กิจการ 17:10-34 - Compare All Versions

กิจการ 17:10-34 THSV11 (ฉบับมาตรฐาน)

พอค่ำลงพวกพี่น้องจึงส่งเปาโลกับสิลาสไปยังเมืองเบโรอา เมื่อไปถึงแล้วท่านทั้งสองจึงเข้าไปในธรรมศาลาของพวกยิว ยิวในเมืองนี้มีใจยอมรับมากกว่ายิวในเมืองเธสะโลนิกา เพราะพวกเขารับพระวจนะด้วยความอยากรู้และค้นดูพระคัมภีร์ทุกวัน หวังจะรู้ว่าข้อความเหล่านั้นจริงดังที่กล่าวหรือไม่ เพราะฉะนั้นมีหลายคนในพวกเขามาเชื่อถือ รวมทั้งบรรดาสตรีมีศักดิ์ชาวกรีกและบรรดาผู้ชายชาวกรีกอีกจำนวนไม่น้อย แต่เมื่อพวกยิวที่อยู่ในเมืองเธสะโลนิกาทราบว่าเปาโลกล่าวสั่งสอนพระวจนะของพระเจ้าในเมืองเบโรอาด้วย พวกเขาก็มายุยงฝูงชนที่นั่น พวกพี่น้องจึงส่งเปาโลออกทะเลทันที แต่สิลาสกับทิโมธียังคงอยู่ที่นั่น พวกที่ไปส่งเปาโลนั้นได้ส่งท่านถึงกรุงเอเธนส์ และเมื่อได้รับคำสั่งจากท่านถึงสิลาสกับทิโมธีว่าให้รีบไปหาท่านโดยเร็วแล้ว พวกเขาก็กลับไป ขณะเปาโลกำลังคอยสิลาสกับทิโมธีอยู่ในกรุงเอเธนส์ ท่านมีความเดือดร้อนวุ่นวายใจเพราะเห็นรูปเคารพเต็มไปทั้งเมือง เพราะฉะนั้นท่านจึงถกปัญหากับพวกยิวและบรรดาคนที่นับถือพระเจ้าในธรรมศาลา และกับคนทั้งหลายที่มาพบท่านที่บริเวณตลาดนัดทุกวัน ปรัชญาเมธีบางคนในพวกเอปิคูเรียนและในพวกสโตอิกก็มาพบท่าน บางคนกล่าวว่า “คนเก็บเศษความรู้เล็กๆ น้อยๆ นี้กำลังจะพูดเรื่องอะไร” บางคนกล่าวว่า “ดูเหมือนเขาเป็นคนนำพระต่างประเทศเข้ามาเผยแพร่” เพราะเปาโลประกาศเรื่องพระเยซูและการเป็นขึ้นจากตาย พวกเขาจึงนำเปาโลไปยังสภาอาเรโอปากัสแล้วถามว่า “เราขอทราบได้หรือไม่ว่าคำสอนใหม่ที่ท่านกล่าวนั้นเป็นอย่างไร? เพราะว่าท่านนำเรื่องแปลกประหลาดมาถึงหูของเรา เพราะฉะนั้นเราอยากทราบว่าเรื่องราวเหล่านี้มีความหมายอย่างไร” (เพราะชาวเอเธนส์กับชาวต่างประเทศซึ่งอาศัยอยู่ที่นั่นไม่สนใจเรื่องอะไรนอกจากจะกล่าวหรือฟังสิ่งใหม่ๆ) เปาโลจึงยืนขึ้นกลางสภาอาเรโอปากัสแล้วกล่าวว่า “นี่แน่ะ ท่านทั้งหลายที่เป็นชาวเอเธนส์ ข้าพเจ้าเห็นว่าพวกท่านเป็นคนเคร่งศาสนาในทุกด้าน เพราะว่าขณะข้าพเจ้าเดินไปรอบๆ เมืองและสังเกตดูสิ่งที่ท่านนมัสการนั้น ข้าพเจ้าพบแท่นหนึ่ง มีคำจารึกว่า ‘แด่พระเจ้าที่ไม่รู้จัก’ เพราะฉะนั้นข้าพเจ้าจึงมาประกาศให้พวกท่านรู้ถึงพระเจ้าองค์ที่ท่านไม่รู้จักแต่ยังนมัสการอยู่ พระเจ้าผู้ทรงสร้างโลกกับสิ่งทั้งปวงที่มีอยู่ในนั้น เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก พระองค์ไม่ได้สถิตในวิหารที่มนุษย์สร้างขึ้น พระองค์ไม่จำเป็นต้องให้มือมนุษย์มารับใช้ราวกับว่ามีความต้องการสิ่งหนึ่งสิ่งใด เพราะพระองค์ต่างหากที่ทรงเป็นผู้ประทานชีวิตและลมหายใจและสิ่งสารพัดแก่คนทั้งปวง พระองค์ทรงสร้างมนุษย์ทุกชาติมาจากคนๆ เดียวให้อยู่ทั่วพิภพโลก และทรงกำหนดเวลาและเขตแดนให้เขาทั้งหลายอยู่ด้วย เพื่อพวกเขาจะได้แสวงหาพระเจ้าและมุ่งหวังจะค้นหาและพบพระองค์ ที่จริงพระองค์ไม่ทรงอยู่ห่างไกลจากเราทุกคนเลย เพราะว่า ‘เรามีชีวิต และไหวตัว และเป็นอยู่ในพระองค์’ ตามที่กวีบางคนในพวกท่านกล่าวว่า ‘แท้จริงเราเป็นเชื้อสายของพระองค์’ เพราะฉะนั้นเมื่อเราเป็นเชื้อสายของพระเจ้าแล้ว เราก็ไม่ควรถือว่าพระเจ้าทรงเป็นทอง เงิน หรือหิน ซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างขึ้นจากศิลปะและความคิดของมนุษย์ ในเวลาที่มนุษย์ยังขาดความรู้ พระเจ้าไม่ทรงถือโทษ แต่บัดนี้ พระเจ้าตรัสสั่งมนุษย์ทั้งปวงทั่วทุกแห่งให้กลับใจใหม่ เพราะพระองค์ทรงกำหนดวันหนึ่งไว้แล้ว ในวันนั้นพระองค์จะทรงพิพากษาโลกตามความชอบธรรมโดยบุคคลที่พระองค์ทรงกำหนดไว้ และพระเจ้าทรงให้คนทั้งปวงมีความมั่นใจในเรื่องนี้โดยทรงให้บุคคลผู้นั้นเป็นขึ้นจากตาย” เมื่อคนทั้งหลายได้ยินเรื่องการเป็นขึ้นจากตาย บางคนก็เยาะเย้ย แต่บางคนกล่าวว่า “เราจะคอยฟังท่านกล่าวเรื่องนี้ต่อไปอีก” แล้วเปาโลจึงจากพวกเขาไป แต่มีบางคนติดตามเปาโลและเชื่อถือ ท่ามกลางคนเหล่านั้นมีดิโอนิสิอัสสมาชิกสภาอาเรโอปากัส กับหญิงคนหนึ่งชื่อดามาริส และคนอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่ง

