โยบ 29:4-25 - Compare All Versions
โยบ 29:4-25 THSV11 (ฉบับมาตรฐาน)
อย่างเมื่อครั้งข้ายังหนุ่มแน่นอยู่ เมื่อพระเจ้าทรงปกป้องเต็นท์ของข้าไว้ เมื่อองค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ยังอยู่กับข้า และลูกหลานห้อมล้อมข้า เมื่อเขาล้างย่างเท้าของข้าด้วยนมข้น และก้อนหินเทธารน้ำมันออกให้ข้า เมื่อข้าออกมายังประตูเมือง เมื่อข้านั่งลงที่ลานเมือง คนหนุ่มๆ เห็นข้าแล้วก็หลีกไป คนสูงอายุลุกขึ้นยืน เจ้านายหยุดพูด เอามือปิดปากของตนไว้ เสียงของขุนนางก็สงบลง และลิ้นของเขาก็เกาะติดเพดานปาก เมื่อหูได้ยินแล้ว ต่างก็เยินยอข้า และเมื่อตาเห็นแล้ว ก็ยกย่องข้า เพราะข้าช่วยคนยากจนที่ร้องให้ช่วย และเด็กกำพร้าที่ไม่มีผู้ใดอุปถัมภ์ พรของคนที่กำลังจะตายก็มาถึงข้า และข้าทำให้จิตใจของหญิงม่ายร้องเพลงด้วยความชื่นบาน ข้าสวมความชอบธรรม และมันก็ห่อหุ้มข้าไว้ ความยุติธรรมของข้าเหมือนเสื้อคลุมและผ้าโพกศีรษะ ข้าเป็นดวงตาให้คนตาบอด และเป็นเท้าให้คนง่อย ข้าเป็นบิดาให้คนขัดสน และข้าเป็นธุระคดีความให้ผู้ที่ข้าไม่รู้จัก ข้าหักเขี้ยวเล็บของคนที่ไม่ชอบธรรม และได้ดึงเอาเหยื่อจากฟันของเขา แล้วข้าคิดว่า ‘ข้าจะตายในรังของข้า และข้าจะทวีวันเวลาของข้าอย่างทราย รากของข้าจะแผ่ไปถึงน้ำ มีน้ำค้างบนกิ่งของข้าตลอดคืน ศักดิ์ศรีของข้าสดชื่นอยู่กับข้า และคันธนูของข้าใหม่เสมออยู่ในมือข้า’ “คนทั้งหลายฟังข้าและคอยอยู่ และนิ่งเงียบอยู่ฟังคำปรึกษาของข้า หลังจากที่ข้าพูดแล้ว เขาก็ไม่พูดอีกเลย และคำของข้าก็กลั่นลงมาเหนือเขา เขาคอยข้าเหมือนคอยฝน เขาอ้าปากเหมือนรอรับน้ำฝนชุกปลายฤดู ข้ายิ้มให้ เขาก็ไม่เชื่อ และใบหน้ายิ้มแย้มของข้า เขามิได้คาดหวังว่าจะเห็น ข้าเลือกทางให้เขา และนั่งเป็นหัวหน้า ข้าอยู่อย่างกษัตริย์ท่ามกลางกองทหาร อย่างผู้ปลอบโยนคนที่คร่ำครวญ
โยบ 29:4-25 TH1971 (พระคัมภีร์ไทย ฉบับ 1971)
อย่างข้าเมื่อครั้งยังหนุ่มแน่นอยู่ เมื่อพระเจ้าทรงปกป้องเต็นท์ของข้าไว้ เมื่อองค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ยังอยู่กับข้า และลูกหลานห้อมล้อมข้า เมื่อเขาล้างย่างเท้าของข้าด้วยนมข้น และก้อนหินเทธารน้ำมันออกให้ข้า เมื่อข้าออกมายังประตูเมือง เมื่อข้าเตรียมที่นั่งของข้าณ ลานเมือง