โยบ 22:1-23 - Compare All Versions
โยบ 22:1-23 THSV11 (ฉบับมาตรฐาน)
แล้วเอลีฟัสชาวเทมานตอบว่า “มนุษย์จะเป็นประโยชน์อะไรแก่พระเจ้าได้เล่า? คนฉลาดจะเป็นประโยชน์อะไรแก่พระองค์ได้เล่า? ถ้าท่านเป็นคนชอบธรรม จะเป็นที่พอพระทัยอะไรแก่องค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์เล่า? หรือถ้าท่านเป็นคนดีพร้อม จะเป็นประโยชน์อะไรแก่พระองค์เล่า? เป็นเพราะท่านยำเกรงพระองค์ พระองค์จึงทรงกล่าวโทษท่าน และเป็นความกับท่านหรือ? ความชั่วของท่านก็ใหญ่โตมิใช่หรือ? ความผิดของท่านไม่มีที่สิ้นสุด เพราะท่านยึดของประกันจากพี่น้องโดยไม่ถูกต้อง และริบเสื้อผ้าของคนที่เปลือยกาย ท่านมิได้ให้น้ำคนอิดโรยดื่ม และท่านหน่วงเหนี่ยวมิให้อาหารแก่คนหิว คนมีอิทธิพลได้ที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ และคนมีอภิสิทธิ์ได้เข้าอาศัย ท่านไล่แม่ม่ายออกไปมือเปล่า และหักแขนของลูกกำพร้า เพราะฉะนั้นกับดักอยู่รอบท่าน และความกลัวอย่างฉับพลันก็ท่วมทับท่าน มีความมืดทึบจนท่านไม่เห็นอะไร และน้ำที่ท่วมก็คลุมท่านมิด “พระเจ้ามิได้สถิต ณ ที่สูงในฟ้าสวรรค์หรือ? จงดูดาวที่สูงที่สุดเถิด มันช่างสูงจริงๆ เพราะฉะนั้นท่านว่า ‘พระเจ้าทรงรู้อะไร? พระองค์จะทรงพิพากษาผ่านความมืดทึบได้หรือ? เมฆทึบคลุมพระองค์ไว้ พระองค์ทรงมองอะไรไม่เห็น และพระองค์ทรงดำเนินอยู่บนพื้นฟ้า’ ท่านจะเดินทางเก่า ซึ่งคนชั่วเคยดำเนินนั้นหรือ? พวกเขาถูกฉวยเอาไปก่อนเวลากำหนด รากฐานของเขาถูกกวาดล้างไปในสายน้ำ พวกเขาทูลพระเจ้าว่า ‘ขอไปเสียจากเรา’ และ ‘องค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์จะทำอะไรแก่เราได้?’ แต่พระองค์ทรงให้เรือนของเขาเต็มด้วยของดี แต่คำปรึกษาของคนอธรรมอยู่ห่างไกลจากข้า คนชอบธรรมเห็นและยินดี คนไร้ผิดหัวเราะเยาะ กล่าวว่า ‘ปฏิปักษ์ของเราถูกทำลายแน่ทีเดียว อะไรที่เขามีเหลือ ไฟก็เผาเสีย’ “จงปรองดองกับพระเจ้าและอยู่อย่างสันติ แล้วสิ่งดีจะมาถึงท่าน ขอจงรับคำสั่งสอนจากพระโอษฐ์ของพระองค์ และเก็บพระวจนะของพระองค์ไว้ในใจของท่าน ถ้าท่านกลับมาหาองค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ ท่านจะได้รับการซ่อมแซม ถ้าท่านทิ้งความอธรรมให้ไกลจากเต็นท์ของท่าน
