เอสเธอร์ 9:23-32 - Compare All Versions

เอสเธอร์ 9:23-32 THSV11 (ฉบับมาตรฐาน)

พวกยิวจึงตกลงทำตามที่พวกเขาเริ่มต้นไว้แล้ว และตามที่โมรเดคัยเขียนไปถึงพวกเขา เพราะฮามานบุตรฮัมเมดาธา คนอากัก ศัตรูของพวกยิวทั้งปวง ได้ปองร้ายต่อพวกยิวเพื่อทำลายพวกเขาและได้ทอดสลาก เพื่อล้างผลาญและทำลายพวกเขา แต่เมื่อพระนางเอสเธอร์เข้าเฝ้ากษัตริย์ พระองค์รับสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรให้แผนการร้ายซึ่งฮามานได้คิดต่อพวกยิวนั้นกลับตกลงบนศีรษะของเขาเอง และให้ตัวเขากับบุตรของเขาถูกแขวนบนตะแลงแกง เพราะฉะนั้น พวกเขาจึงเรียกวันเหล่านี้ว่าปูริม ตามคำ “ปูร์” ดังนั้น เพราะทุกอย่างที่เขียนไว้ในจดหมายนี้ และเพราะสิ่งที่พวกยิวพบเห็นในเรื่องนี้ และสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเขา พวกยิวจึงกำหนดและสัญญาว่าตัวพวกเขาเอง เชื้อสายของพวกเขา และทุกคนที่เข้าจารีตยิว จะถือสองวันนี้ดังที่บันทึกไว้ และตามวันเวลาที่กำหนดไว้ทุกปีไม่เว้นเลย และสัญญาว่าจะจดจำวันดังกล่าวนี้ และถือตลอดทุกชั่วอายุคน ทุกตระกูล ทุกมณฑลและทุกเมือง วันเทศกาลปูริมนี้จะไม่เลิกถือในท่ามกลางพวกยิว หรือการระลึกถึงวันเหล่านี้จะไม่สิ้นสุดไปในเชื้อสายของพวกเขาเลย แล้วพระราชินีเอสเธอร์บุตรหญิงของอาบีฮาอิล พร้อมกับโมรเดคัยคนยิว ได้เขียนรับรองจดหมายฉบับที่สองนี้เรื่องเทศกาลปูริมอย่างหนักแน่น โมรเดคัยก็ส่งจดหมายไปถึงยิวทั้งปวงใน 127 มณฑลของอาหสุเอรัสเป็นคำอวยพรให้อยู่เย็นเป็นสุข และให้ถือเทศกาลปูริมตามกำหนดเวลา ดังที่โมรเดคัยคนยิวและพระราชินีเอสเธอร์มีรับสั่งพวกยิว และตามที่พวกเขาตั้งไว้สำหรับตนเองและสำหรับเชื้อสายของพวกเขาเกี่ยวกับการอดอาหารและการคร่ำครวญของพวกเขา พระเสาวนีย์ของพระนางเอสเธอร์กำหนดระเบียบการของเทศกาลปูริมไว้ และมีบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร

เอสเธอร์ 9:23-32 TH1971 (พระคัมภีร์ไทย ฉบับ 1971)