คนหนุ่มๆเห็นข้าแล้วก็หลีกไป คนสูงอายุลุกขึ้นยืน เจ้านายหยุดพูด เอามือปิดปากของตนไว้ เสียงของขุนนางก็สงบลง และลิ้นของเขาก็เกาะติดเพดานปาก เมื่อหูได้ยินแล้ว ต่างก็ว่าข้าเป็นสุข และเมื่อตาดู ก็ยกย่องข้า เพราะว่าข้าช่วยคนยากจนที่ร้องให้ช่วย และเด็กกำพร้าที่ไม่มีใครอุปถัมภ์เขา พรของคนที่จวนพินาศก็มาถึงข้า และข้าเป็นเหตุให้จิตใจของหญิงม่าย ร้องเพลงด้วยความชื่นบาน ข้าสวมความชอบธรรม และมันก็ห่อหุ้มข้าไว้ ความยุติธรรมของข้าเหมือนเสื้อคลุมและผ้าโพกศีรษะ ข้าเป็นนัยน์ตาให้คนตาบอด และเป็นเท้าให้คนง่อย ข้าเป็นบิดาให้คนขัดสน และข้าสอบสวนเรื่องของผู้ที่ข้าไม่รู้จัก ข้าหักเขี้ยวเล็บของคนที่ไม่ชอบธรรม และได้ดึงเอาเหยื่อจากฟันของเขา แล้วข้าคิดว่า <ข้าจะตายในรังของข้า และข้าจะทวีวันเวลาของข้าอย่างทราย รากของข้าจะแผ่ไปถึงน้ำ มีน้ำค้างบนกิ่งของข้าตลอดคืน ศักดิ์ศรีของข้าสดชื่นอยู่กับข้า และคันธนูของข้าใหม่เสมออยู่ในมือข้า> <<คนทั้งหลายฟังข้าและคอยอยู่ และเงียบอยู่ฟังคำปรึกษาของข้า หลังจากที่ข้าพูดแล้ว เขาก็ไม่พูดอีกเลย และคำของข้าก็กลั่นลงมาเหนือเขา เขาคอยข้าเหมือนคอยฝน เขาอ้าปากของเขาเหมือนอย่างรอรับน้ำฝนชุกปลายฤดู ข้ายิ้มแย้มต่อเขาเมื่อเขาท้อถอย และใบหน้ายิ้มแย้มของข้า เขามิได้ทำให้หม่นหมอง ข้าเลือกทางให้เขา และนั่งเป็นหัวหน้า และอยู่อย่างกษัตริย์ท่ามกลางกองทหาร อย่างผู้ที่ปลอบโยนคนที่คร่ำครวญ
โยบ 29:4-25 TNCV (พระคริสตธรรมคัมภีร์ไทย ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย)
คิดถึงวัยฉกรรจ์ เมื่อมิตรภาพแน่นแฟ้นของพระเจ้าเป็นพรแก่บ้านของข้า เมื่อองค์ทรงฤทธิ์ยังสถิตกับข้า และลูกๆ ของข้าห้อมล้อมข้า เมื่อกิจการของข้าเจริญรุ่งเรือง แม้แต่หินผายังหลั่งน้ำมันมะกอกให้ “เมื่อข้าไปที่ประตูเมือง และนั่งประจำตำแหน่งที่ลานชุมชน พวกหนุ่มๆ เห็นข้าก็หลีกทางให้ และผู้สูงอายุก็ลุกขึ้นยืนต้อนรับข้า คนระดับผู้นำสงบนิ่ง และเอามือปิดปากไว้ เจ้านายสงบเสียง ลิ้นแตะเพดานปาก ทุกคนที่ฟังข้าก็ชมข้า ทุกคนที่เห็นข้าก็ยกย่องข้า เพราะข้าช่วยเหลือผู้ยากไร้ซึ่งร้องขอความช่วยเหลือ และช่วยลูกกำพร้าพ่อซึ่งไม่มีใครช่วย คนใกล้ตายให้พรข้า ข้าทำให้หัวใจของหญิงม่ายร้องเพลง ข้าสวมความชอบธรรมเป็นอาภรณ์ ความยุติธรรมเป็นเสื้อคลุมและผ้าโพกศีรษะของข้า ข้าเป็นดวงตาให้คนตาบอด เป็นเท้าให้คนง่อย ข้าเป็นบิดาให้คนยากไร้ และเป็นธุระในคดีของคนแปลกหน้า ข้าหักเขี้ยวเล็บของคนชั่ว และช่วยเหยื่อออกมาจากปากของพวกเขา “ข้าคิดว่า ‘ข้าจะตายในบ้านของข้า วันคืนของข้าคงมากมายดั่งเม็ดทราย รากของข้าจะหยั่งถึงน้ำ และน้ำค้างจะพรมกิ่งก้านของข้าตลอดคืน ศักดิ์ศรีของข้าจะคงอยู่เสมอ ลูกธนูในมือของข้าจะใหม่อยู่เสมอ’ “ผู้คนฟังข้าอย่างจดจ่อ สงบรอคอยคำแนะนำของข้า และหลังจากที่ข้าพูดแล้ว พวกเขาก็ไม่พูดอะไรอีก เพราะเขาพึงพอใจคำแนะนำของข้า เขารอฟังข้าเหมือนคอยสายฝน และดื่มด่ำถ้อยคำของข้าเหมือนฝนในฤดูใบไม้ผลิ เมื่อข้ายิ้มให้ พวกเขาแทบไม่เชื่อสายตา ใบหน้ายิ้มแย้มของข้ามีคุณค่าแก่เขา ข้าเลือกทางให้พวกเขาและทำหน้าที่เป็นหัวหน้าของพวกเขา เป็นเหมือนกษัตริย์ท่ามกลางกองทัพ และเป็นผู้ปลอบโยนบรรดาผู้ไว้ทุกข์
โยบ 29:4-25 THA-ERV (พระคริสตธรรมคัมภีร์: ฉบับอ่านเข้าใจง่าย)
ข้าอยากจะกลับไปอยู่ในช่วงที่ข้ารุ่งเรืองที่สุดเหลือเกิน ตอนที่พระเจ้าเป็นเพื่อนกับข้าและปกป้องเต็นท์ของข้า ตอนที่พระองค์ผู้ทรงฤทธิ์ยังอยู่กับข้า ตอนที่ลูกๆห้อมล้อมข้าอยู่ ตอนที่ฝูงแพะแกะของข้าผลิตน้ำนมจนท่วมท้นทางเดิน และน้ำมันมะกอกไหลดั่งแม่น้ำจากแท่นหินที่คั้นมัน ตอนที่ข้าไปที่ประตูเมือง และนั่งในที่อันมีเกียรติของข้าตรงลานเมือง คนหนุ่มเห็นข้าและเปิดทางให้ คนแก่เฒ่าลุกยืนให้เกียรติข้า เจ้าหน้าที่พากันหยุดพูด พวกเขายกมือขึ้นปิดปากตนเอง เสียงของพวกขุนนางก็เงียบลง ลิ้นพวกเขาติดเพดานปาก เมื่อหูใครได้ยินข้า เขาก็บอกว่าข้านี้มีเกียรติจริงๆ เมื่อตาใครได้เห็นข้า เขาก็พูดว่าข้าดี เพราะข้าช่วยกู้คนยากจนที่ร้องให้ช่วย และเด็กกำพร้าที่ไม่มีที่พึ่ง คนใกล้ตายก็อวยพรข้าที่ช่วยเหลือพวกเขา และข้าทำให้หัวใจของหญิงหม้ายร้องเพลงอย่างเป็นสุข ข้าสวมใส่ความชอบธรรมและมันก็ห่อหุ้มตัวข้า ความยุติธรรมของข้า ก็เป็นเหมือนเสื้อคลุมและผ้าโพกหัว ข้าเป็นดวงตาให้กับคนตาบอด และเป็นเท้าให้กับคนง่อย ข้าเป็นพ่อของคนขัดสน ข้าช่วยสู้คดีให้แม้กับคนที่ข้าไม่รู้จัก ข้าหักเขี้ยวของคนชั่ว และทำให้เขาปล่อยเหยื่อออกจากปาก ข้าคิดว่า ‘วันเวลาของข้าจะทวีเหมือนเม็ดทราย ข้าจะตายในรังของข้า