โยบ 22:1-23 TH1971 (พระคัมภีร์ไทย ฉบับ 1971)
แล้วเอลีฟัสชาวเทมานตอบว่า <<คนจะเป็นประโยชน์อะไรแก่พระเจ้าได้หรือ แน่ละ ผู้ใดฉลาดก็เป็นประโยชน์แก่ตนเองต่างหาก ถ้าท่านเป็นคนชอบธรรม จะเป็นที่พอพระทัยแก่องค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์หรือ หรือถ้าท่านเป็นคนดีรอบคอบจะเป็นประโยชน์ อะไรแก่พระองค์ เป็นเพราะท่านยำเกรงพระองค์หรือ พระองค์จึงทรงตักเตือนท่าน และทรงสู้ความกับท่าน ความอธรรมของท่านใหญ่โตมิใช่หรือ ความบาปผิดของท่านไม่มีที่สิ้นสุด เพราะท่านยึดของประกันไปจากพี่น้องเปล่าๆ และริบเสื้อผ้าของคนที่เปลือยกาย ท่านมิได้ให้น้ำแก่คนอิดโรยดื่ม และท่านหน่วงเหนี่ยวขนมปังไว้มิให้คนที่หิว คนที่มีอำนาจบาทใหญ่ย่อมได้ที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ และคนที่มีหน้ามีตาก็ได้เข้าอาศัยอยู่ ท่านไล่แม่ม่ายออกไปมือเปล่า และแขนของลูกกำพร้าพ่อก็หัก เพราะฉะนั้นกับดักอยู่รอบท่าน และความสยดสยองอันฉับพลันก็ท่วมทับท่าน ความสว่างของท่านก็มืดลง จนท่านไม่เห็นอะไร และน้ำที่ท่วมก็คลุมท่านไว้ <<พระเจ้ามิได้ทรงสถิตอยู่ ณ ที่สูงในฟ้าสวรรค์หรือ ดูดาวที่สูงที่สุดเถิด มันสูงจริงๆ เพราะฉะนั้นท่านว่า <พระเจ้าทรงรู้อะไร พระองค์จะทรงทะลุความมืดทึบไปพิพากษาได้หรือ เมฆทึบคลุมพระองค์ไว้ พระองค์ทรงมองอะไรไม่เห็น และพระองค์ทรงดำเนินอยู่บนพื้นฟ้า> ท่านจะเดินทางเก่าหรือ ซึ่งคนอธรรมเคยดำเนินนั้น ผู้ถูกฉวยเอาไปก่อนเวลากำหนดของเขา รากฐานของเขาถูกกวาดล้างไป ผู้ทูลพระเจ้าว่า <ขอทรงไปจากข้าทั้งหลาย> และ <องค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์จะทรงทำอะไรแก่ข้าทั้งหลายได้> แต่พระองค์ทรงให้เรือนของเขา เต็มด้วยของดี แต่คำปรึกษาของคนอธรรมห่างไกลจากข้า คนชอบธรรมเห็นและยินดี คนไร้ผิดหัวเราะเยาะ กล่าวว่า <ปฏิปักษ์ของเราถูกตัดขาดแน่ทีเดียว อะไรที่เขามีเหลือ ไฟก็เผาเสีย> <<จงปรองดองกับพระเจ้าและอยู่อย่างศานติ ดังนั้นสิ่งที่ดีจะมาถึงท่าน ขอจงรับคำสั่งสอนจากพระโอษฐ์ของพระองค์ และเก็บพระวจนะของพระองค์ไว้ในใจของท่าน ถ้าท่านกลับมายังองค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์และถ่อมตัวลง ถ้าท่านทิ้งความอธรรมให้ไกลจากเต็นท์ของท่าน
