะสำเร็จเพื่อเจ้าจริงหรือไม่” โมเสสก็ออกไปบอกแก่คนทั้งปวงถึงพระดำรัสของพระเยโฮวาห์ และท่านได้รวบรวมพวกผู้​ใหญ่​ในประชาชนได้​เจ​็ดสิบคน แต่​งตั้งเขาไว้​ให้​ยืนรอบพลับพลา แล​้วพระเยโฮวาห์เสด็จลงมาในเมฆและตรัสกับโมเสส และเอาวิญญาณที่​มี​อยู่​บนโมเสสบ้างใส่บนพวกผู้​ใหญ่​เจ​็ดสิบคนนั้น และต่อมาเมื่อวิญญาณอยู่บนเขาทั้งหลายแล้ว เขาทั้งหลายก็​พยากรณ์ แต่​เขาทั้งหลายก็​ไม่​ทำอีก ยั​งม​ีสองคนที่​อยู่​ในค่าย คนหนึ่งชื่อเอลดาด อี​กคนหนึ่งชื่อเมดาด และวิญญาณอยู่บนเขา เขาเป็นคนที่​ได้​ลงทะเบียนไว้ แต่​ไม่ได้​มาที่​พลับพลา เขาพยากรณ์ในค่าย มี​ชายหนุ่มคนหนึ่งวิ่งมาบอกโมเสสว่า “เอลดาดและเมดาดกำลังพยากรณ์​อยู่​ในค่าย” และโยชู​วาบ​ุตรชายนูนเป็นผู้​รับใช้​ของโมเสส เป็นคนหนุ่ม มากล่าวว่า “โมเสสเจ้านายของข้าพเจ้า ขอห้ามเขาเสีย” แต่​โมเสสบอกเขาว่า “ท่านเจ็บร้อนแทนเราหรือ เราใคร่​ให้​ประชาชนของพระเยโฮวาห์เป็นผู้​พยากรณ์​ทุกคน และใคร่​ให้​พระเยโฮวาห์ทรงใส่วิญญาณของพระองค์​ไว้​บนเขาเหล่านั้น” โมเสสและพวกผู้​ใหญ่​ของคนอิสราเอลก็​กล​ับไปค่าย

กันดารวิถี 11:16-30 TH1971 (พระคัมภีร์ไทย ฉบับ 1971)

พระเจ้าตรัสกับโมเสสว่า <<จงรวบรวมพวกผู้ใหญ่ในอิสราเอลให้เราเจ็ดสิบคน เป็นคนที่เจ้าทราบว่าเป็นคนผู้ใหญ่ในประชาชนและเป็น เจ้าหน้าที่เหนือเขาทั้งหลาย จงพาเขามาที่เต็นท์นัดพบให้เขายืนอยู่พร้อมกับเจ้าที่นั่น เราจะลงมาสนทนากับเจ้าที่นั่น และเราจะเอาจิตวิญญาณที่มีอยู่บนเจ้ามาใส่บน คนเหล่านั้นเสียบ้าง ให้เขาทั้งหลายแบกภาระของชนชาตินี้ด้วยกันกับเจ้า เพื่อเจ้าจะมิได้ทนแบกอยู่แต่ลำพัง และจงกล่าวแก่คนทั้งปวงว่า <ท่านทั้งหลายจงชำระตัวให้บริสุทธิ์สำหรับพรุ่งนี้ ท่านจะได้รับประทานเนื้อเพราะท่านร้องไห้ต่อพระเนตร พระกรรณของพระเจ้าว่า <<ผู้ใดจะให้เนื้อเรากิน เมื่อเราอยู่ในอียิปต์เราก็สุขสบาย>> เพราะเหตุนี้พระเจ้าจะทรงประทานเนื้อให้ท่านทั้งหลาย รับประทาน ท่านจะมิได้รับประทานวันเดียว หรือสองวัน หรือห้าวัน หรือสิบวัน หรือยี่สิบวัน แต่หนึ่งเดือนเต็ม จนเนื้อจะล้นออกมาทางรูจมูกของท่าน จนท่านเอือม เพราะท่านได้ทอดทิ้งพระเจ้าผู้อยู่ท่ามกลางท่านทั้งหลาย และได้ร้องไห้ต่อพระองค์กล่าวว่า <<ไฉนเราจึงได้ออกมาจากอียิปต์>> > >> แต่โมเสสกราบทูลว่า <<คนที่ข้าพระองค์อยู่ท่ามกลางเขานั้นเป็นทหารราบหกแสนคน และพระองค์ตรัสว่า <เราจะให้เนื้อเขาทั้งหลายกินครบเดือนหนึ่ง> จะเอาฝูงแพะแกะฝูงโคมาฆ่าให้เขาให้พอเขากินหรือ จะรวบรวมปลาทั้งหมดในทะเลให้เขาให้พอเขากินหรือ>> พระเจ้าตรัสกับโมเสสว่า <<พระหัตถ์ของพระเจ้าสั้นไปหรือ บัดนี้เจ้าจะเห็นว่าคำของเราจะสำเร็จเพื่อเจ้าจริงหรือไม่>> โมเสสก็ออกไปบอกแก่คนทั้งปวง ถึงพระดำรัสของพระเจ้า และท่านได้รวบรวมพวกผู้ใหญ่ในประชาชนได้เจ็ดสิบคน แต่งตั้งเขาไว้ให้ยืนรอบเต็นท์ แล้วพระเจ้าเสด็จลงมาในเมฆและตรัสกับโมเสส และเอาวิญญาณที่มีอยู่บนโมเสสบ้าง ใส่บนพวกผู้ใหญ่เจ็ดสิบคนนั้น เมื่อวิญญาณอยู่บนเขาทั้งหลายแล้ว เขาทั้งหลายก็เผยพระวจนะ แต่เขาทั้งหลายก็ไม่ทำอีก ยังมีสองคนที่อยู่ในค่าย คนหนึ่งชื่อเอลดาด อีกคนหนึ่งชื่อเมดาดและวิญญาณอยู่บนเขา เขาเป็นคนที่ได้ลงทะเบียนไว้ แต่ไม่ได้มาที่เต็นท์ เขาเผยพระวจนะในค่าย มีชายหนุ่มคนหนึ่งวิ่งมาบอกโมเสสว่า <<เอลดาดและเมดาดกำลังเผยพระวจนะอยู่ในค่าย>> และโยชูวาบุตรนูนเป็นผู้รับใช้ของโมเสสตั้งแต่หนุ่มๆ มากล่าวว่า <<โมเสสเจ้านายของข้าพเจ้า ขอห้ามเขาเสีย>> แต่โมเสสบอกเขาว่า <<ท่านเจ็บร้อนแทนเราหรือ เราใคร่ให้ประชาชนของพระเจ้าเป็นผู้เผยพระวจนะทุกคน และใคร่ให้พระเจ้าทรงใส่วิญญาณของพระองค์ไว้บนเขา เหล่านั้น>> โมเสสและพวกผู้ใหญ่ของคนอิสราเอลก็กลับไปค่าย

กันดารวิถี 11:16-30 TNCV (พระคริสตธรรมคัมภีร์ไทย ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย)

องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับโมเสสว่า “จงนำผู้อาวุโสเจ็ดสิบคนของอิสราเอลซึ่งเจ้ารู้จักในฐานะผู้นำและเจ้าหน้าที่ในหมู่ประชากรนั้นมาพบเรา ให้พวกเขามายืนอยู่กับเจ้าที่เต็นท์นัดพบ เราจะลงมาพูดกับเจ้าที่นั่น และจะเอาพระวิญญาณที่อยู่เหนือเจ้ามอบให้อยู่เหนือคนเหล่านั้นด้วย พวกเขาจะช่วยแบกภาระเรื่องประชากรร่วมกับเจ้า เจ้าจะได้ไม่ต้องรับงานนี้แต่ลำพัง “จงบอกเหล่าประชากรว่า ‘จงชำระตัวให้บริสุทธิ์ เตรียมพร้อมสำหรับพรุ่งนี้ซึ่งพวกเจ้าจะมีเนื้อกิน องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ยินที่พวกเจ้าโอดครวญแล้วว่า “เราอยากกินเนื้อเหลือเกิน! อยู่ที่อียิปต์ยังดีเสียกว่า!” บัดนี้องค์พระผู้เป็นเจ้าจะให้เจ้ากินเนื้อ ไม่ใช่เพียงวันสองวัน ห้าวัน สิบวันหรือยี่สิบวัน แต่พวกเจ้าจะมีเนื้อกินหนึ่งเดือนเต็ม จนล้นออกมาทางจมูกจนเจ้าเอือม เพราะพวกเจ้าปฏิเสธ องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้อยู่ท่ามกลางพวกเจ้า และคร่ำครวญต่อพระองค์ว่า “ทำไมพวกเราต้องจากอียิปต์มา?” ’ ” แต่โมเสสกราบทูลว่า “ข้าพระองค์มีพลเดินเท้าถึงหกแสนคนยืนอยู่ที่นี่ แล้วพระองค์ยังตรัสว่า ‘เราจะให้เนื้อพวกเขากินตลอดหนึ่งเดือนเต็ม!’ ต่อให้เอาฝูงแพะ แกะ และวัวทั้งหมดมาฆ่ากินจะพอหรือ? หากจะจับปลาหมดทะเลมาให้พวกเขากินจะเพียงพอหรือ?” องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงตอบโมเสสว่า “มีอะไรที่เกินความสามารถขององค์พระผู้เป็นเจ้าหรือ? คราวนี้เจ้าจะได้เห็นว่าที่เราพูดนั้นจะเป็นจริงหรือไม่” ดังนั้นโมเสสจึงออกมาแจ้งพระดำรัสขององค์พระผู้เป็นเจ้าให้ประชากรทั้งหลายทราบ และเรียกประชุมผู้อาวุโสเจ็ดสิบคนมายืนเรียงรายรอบพลับพลา แล้วองค์พระผู้เป็นเจ้าเสด็จลงมาในเมฆตรัสกับโมเสส และทรงนำพระวิญญาณที่อยู่เหนือโมเสสประทานให้อยู่เหนือผู้อาวุโสทั้งเจ็ดสิบคน เมื่อพระวิญญาณประทับอยู่เหนือพวกเขา เขาก็เผยพระวจนะอยู่ชั่วขณะหนึ่ง หลังจากนั้นพวกเขาก็ไม่เผยพระวจนะอีก แต่มีผู้อาวุโสสองคนในกลุ่มเจ็ดสิบคนคือ เอลดาดและเมดาดยังอยู่ในค่ายพัก ไม่ได้ออกไปที่พลับพลา พระวิญญาณก็เสด็จมาเหนือพวกเขาด้วย และพวกเขาก็เผยพระวจนะอยู่ในค่าย ชายหนุ่มคนหนึ่งวิ่งมาแจ้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้โมเสสทราบว่า “เอลดาดและเมดาดกำลังเผยพระวจนะอยู่ในค่าย” โยชูวาบุตรนูนซึ่งคอยรับใช้โมเสสมาตั้งแต่หนุ่มๆ ท้วงว่า “โมเสส เจ้านายของข้าพเจ้า โปรดห้ามเขาเถิด!” แต่โมเสสตอบว่า “ท่านเดือดร้อนแทนเราหรือ? เราอยากให้ประชากรทุกคนขององค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นผู้เผยพระวจนะและให้องค์พระผู้เป็นเจ้าประทานพระวิญญาณเหนือพวกเขา!” แล้วโมเสสและบรรดาผู้อาวุโสของอิสราเอลก็กลับไปยังค่ายพัก

กันดารวิถี 11:16-30 NTV (พระคัมภีร์ ฉบับแปลใหม่ (NTV))

พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​กล่าว​กับ​โมเสส​ว่า “จง​รวบรวม​ชาย 70 คน​จาก​บรรดา​หัวหน้า​ชั้น​ผู้ใหญ่​ของ​อิสราเอล​ให้​เรา เป็น​คน​ที่​เจ้า​รู้ว่า​เป็น​ผู้ใหญ่​และ​เจ้าหน้าที่​มี​อำนาจ​เหนือ​ประชาชน พา​พวก​เขา​มา​ยัง​กระโจม​ที่​นัดหมาย​และ​ให้​ยืน​อยู่​พร้อม​กับ​เจ้า​ที่นั่น แล้ว​เรา​จะ​ลง​มา​พูด​กับ​เจ้า​ที่นั่น เรา​จะ​ให้​พระ​วิญญาณ​ที่​อยู่​บน​ตัว​เจ้า​มา​อยู่​บน​ตัว​พวก​เขา​ด้วย แล้ว​พวก​เขา​จะ​รับ​ภาระ​ของ​ประชาชน​ไป​พร้อม​กัน​กับ​เจ้า เพื่อ​เจ้า​จะ​ไม่​ต้อง​แบก​ตาม​ลำพัง จง​บอก​ประชาชน​ว่า ‘ชำระ​ตัว​ให้​บริสุทธิ์​สำหรับ​วัน​พรุ่งนี้ แล้ว​เจ้า​จะ​ได้​เนื้อ​รับประทาน เพราะ​เรา​ได้ยิน​พวก​เจ้า​ร้อง​คร่ำครวญ​ว่า “ใคร​จะ​ให้​เนื้อ​แก่​พวก​เรา​กิน พวก​เรา​อยู่​ดีกว่า​นี้​ใน​อียิปต์” ฉะนั้น​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​จะ​ให้​เนื้อ​แก่​พวก​ท่าน