รากของข้าจะแผ่เลื้อยไปถึงน้ำ มีน้ำค้างจับอยู่บนกิ่งของข้าตลอดคืน จะมีเกียรติใหม่ๆมาสู่ข้าครั้งแล้วครั้งเล่า คันธนูในมือของข้าจะใหม่อยู่เสมอ’ ตอนนั้น ผู้คนคอยฟังข้าอย่างตั้งใจ พวกเขาเงียบ คอยฟังคำแนะนำจากข้า พอข้าพูดจบ เรื่องทุกอย่างก็ยุติ คำพูดของข้าเหมือนฝนพร่างพรมลงมาบนตัวเขา พวกเขาคอยท่าข้าเหมือนคอยฝนและอ้าปากคอยดื่มคำพูดของข้า เหมือนแผ่นดินคอยดื่มน้ำฝนในฤดูใบไม้ผลิ ตอนนั้น เมื่อข้ายิ้มให้กับพวกเขา พวกเขาตื่นเต้นทำตัวไม่ถูก ใบหน้าอันอิ่มเอมของข้าทำให้พวกเขามีกำลังใจ ข้าเลือกทางให้กับพวกเขา ข้านั่งเป็นหัวหน้าอยู่ท่ามกลางพวกเขา ข้าอยู่อย่างกษัตริย์ในท่ามกลางกองทัพของตน และเป็นเหมือนผู้ปลอบโยนคนที่ทุกข์โศก
โยบ 29:4-25 NTV (พระคัมภีร์ ฉบับแปลใหม่ (NTV))
ช่วงเวลาที่ฉันรุ่งที่สุด เมื่อพระเจ้ามีมิตรไมตรีต่อกระโจมของฉัน เมื่อองค์ผู้กอปรด้วยมหิทธานุภาพยังอยู่กับฉัน เมื่อลูกๆ ของฉันอยู่รอบข้างฉัน เมื่อฉันมีเหลือกินเหลือใช้ และมีน้ำมันพุ่งออกมาจากซอกหิน เมื่อฉันออกไปที่ประตูเมือง เมื่อฉันมีที่นั่งที่ลานชุมนุม พวกชายหนุ่มถอยหลีกไปเมื่อเห็นฉัน คนสูงอายุก็ลุกขึ้นยืนให้เกียรติฉัน บรรดาเจ้านายชั้นผู้ใหญ่หยุดพูด และเอามือปิดปากไว้ เสียงของบรรดาผู้สูงศักดิ์เงียบลง และลิ้นของพวกเขาติดอยู่กับเพดานปาก ผู้ใดที่ได้ยินเรื่องของฉันก็นับว่าฉันได้รับพระพร และเมื่อผู้ใดเห็นฉันก็ชมเชย เพราะฉันช่วยผู้ยากไร้ที่ร้องขอความช่วยเหลือ และช่วยเด็กกำพร้าที่ไม่มีใครช่วยเหลือ คนที่กำลังจะตายให้พรแก่ฉัน และฉันช่วยให้หญิงม่ายร้องเพลงด้วยใจยินดี ฉันปฏิบัติความชอบธรรมดั่งสวมเสื้อผ้า ความเป็นธรรมของฉันเป็นดั่งเสื้อคลุมและผ้าโพกศีรษะ ฉันเป็นตาให้กับคนตาบอด และเป็นเท้าให้กับคนง่อย ฉันเป็นพ่อให้กับคนยากไร้ และช่วยเหลือคนที่ฉันไม่รู้จักเมื่อเขาต้องสู้คดี ฉันล้มอำนาจของคนชั่วร้าย และช่วยเหลือคนที่ตกเป็นเหยื่อของเขา แล้วฉันก็คิดว่า ‘ฉันจะตายในรังของฉัน และฉันจะมีอายุยืนยาวมาก ฉันเป็นเสมือนรากต้นไม้ที่แผ่ไกลถึงแหล่งน้ำ พร้อมกับมีน้ำค้างบนกิ่งก้านตลอดคืน คนสรรเสริญฉันอย่างไม่รู้จบ ฉันไม่เคยขาดพละกำลัง’ ผู้คนคอยฟังฉัน และนิ่งเงียบเพื่อฟังคำแนะนำของฉัน เมื่อฉันพูดจบแล้ว พวกเขาก็ไม่พูดอีก