โยบ 22:1-23 TNCV (พระคริสตธรรมคัมภีร์ไทย ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย)
แล้วเอลีฟัสชาวเทมานตอบว่า “มนุษย์จะมีประโยชน์อันใดสำหรับพระเจ้าได้? แม้แต่คนเฉลียวฉลาดก็จะเป็นประโยชน์อะไรสำหรับพระองค์ได้? หากท่านชอบธรรม นั่นจะทำให้องค์ทรงฤทธิ์พอพระทัยตรงไหน? หากท่านดีพร้อม จะมีประโยชน์อันใดสำหรับพระองค์? “เพราะคุณธรรมของท่านหรือ พระองค์จึงทรงตำหนิและตั้งข้อหาท่าน? ไม่ใช่เพราะท่านชั่วร้ายมากหรือ? ไม่ใช่เพราะบาปที่ไม่สิ้นสุดของท่านหรือ? ท่านได้เรียกร้องของค้ำประกันจากพี่น้องโดยไม่มีเหตุผล ท่านทำให้ผู้คนหมดเนื้อหมดตัว ท่านไม่ได้ให้น้ำแก่ผู้อิดโรย และไม่แบ่งปันอาหารแก่ผู้หิวโหย แม้ว่าท่านจะมีอิทธิพล เป็นเจ้าของที่ดิน มีคนนับหน้าถือตาและอาศัยในที่แห่งนั้น ท่านขับไล่ไสส่งแม่ม่ายออกไปมือเปล่า และริดรอนกำลังของลูกกำพร้าพ่อ ด้วยเหตุนี้กับดักหลุมพรางจึงอยู่รายรอบท่าน หายนะฉับพลันทำให้ท่านขวัญหนีดีฝ่อ ความมืดมนจึงทำให้ท่านมองไม่เห็น และกระแสน้ำท่วมมิดท่าน “พระเจ้าไม่ได้ประทับที่เบื้องสูงแห่งฟ้าสวรรค์หรือ? ดูเถิดว่าหมู่ดาวเบื้องบนอยู่สูงเพียงใด? ถึงกระนั้นท่านก็กล่าวว่า ‘พระเจ้ารู้อะไร? พระองค์จะสามารถพิพากษาผ่านความมืดทึบนี้ได้หรือ? เพราะเมฆหนาทึบบังพระองค์ไว้ เมื่อพระองค์เสด็จไปมาเหนือฟ้ากว้าง พระองค์จึงไม่ทรงเห็นเรา’ ท่านจะเดินบนทางสายเก่า ที่คนชั่วได้เดินย่ำมานั้นหรือ? พวกเขาถูกคร่าไปก่อนกำหนด รากฐานของเขาถูกน้ำท่วมกวาดล้างไป เขาพูดกับพระเจ้าว่า ‘อย่ามายุ่งกับเรา! องค์ทรงฤทธิ์จะทำอะไรเราได้?’ แต่พระเจ้านี่แหละทำให้บ้านของเขามีแต่ของดีๆ ฉะนั้นข้าจึงไม่ใส่ใจคำแนะนำของคนชั่วร้าย “บรรดาคนชอบธรรมเห็นความย่อยยับของพวกเขาแล้วก็ชื่นชมยินดี ผู้บริสุทธิ์เย้ยหยันพวกเขาว่า ‘แน่นอนว่าศัตรูของเราย่อมถูกทำลายล้าง และไฟเผาผลาญทรัพย์สมบัติของพวกเขา’ “ยอมจำนนต่อพระเจ้าเถิด คืนดีกับพระองค์ แล้วความเจริญรุ่งเรืองจะมาถึงท่าน จงน้อมรับคำสั่งสอนจากพระโอษฐ์ของพระองค์ และเก็บพระวจนะของพระองค์ไว้ในดวงใจของท่าน หากท่านกลับมาหาองค์ทรงฤทธิ์ ท่านก็จะกลับสู่ความปกติสุข หากท่านขจัดความชั่วร้ายให้ห่างไกลจากเรือนของท่าน
โยบ 22:1-23 THA-ERV (พระคริสตธรรมคัมภีร์: ฉบับอ่านเข้าใจง่าย)