พวกยิวจึงตกลงกระทำตามที่เขาตั้งต้นแล้ว และตามที่โมรเดคัยเขียนไปถึงเขา เพราะฮามานบุตรฮัมเมดาธาคนอากัก ศัตรูของพวกยิวทั้งปวง ได้ปองร้ายต่อพวกยิวเพื่อทำลายเขาได้ทอดเปอร์ คือสลาก เพื่อล้างผลาญและทำลายเขา แต่เมื่อพระนางเอสเธอร์เข้าเฝ้าพระราชา พระองค์ทรงรับสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรให้แผนการมุ่งร้าย ของท่าน ซึ่งท่านได้คิดต่อพวกยิวนั้นกลับตกลงบนศีรษะของท่านเอง และให้ตัวท่านกับบุตรของท่านถูกแขวนบนตะแลงแกง เพราะฉะนั้นเขาจึงเรียกวันเหล่านี้ว่าปูริม ตามคำเปอร์ ดังนั้น เพราะทุกอย่างที่เขียนไว้ในจดหมายนี้ และเพราะสิ่งที่พวกยิวต้องเผชิญในเรื่องนี้ และสิ่งที่อุบัติแก่เขา พวกยิวก็กำหนดและรับว่าตัวเขาเอง เชื้อสายของเขา และบรรดาผู้ที่เข้าจารีต ยิวจะถือสองวันนี้ดังที่เขียนไว้ และตามเวลาที่กำหนดไว้ทุกปีมิได้ขาด และว่าจะจดจำวันเหล่านี้ และถือตลอดทุกชั่วชาติพันธุ์ ทุกตระกูล มณฑลและเมือง วันเทศกาลปูริมนี้จะไม่เลิกถือในท่ามกลางพวกยิว หรือการระลึกถึงวันเหล่านี้จะไม่สิ้นลงในเชื้อสาย ของเขาเลย แล้วพระราชินีเอสเธอร์ธิดาของอาบีฮาอิล กับโมรเดคัยคนยิว ก็เขียนเป็นลายลักษณ์อักษรรับรองจดหมายฉบับที่สอง นี้เรื่องเทศกาลปูริม ให้ส่งจดหมายไปถึงยิวทั้งปวงในหนึ่งร้อยยี่สิบเจ็ด มณฑลของอาหสุเอรัสเป็นคำอวยพรให้อยู่เย็นเป็นสุข และให้ถือวันเทศกาลปูริมเหล่านี้ตามกำหนดฤดูกาล ดังที่โมรเดคัยคนยิวและพระราชินีเอสเธอร์มี พระเสาวนีย์สั่งพวกยิว และตามที่เขาตั้งไว้สำหรับตนเองและสำหรับเชื้อสาย ของเขา เกี่ยวกับการอดอาหารและการร้องทุกข์ของเขา พระบัญชาของพระราชินีเอสเธอร์ตั้ง ระเบียบการเทศกาลปูริมไว้ และมีบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร

เอสเธอร์ 9:23-32 TNCV (พระคริสตธรรมคัมภีร์ไทย ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย)

ชาวยิวจึงเห็นพ้องต้องกันที่จะยึดถือการเฉลิมฉลองสืบไปตามที่โมรเดคัยเขียนบอก ด้วยว่าฮามานบุตรฮัมเมดาธาชาวอากักศัตรูของชาวยิวทั้งปวงได้วางแผนจะทำลายพวกตนตามเวลาซึ่งกำหนดโดยการทอดสลากที่เรียกว่าเปอร์ แต่เมื่อแผนการนี้รู้ถึงองค์กษัตริย์ พระองค์ทรงประกาศพระราชโองการที่ทำให้แผนการอันชั่วร้ายของฮามานหวนกลับไปเล่นงานตัวเขาเอง ตัวฮามานและบุตรต้องถูกแขวนบนตะแลงแกง (เทศกาลนี้จึงได้ชื่อว่าปูริม มาจากคำว่า “เปอร์”) เนื่องด้วยทุกสิ่งที่เขียนไว้ในจดหมายนั้น และเนื่องด้วยสิ่งที่พวกเขาได้เห็นและได้เกิดขึ้นกับพวกเขา ชาวยิวเห็นชอบที่จะตั้งธรรมเนียมขึ้นซึ่งพวกเขาและลูกหลาน ตลอดจนทุกคนที่มาเข้าเป็นพวกจะฉลองทั้งสองวันนี้ตามวิธีและวาระที่กำหนดทุกปีไม่ให้ขาด วันเหล่านี้จะเป็นวันรำลึกซึ่งยึดถือกันตลอดไปทุกชั่วอายุ ทุกครอบครัว ในทุกหัวเมือง และในทุกมณฑล ชาวยิวจะฉลองเทศกาลปูริมสองวันนี้เพื่อเป็นอนุสรณ์ตลอดไปตราบชั่วลูกหลาน พระราชินีเอสเธอร์ธิดาอาบีฮายิลจึงร่วมกับโมรเดคัยชาวยิวเขียนจดหมายรับรองด้วยสิทธิอำนาจเต็มที่ ยืนยันจดหมายฉบับที่สองนี้ซึ่งเกี่ยวกับปูริม และโมรเดคัยส่งสาส์นไปถึงชาวยิวทั้งปวงทั่ว 127 มณฑลในจักรวรรดิของกษัตริย์เซอร์ซีส อวยพรให้อยู่ดีมีสุขและมั่นคง ให้ยึดถือสองวันนี้เป็นเทศกาลปูริมประจำปี เป็นคำสั่งของโมรเดคัยชาวยิวและเป็นพระราชเสาวนีย์ของพระราชินีเอสเธอร์ ชาวยิวเองก็ได้ลงมติให้ประเพณีนี้เป็นอนุสรณ์สืบทอดไปถึงลูกหลาน รำลึกถึงวาระที่ชนทั้งชาติร่วมกันถืออดอาหารและคร่ำครวญ พระราชเสาวนีย์ของเอสเธอร์รับรองกฎระเบียบเกี่ยวกับปูริม และมีบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร

แบ่งปัน
เอสเธอร์ 9 TNCV

เอสเธอร์ 9:23-32 THA-ERV (พระคริสตธรรมคัมภีร์: ฉบับอ่านเข้าใจง่าย)

ดังนั้น​ชาวยิว​จึง​ตกลง​ที่​จะ​รักษา​เทศกาล​นี้​ที่​พวกเขา​ได้​เริ่มต้น​ไว้​ตลอดไป ตาม​ที่​โมรเดคัย​ได้​เขียน​มา ฮามาน ลูกชาย​ฮัมเมดาธา ชาว​อากัก ศัตรู​ของ​พวก​ชาวยิว ได้​วางแผน​ชั่ว​เพื่อ​ทำลาย​ชาวยิว เขา​ได้​ทำการ​เสี่ยงทาย ที่​เรียกว่า “เปอร์” เพื่อ​ทำลาย​พวก​ยิว​ให้​พินาศ​สิ้น แต่​เมื่อ​กษัตริย์​ได้​ล่วงรู้​แผนการ​นั้น พระองค์​พูด​ว่า “ขอ​ให้​คำสั่ง​ชั่วร้าย​ที่​ฮามาน​เขียน​เพื่อ​ทำลาย​ชาวยิว​นี้ เกิดขึ้น​กับ​เขา​แทน” ดังนั้น​ฮามาน​และ​ลูกชาย​จึง​ถูก​เสียบ​ที่​เสาไม้ ดังนั้น ประชาชน จึง​เรียก​วัน​เหล่านั้น​ว่า “ปูริม” ซึ่ง​มา​จาก​คำว่า “เปอร์” โมรเดคัย​ได้​เขียน​จดหมาย​บอก​ให้​ชาวยิว​เฉลิม​ฉลอง​เทศกาล​นี้​ใน​สองวัน​ที่​กำหนด​นี้​ของ​ทุกปี เพื่อ​ให้​ระลึก​ถึง​สิ่ง​ที่​เกิดขึ้น​กับ​พวกเขา ดังนั้น​พวกยิว​จึง​ถือ​เป็น​ประเพณี​สำหรับ​พวกเขา​และ​ลูกหลาน​ของ​พวกเขา​ตาม​ที่​โมรเดคัย​บอก เพื่อ​พวกเขา​จะ​ถือ​เทศกาล​นี้​ไว้ และ​รักษา​ไว้​สืบ​ต่อไป​ใน​ทุกยุค​ทุกสมัย ใน​ทุก​ครอบครัว ใน​ทุก​มณฑล และ​ใน​ทุก​เมือง คนยิว​จะ​ต้อง​เฉลิม​ฉลอง​เทศกาล​ปูริม​นี้​ทุกปี​ไม่​หยุดหย่อน และ​รักษา​เทศกาล​นี้​ตลอดไป และ​ไม่​ปล่อย​ให้​มัน​หมดสิ้น​ไป​จาก​ผู้​สืบ​เชื้อสาย​ของ​ชาวยิว จากนั้น ราชินี​เอสเธอร์ ลูกสาว​อาบีฮาอิล กับ​โมรเดคัย​ชาวยิว ก็​เขียน​จดหมาย​ออกมา​อย่าง​เป็น​ทางการ เพื่อ​รับรอง​เทศกาล​ปูริม นี่​เป็น​จดหมาย​ฉบับ​ที่​สอง ซึ่ง​ถูก​ส่ง​ไป​ยัง​ชาวยิว​ทั้งหลาย ใน​หนึ่งร้อย​ยี่สิบเจ็ด​มณฑล ใน​อาณาจักร​ของ​กษัตริย์​อาหสุเอรัส ใน​จดหมาย​นั้น พวกเขา​บอก​ว่า “ขอให้​พวกท่าน​อยู่​เย็น​เป็นสุข และ​มี​ความ​มั่นคง พวกท่าน​และ​ลูกหลาน​ของ​พวกท่าน​ต้อง​ไม่​ลืม​ที่​จะ​เฉลิม​ฉลอง​เทศกาล​ปูริม​ใน​เวลา​ที่​กำหนด​ไว้​และ​ตาม​อย่าง​ที่​เรา​สั่ง และ​พวกท่าน​ก็​ต้อง​ทำ​ตาม​คำแนะนำ​เกี่ยวกับ​การ​คร่ำครวญ​และ​อด​อาหาร​ที่​เรา​สั่ง​ด้วย” กฎ​เกี่ยวกับ​เทศกาล​ปูริม​นี้​ได้​ถูก​เขียน​ขึ้นมา​ตาม​คำสั่ง​ของ​ราชินี​เอสเธอร์ และ​ได้​ถูก​จด​ไว้​ใน​หนังสือ​บันทึก​เหตุการณ์​ต่างๆ