และคำพูดของฉันซึมซาบในตัวเขา พวกเขาคอยฉันดั่งคอยฝน และพวกเขาเปิดปากเหมือนรอรับฝนในฤดูใบไม้ผลิ ฉันยิ้มให้เมื่อพวกเขาขาดความมั่นใจ และใบหน้าที่เบิกบานของฉันทำให้พวกเขาหยุดเศร้าหมอง ฉันเป็นผู้ตัดสินใจให้พวกเขา และมีตำแหน่งเป็นหัวหน้า ฉันอยู่อย่างกษัตริย์ท่ามกลางกองทหาร เป็นอย่างผู้ปลอบโยนคนที่เศร้าโศก
โยบ 29:4-25 KJV (พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV)
อย่างข้าเมื่อครั้งยังหนุ่มแน่นอยู่ เมื่อความลึกลับแห่งพระเจ้าทรงอยู่เหนือเต็นท์ของข้า เมื่อองค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ยังอยู่กับข้า และลูกหลานห้อมล้อมข้า เมื่อเขาล้างย่างเท้าของข้าด้วยนมข้น และก้อนหินเทธารน้ำมันออกให้ข้า เมื่อข้าออกมายังประตูเมือง เมื่อข้าเตรียมที่นั่งของข้าที่ถนน คนหนุ่มๆเห็นข้าแล้วก็หลีกไป คนสูงอายุลุกขึ้นยืน เจ้านายหยุดพูด เอามือปิดปากของตนไว้ เสียงของขุนนางก็สงบลง และลิ้นของเขาก็เกาะติดเพดานปาก เมื่อหูได้ยินแล้ว ต่างก็ว่าข้าเป็นสุข และเมื่อตาดู ก็ยกย่องข้า เพราะว่าข้าช่วยคนยากจนที่ร้องให้ช่วย และเด็กกำพร้าพ่อที่ไม่มีใครอุปถัมภ์เขา พรของคนที่จวนพินาศก็มาถึงข้า และข้าเป็นเหตุให้จิตใจของหญิงม่ายร้องเพลงด้วยความชื่นบาน ข้าสวมความชอบธรรม และมันก็ห่อหุ้มข้าไว้ ความยุติธรรมของข้าเหมือนเสื้อคลุมและผ้าโพกศีรษะ ข้าเป็นนัยน์ตาให้คนตาบอด และเป็นเท้าให้คนง่อย ข้าเป็นบิดาให้คนขัดสน และข้าสอบสวนเรื่องของผู้ที่ข้าไม้รู้จัก ข้าหักขากรรไกรของคนชั่ว และได้ดึงเอาเหยื่อจากฟันของเขา แล้วข้าคิดว่า ‘ข้าจะตายในรังของข้า และข้าจะทวีวันเวลาของข้าอย่างทราย รากของข้าจะแผ่ไปถึงน้ำ มีน้ำค้างบนกิ่งของข้าตลอดคืน สง่าราศีของข้าสดชื่นอยู่กับข้า และคันธนูของข้าใหม่เสมออยู่ในมือข้า’ คนทั้งหลายเงี่ยหูฟังข้าและคอยอยู่ และเงียบอยู่ฟังคำปรึกษาของข้า หลังจากที่ข้าพูดแล้ว เขาก็ไม่พูดอีกเลย และคำของข้าก็กลั่นลงมาเหนือเขา เขาคอยข้าเหมือนคอยฝน เขาอ้าปากของเขาเหมือนอย่างรอรับน้ำฝนชุกปลายฤดู ถ้าข้าหัวเราะเยาะเขา เขาก็ไม่ยอมเชื่อ และสีหน้าอันผ่องใสของข้า เขาก็มิได้ทำให้หม่นหมองลง ข้าเลือกทางให้เขา และนั่งเป็นหัวหน้า และอยู่อย่างกษัตริย์ท่ามกลางกองทหาร อย่างผู้ที่ปลอบโยนคนที่คร่ำครวญ”