แล้วเอลีฟัสชาวเทมานก็ตอบว่า “พระเจ้าจะได้ผลประโยชน์จากมนุษย์ได้หรือ แม้แต่คนที่ฉลาดที่สุดจะมาช่วยเหลือพระองค์ได้หรือ ถ้าเจ้าทำดี พระองค์ผู้ทรงฤทธิ์ได้อะไรพิเศษขึ้นมาหรือ ถ้าเจ้าทำตัวไม่มีที่ติ มันเพิ่มกำไรให้กับพระองค์หรือ ที่พระองค์ติเตียนเจ้า และฟ้องร้องเจ้าในศาลนี่นะ เป็นเพราะเจ้ายำเกรงพระเจ้าหรือ ไม่ใช่ เป็นเพราะความชั่วร้ายอันยิ่งใหญ่ และความผิดบาปที่ไม่มีที่สิ้นสุดของเจ้าต่างหาก เพราะเจ้ายึดของประกันจากพี่น้องด้วยกันโดยไม่มีเหตุ และเจ้ายังเปลื้องผ้าของคนที่ไม่มีอะไรจะใส่อยู่แล้ว เจ้าไม่ให้น้ำกับคนที่เหนื่อยล้าดื่ม และหน่วงเหนี่ยวขนมปังไว้ไม่ให้คนที่หิวโหยกิน เจ้ามองว่าแผ่นดินเป็นของผู้มีอำนาจ เจ้ามองว่าผู้มีอิทธิพลเท่านั้นที่มีสิทธิ์ถือครอง เจ้าไล่แม่หม้ายออกไปตัวเปล่าๆ และบดขยี้พวกเด็กกำพร้า นั่นเป็นเหตุที่มีกับดักอยู่รายล้อมตัวเจ้า อันตรายที่เจ้าคิดไม่ถึงทำให้เจ้ากลัวขึ้นมาอย่างจับจิตจับใจ แสงสว่างคือความมืดมิดสำหรับเจ้า เจ้าจึงมองไม่เห็น และมีน้ำท่วมท้นตัวเจ้า พระเจ้าอยู่ในที่สูงนั้นบนฟ้าสวรรค์ไม่ใช่หรือ มองดูหมู่ดาวที่อยู่สูงสุดพวกนั้นสิ มันสูงจริงๆ แต่เจ้ากลับพูดว่า ‘พระเจ้าจะรู้อะไร พระองค์จะมองทะลุผ่านเมฆอันมืดทึบนั้นลงมาตัดสินได้หรือ เมฆหนาทึบเหล่านั้นเป็นเหมือนผ้าคลุมหน้าพระองค์ไว้ ที่ทำให้พระองค์มองไม่เห็นอะไร ในขณะที่พระองค์เดินไปมาบนโดมแห่งฟ้าสวรรค์’ เจ้ายังจะเดินตามเส้นทางเก่านั้น ที่คนชั่วเคยเดินมาแล้วหรือ คนชั่วพวกนั้นถูกกระชากไปก่อนเวลาของพวกมัน รากฐานของพวกเขาถูกน้ำท่วมซัดไป คนชั่วเหล่านั้นเคยพูดกับพระเจ้าว่า ‘ไปให้พ้นจากพวกเรา’ และ ‘พระองค์ผู้ทรงฤทธิ์จะทำอะไรกับพวกเราได้’ ทั้งๆที่เป็นพระองค์เองที่ทำให้บ้านของพวกเขาเต็มไปด้วยของดีๆ เขาวางแผนชั่วยังไงพระองค์ก็ไม่สน คนดีจะเห็นความพินาศของคนชั่วและจะดีใจ คนบริสุทธิ์จะหัวเราะเยาะพวกเขา และพูดว่า ‘พวกศัตรูของเราโดนตัดไปแล้วแน่ ไฟได้เผาทุกอย่างที่พวกนั้นได้เหลือไว้’ ให้ปรองดองกับพระเจ้าซะ และอยู่อย่างสงบสุข แล้วสิ่งดีๆก็จะเกิดกับเจ้า รับคำสั่งสอนจากปากของพระองค์เถิด และเก็บคำพูดของพระองค์ไว้ในใจ ถ้าเจ้ากลับมาหาพระองค์ผู้ทรงฤทธิ์ เจ้าจะถูกสร้างขึ้นใหม่ ถ้าเจ้านำสิ่งชั่วร้ายไปให้ห่างจากพวกเต็นท์ของเจ้า