เอสเธอร์ 9:23-32 NTV (พระคัมภีร์ ฉบับแปลใหม่ (NTV))

ดังนั้น ชาว​ยิว​เห็น​ด้วย​ที่​จะ​รักษา​วัน​ฉลอง​เหมือน​ที่​เริ่ม​กระทำ​มา​แล้ว และ​กระทำ​ตาม​สิ่ง​ที่​โมร์เดคัย​ได้​เขียน​ถึง​พวก​เขา เพราะ​ฮามาน​ชาว​อากัก​บุตร​ของ​ฮัมเมดาธา ผู้​เป็น​ศัตรู​ของ​ชาว​ยิว​ทั้ง​ปวง เขา​ได้​วาง​แผน​ต่อต้าน​ชาว​ยิว​เพื่อ​กำจัด​พวก​เขา และ​ได้​จับ​ฉลาก​ซึ่ง​เรียก​ว่า “ปูร์” เพื่อ​เจาะจง​หา​วัน​ที่​จะ​ทำลาย​และ​กำจัด​พวก​เขา แต่​เมื่อ​เรื่อง​เป็น​ที่​ทราบ​ของ​กษัตริย์ ท่าน​ออก​คำ​สั่ง​เป็น​ตัว​อักษร​ว่า แผน​การ​ชั่ว​ร้าย​ของ​เขา​ที่​มี​ต่อ​ชาว​ยิว​นั้น​ควร​กลับ​ไป​ลง​โทษ​ตัว​เขา​เอง และ​ฮามาน​กับ​บรรดา​บุตร​ชาย​ของ​เขา​ควร​ถูก​แขวน​คอ​บน​ตะแลงแกง ฉะนั้น พวก​เขา​จึง​เรียก​วัน​นั้น​ว่า ปูริม ตาม​คำ​เรียก “ปูร์” ฉะนั้น เป็น​เพราะ​ทุก​สิ่ง​ที่​เขียน​ใน​จดหมาย​นี้ และ​เพราะ​สิ่ง​ที่​พวก​เขา​ได้​เผชิญ​รวม​ไป​ถึง​สิ่ง​ที่​ได้​เกิด​ขึ้น​กับ​พวก​เขา บรรดา​ชาว​ยิว ผู้​สืบ​เชื้อสาย​ของ​พวก​เขา และ​ทุก​คน​ที่​ร่วม​กัน​กับ​พวก​เขา ต่าง​ก็​หมั่น​ปฏิบัติ​รักษา​ทั้ง 2 วัน​นี้ ตาม​เรื่อง​ที่​เขียน​ไว้​โดย​ไม่​เว้น และ​ตาม​เวลา​ที่​กำหนด​ไว้​ของ​ทุก​ปี วัน​ดัง​กล่าว​ควร​จะ​เป็น​ที่​จดจำ​และ​รักษา​ตลอด​ทุก​ชั่ว​อายุ​คน ทุก​ตระกูล แคว้น และ​เมือง และ​ไม่​ควร​หยุด​ฉลอง​วัน​ปูริม​ใน​หมู่​ชาว​ยิว​เป็น​อัน​ขาด และ​บรรดา​ลูก​หลาน​ไม่​ควร​หยุด​ระลึก​ถึง​เหตุการณ์​นี้​ตลอด​ไป ราชินี​เอสเธอร์​บุตร​หญิง​ของ​อาบีฮาอิล กับ​โมร์เดคัย​ชาว​ยิว​ก็​ได้​เขียน​มอบ​อำนาจ​เป็น​ทาง​การ เพื่อ​รับรอง​จดหมาย​ฉบับ​ที่​สอง​นี้​เรื่อง​วัน​ปูริม จดหมาย​ถูก​ส่ง​ไป​ยัง​ชาว​ยิว​ทั้ง​ปวง​ใน 127 แคว้น​ของ​กษัตริย์​อาหสุเอรัส ด้วย​คำ​พูด​แห่ง​สันติสุข​และ​ความ​จริง คือ​วัน​ปูริม​นี้​ควร​รักษา​ตาม​กาล​เวลา​ที่​กำหนด​ไว้ ตาม​ที่​โมร์เดคัย​ชาว​ยิว​และ​ราชินี​เอสเธอร์​ร่วม​กระทำ​การ​ให้​มี​วัน​นี้​ตั้ง​ขึ้น​มา​ได้ ทั้ง​สอง​และ​บรรดา​ผู้​สืบ​เชื้อสาย​ได้​มี​ส่วน​ใน​การ​อด​อาหาร​และ​ร้อง​คร่ำครวญ สิ่ง​ที่​ราชินี​เอสเธอร์​ขอ​ให้​มี​ใน​กฤษฎีกา​นั้น​ระบุ​อย่าง​ชัดเจน​เกี่ยว​กับ​วัน​ปูริม ซึ่ง​มี​การ​บันทึก​ไว้​แล้ว