แล้ว​พวก​ท่าน​ก็​จะ​ได้​รับประทาน ท่าน​จะ​ได้​รับประทาน​ไม่ใช่​แค่​วัน​เดียว หรือ 2 วัน 5 วัน 10 หรือ 20 วัน​เท่า​นั้น แต่​นาน​ถึง 1 เดือน​เต็ม​จน​ท่าน​เหม็น​เบื่อ​เอือม​ระอา เพราะ​ท่าน​ไม่​เชื่อ​ฟัง​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ผู้​อยู่​ท่าม​กลาง​พวก​ท่าน และ​พวก​ท่าน​ยัง​มา​ร้อง​คร่ำครวญ​ต่อหน้า​พระ​องค์​ว่า “ทำไม​พวก​เรา​จึง​ได้​ออกมา​จาก​อียิปต์”’” แต่​โมเสส​พูด​ว่า “ข้าพเจ้า​อยู่​ท่าม​กลาง​ชาย​ฉกรรจ์ 600,000 คน และ​พระ​องค์​กล่าว​ว่า ‘เรา​จะ​ให้​เนื้อ​พวก​เขา​กิน​ได้​นาน​ถึง 1 เดือน​เต็ม’ มี​ฝูง​แพะ​แกะ​และ​โค​มาก​พอ​ไว้​ฆ่า​สำหรับ​พวก​เขา​หรือ มี​ปลา​ใน​ทะเล​มาก​พอ​ที่​จะ​ให้​พวก​เขา​ไหม” และ​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​กล่าว​กับ​โมเสส​ว่า “มือ​ของ​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​สั้น​เกิน​ไป​หรือ บัดนี้​เจ้า​จะ​เห็น​ว่า​คำ​ของ​เรา​จะ​เป็น​จริง​เพื่อ​เจ้า​หรือ​ไม่” โมเสส​ออก​ไป​บอก​ประชาชน​ว่า​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​กล่าว​ว่า​อย่างไร และ​รวบรวม​บรรดา​หัวหน้า​ชั้น​ผู้ใหญ่​ของ​ประชาชน 70 คน​ให้​ยืน​อยู่​รอบ​กระโจม พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ลง​มา​ใน​ลักษณะ​ของ​ก้อน​เมฆ​และ​กล่าว​กับ​ท่าน และ​ให้​พระ​วิญญาณ​ที่​อยู่​บน​ตัว​ท่าน​มา​อยู่​บน​ตัว​หัวหน้า​ชั้น​ผู้ใหญ่ 70 คน​ด้วย เมื่อ​พระ​วิญญาณ​สถิต​บน​พวก​เขา​แล้ว พวก​เขา​ก็​เผย​คำ​กล่าว​ของ​พระ​เจ้า แต่​หลัง​จาก​นั้น​พวก​เขา​ก็​ไม่ได้​เผย​คำ​กล่าว​อีก​เลย มี​ชาย 2 คน​ที่​ยัง​อยู่​ใน​ค่าย คน​หนึ่ง​ชื่อ​เอลดาด อีก​คน​ชื่อ​เมดาด และ​พระ​วิญญาณ​อยู่​บน​ตัว​เขา​ทั้ง​สอง​ซึ่ง​มี​ชื่อ​บันทึก​อยู่​ใน​บรรดา​ผู้​นำ แต่​ยัง​ไม่ได้​ออก​ไป​ที่​กระโจม ฉะนั้น​เขา​เผย​คำ​กล่าว​ของ​พระ​เจ้า​ใน​ค่าย มี​ชาย​หนุ่ม​คน​หนึ่ง​วิ่ง​มา​บอก​โมเสส​ว่า “เอลดาด​และ​เมดาด​กำลัง​เผย​คำ​กล่าว​ของ​พระ​เจ้า​ใน​ค่าย” และ​โยชูวา​บุตร​ของ​นูน​รับใช้​โมเสส​ตั้งแต่​หนุ่ม​พูด​ว่า “โมเสส นาย​ท่าน​ห้าม 2 คน​นั้น​เถิด” แต่​โมเสส​ตอบ​ว่า “ท่าน​อิจฉา​แทน​เรา​หรือ เรา​ปรารถนา​ให้​ชน​ชาติ​ของ​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​เป็น​ผู้​เผย​คำ​กล่าว​ของ​พระ​เจ้า แล้ว​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​จะ​ให้​พระ​วิญญาณ​ของ​พระ​องค์​อยู่​บน​ตัว​เขา​ทุกคน” โมเสส​และ​บรรดา​หัวหน้า​ชั้น​ผู้ใหญ่​ของ​อิสราเอล​ก็​กลับ​ค่าย​ไป