โยบ 22:1-23 NTV (พระคัมภีร์ ฉบับแปลใหม่ (NTV))
แล้วเอลีฟัสชาวเทมานตอบว่า “คนจะเป็นประโยชน์อะไรสำหรับพระเจ้าได้ จริงทีเดียว คนเฉลียวฉลาดจะเป็นประโยชน์สำหรับตนเอง ถ้าท่านมีความชอบธรรม แล้วองค์ผู้กอปรด้วยมหิทธานุภาพจะชื่นชอบหรือ ถ้าท่านดำเนินชีวิตโดยไร้ข้อตำหนิ แล้วพระองค์จะได้รับประโยชน์อะไร เป็นเพราะท่านยำเกรงพระองค์ พระองค์จึงตักเตือนว่ากล่าวท่าน และลงโทษท่านอย่างนั้นหรือ ท่านมีความชั่วร้ายมากมิใช่หรือ บาปของท่านไม่มีที่สิ้นสุด เพราะท่านได้ยึดของจากพี่น้องของท่านเป็นประกัน และท่านยึดแม้แต่เสื้อผ้าของเขาไปจนต้องเปลือยกาย ท่านไม่ได้ให้น้ำดื่มแก่คนที่เหนื่อยอ่อน และท่านกักอาหารจากผู้หิวโหย คนมีอำนาจเป็นเจ้าของที่ดิน และคนสูงศักดิ์อาศัยอยู่ที่นั่น ท่านได้ให้หญิงม่ายกลับไปมือเปล่า และท่านกดขี่ข่มเหงพวกเด็กกำพร้า ฉะนั้น ท่านจึงติดบ่วงแร้ว และความกลัวทำให้ท่านหวาดหวั่นยิ่งนัก ความมืดทำให้ท่านมองไม่เห็น และน้ำท่วมตัวท่าน พระเจ้าไม่ได้อยู่ ณ ที่สูงในฟ้าสวรรค์หรือ ดูสิว่าหมู่ดาวอยู่สูงเพียงไร พระองค์มองลงมายังหมู่ดาวที่อยู่สูงสุด แต่ท่านพูดว่า ‘พระเจ้าทราบอะไร พระองค์จะตัดสินความจากการมองผ่านความมืดมิดได้หรือ ท่านคิดว่า เมฆมืดมิดบังพระองค์จึงทำให้พระองค์มองไม่เห็น และพระองค์เดินบนวิถีโค้งสุดขอบฟ้า’ ท่านจะดำเนินในหนทางเก่า ที่คนชั่วเดินมาก่อนหรือ พวกเขาถูกคว้าตัวไปก่อนที่จะถึงเวลาอันควร รากฐานของเขาถูกพัดพาไป พวกเขาพูดกับพระเจ้าว่า ‘อย่ามายุ่งกับพวกเรา’ และ ‘องค์ผู้กอปรด้วยมหิทธานุภาพจะสามารถทำอะไรเราได้’ พระองค์ก็ยังโปรดให้ครอบครัวเขาบริบูรณ์ด้วยสิ่งดีๆ แต่ฉันอยู่ห่างจากคำแนะนำของคนชั่ว คนมีความชอบธรรมยินดีเมื่อเห็นคนชั่วรับโทษ คนไร้ความผิดหัวเราะเยาะเขา โดยพูดว่า ‘ศัตรูของเราพินาศอย่างแน่นอน และไฟเผาผลาญทุกสิ่งที่เขามีเหลือ’ จงยอมอยู่ในบังคับบัญชาของพระเจ้า และมีสันติสุข เพื่อท่านจะได้รับความเจริญ จงรับฟังคำสั่งสอนจากปากพระองค์ และสะสมคำพูดของพระองค์ไว้ในใจท่าน ถ้าท่านกลับไปหาองค์ผู้กอปรด้วยมหิทธานุภาพ ท่านจะกลับคืนดีดังเดิม ถ้าท่านกำจัดความไม่ชอบธรรมไปจากกระโจมของท่าน