แบ่งปัน
เอสเธอร์ 9 NTV

เอสเธอร์ 9:23-32 KJV (พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV)

พวกยิวจึงตกลงกระทำตามที่เขาตั้งต้นแล้ว และตามที่โมรเดคัยเขียนไปถึงเขา เพราะฮามานบุตรชายฮัมเมดาธา คนอากัก ศัตรู​ของพวกยิ​วท​ั้งปวง ได้​ปองร้ายต่อพวกยิวเพื่อทำลายเขา ได้​ทอดเปอร์ คือสลาก เพื่อล้างผลาญและทำลายเขา แต่​เมื่อพระนางเอสเธอร์​เข​้าเฝ้ากษั​ตริ​ย์ พระองค์​ทรงบัญชาเป็นลายลักษณ์อักษรให้แผนการมุ่งร้ายของท่าน ซึ่งท่านได้คิดต่อพวกยิ​วน​ั้น กล​ับตกลงบนศีรษะของท่านเอง และให้ตั​วท​่านกับบุตรชายของท่านถูกแขวนบนตะแลงแกง เพราะฉะนั้นเขาจึงเรียกวันเหล่านี้​ว่า เปอร์​ริม ตามคำเปอร์ ดังนั้น เพราะทุกอย่างที่​เข​ียนไว้ในจดหมายนี้ และเพราะสิ่งที่พวกยิวต้องเผชิญในเรื่องนี้ และสิ่งที่​อุบัติ​แก่​เขา พวกยิ​วก​็กำหนดและรับว่าตัวเขาเอง เชื้อสายของเขา และบรรดาผู้​ที่​เข​้าจารีตยิวจะถือสองวันนี้​ดังที่​เข​ียนไว้ และตามเวลาที่กำหนดไว้​ทุกปี​มิได้​ขาด และว่าจะจดจำวันเหล่านี้ และถือตลอดทุกชั่วอายุ ทุ​กครอบครัว มณฑลและเมือง วันเทศกาลเปอร์ริ​มน​ี้จะไม่เลิกถือในท่ามกลางพวกยิว หรือการระลึกถึงวันเหล่านี้จะไม่​สิ​้นลงในเชื้อสายของเขาเลย แล​้วพระราชินีเอสเธอร์ ธิดาของอาบีฮาอิล กับโมรเดคัยคนยิว ก็​เข​ียนเป็นลายลักษณ์อักษรรับรองจดหมายฉบั​บท​ี่สองนี้เรื่องเทศกาลเปอร์​ริม ให้​ส่งจดหมายไปถึงยิ​วท​ั้งปวงในหนึ่งร้อยยี่​สิ​บเจ็ดมณฑลในราชอาณาจักรของอาหสุเอรัส เป็นคำที่​แท้​จร​ิงให้​อยู่​เย็นเป็นสุข และให้ถือวันเทศกาลเปอร์ริมเหล่านี้ตามกำหนดฤดู​กาล ดังที่​โมรเดคัยคนยิวและพระราชินีเอสเธอร์​มี​พระเสาวนีย์สั่งพวกยิว และตามที่เขาตั้งไว้สำหรับตนเองและสำหรับเชื้อสายของเขา เก​ี่ยวกับการอดอาหารและการร้องทุกข์ของเขา พระบัญชาของพระนางเอสเธอร์ตั้งระเบียบการเทศกาลเปอร์ริมไว้และมีบันทึกไว้ในหนังสือ

แบ่งปัน
เอสเธอร์ 9 KJV