โยบ 22:1-23 KJV (พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV)
แล้วเอลีฟัสชาวเทมานตอบว่า “คนจะเป็นประโยชน์อะไรแก่พระเจ้าได้หรือ แน่ละ ผู้ใดฉลาดก็เป็นประโยชน์แก่ตนเองต่างหาก ถ้าท่านเป็นคนชอบธรรม จะเป็นที่พอพระทัยแก่องค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์หรือ หรือถ้าทางทั้งหลายของท่านดีรอบคอบจะเป็นประโยชน์อะไรแก่พระองค์ พระองค์จะทรงติเตียนท่านเพราะยำเกรงหรือ พระองค์จะทรงสู้ความกับท่านหรือ ความชั่วของท่านใหญ่โตมิใช่หรือ ความชั่วช้าของท่านไม่มีที่สิ้นสุดมิใช่หรือ เพราะท่านยึดของประกันไปจากพี่น้องเปล่าๆ และริบเสื้อผ้าของคนที่เปลือยกาย ท่านมิได้ให้น้ำแก่คนอิดโรยดื่ม และท่านหน่วงเหนี่ยวขนมปังไว้มิให้คนที่หิว คนที่มีอำนาจใหญ่โตย่อมได้ที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ และคนที่มีหน้ามีตาก็ได้เข้าอาศัยอยู่ ท่านไล่แม่ม่ายออกไปมือเปล่า และแขนของลูกกำพร้าพ่อก็หัก เพราะฉะนั้นกับดักอยู่รอบท่าน และความสยดสยองอันฉับพลันก็ท่วมทับท่าน หรือความมืดจนท่านไม่เห็นอะไร และน้ำที่ท่วมก็คลุมท่านไว้ พระเจ้ามิได้ทรงสถิตอยู่ ณ ที่สูงในฟ้าสวรรค์หรือ ดูดาวที่สูงที่สุดเถิด มันสูงจริงๆ เพราะฉะนั้นท่านว่า ‘พระเจ้าทรงรู้อะไร พระองค์จะทรงทะลุเมฆมืดทึบไปพิพากษาได้หรือ เมฆทึบคลุมพระองค์ไว้ พระองค์ทรงมองอะไรไม่เห็น และพระองค์ทรงดำเนินโดยรอบบนพื้นฟ้า’ ท่านมุ่งไปทางเก่าหรือ ซึ่งคนชั่วเคยดำเนินนั้น ผู้ถูกฉวยเอาไปก่อนเวลากำหนดของเขา รากฐานของเขาถูกไหลล้นไปด้วยน้ำท่วม ผู้ทูลพระเจ้าว่า ‘ขอทรงไปจากข้าทั้งหลาย’ และ ‘องค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์จะทรงช่วยเขาทั้งหลายได้’ แต่พระองค์ทรงให้เรือนของเขาเต็มด้วยของดี แต่คำปรึกษาของคนชั่วห่างไกลจากข้า คนชอบธรรมเห็นและยินดี คนไร้ผิดหัวเราะเยาะ ในขณะที่ทรัพย์สมบัติของเราไม่ถูกตัดขาด แต่ของที่เหลือนั้นไฟก็เผาเสีย จงปรองดองกับพระเจ้าและอยู่อย่างสันติ ดังนั้นสิ่งที่ดีจะมาถึงท่าน ขอจงรับพระราชบัญญัติจากพระโอษฐ์ของพระองค์ และเก็บพระวจนะของพระองค์ไว้ในใจของท่าน ถ้าท่านกลับมายังองค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ ท่านจะเจริญและจะทิ้งความชั่วช้าให้ไกลจากเต็นท์ของท่าน