แบ่งปัน
กิจการ 17 THSV11

กิจการ 17:10-34 TH1971 (พระคัมภีร์ไทย ฉบับ 1971)

พอค่ำลงพวกพี่น้องจึงส่งเปาโลกับสิลาสไปยังเมืองเบโรอา ครั้นถึงแล้วท่านจึงเข้าไปในธรรมศาลาของพวกยิว ยิวชาวเมืองนั้นมีจิตใจสูงกว่าชาวเมืองเธสะโลนิกา ด้วยเขามีใจเลื่อมใสรับพระวจนะของพระเจ้า และค้นดูพระคัมภีร์ทุกวัน หวังจะรู้ว่าข้อความเหล่านั้นจะจริงดังกล่าวหรือไม่ เหตุฉะนั้นพวกเขามีหลายคนได้เชื่อถือ กับสตรีผู้มีศักดิ์ชาติกรีก ทั้งผู้ชายไม่น้อยด้วย แต่เมื่อพวกยิวที่อยู่ในเมืองเธสะโลนิกาทราบว่า เปาโลได้กล่าวสั่งสอนพระวจนะของพระเจ้าในเมืองเบโรอาเหมือนกัน เขาก็มายุยงประชาชนที่นั่นด้วย ขณะนั้นพวกพี่น้องจึงส่งเปาโลออกไปตามทางที่จะไปทะเล แต่สิลาสกับทิโมธีอยู่ที่นั่น คนที่ไปส่งเปาโลนั้นได้ไปส่งท่านถึงกรุงเอเธนส์ และเมื่อได้รับคำสั่งของท่าน ให้บอกสิลาสกับทิโมธีให้รีบไปหาท่านแล้ว เขาก็จากไป เมื่อเปาโลกำลังคอยสิลาสกับทิโมธีอยู่ในกรุงเอเธนส์นั้น ท่านมีความเดือดร้อนวุ่นวายใจ เพราะได้เห็นรูปเคารพเต็มไปทั้งเมือง เหตุฉะนั้นท่านจึงโต้ตอบในธรรมศาลากับพวกยิว และกับคนที่ถือพระเจ้า และกับคนทั้งหลายซึ่งมาพบท่านที่สนามชุมนุมทุกวัน ปรัชญาเมธีบางคนในพวกเอปิคูเรียน และในพวกสโตอิกได้มาพบท่าน บางคนกล่าวว่า <<คนเก็บเดนความรู้เล็กๆน้อยๆอย่างนี้จะใคร่มาพูดอะไรให้เราฟังเล่า>> บางคนกล่าวว่า <<ดูเหมือนเขาเป็นคนนำพระต่างประเทศเข้ามาเผยแพร่>> เพราะเปาโลได้ประกาศพระนามพระเยซู และเรื่องการเป็นขึ้นมาจากความตาย เขาจึงจับเปาโลพาไปยังสภาอาเรโอปากัส แล้วถามว่า <<เราขอรู้ได้หรือไม่ว่าคำสอนอย่างใหม่ที่ท่านกล่าวนั้นเป็นอย่างไร เพราะว่าท่านนำเรื่องแปลกประหลาดมาถึงหูของเรา เหตุฉะนั้นเราอยากทราบว่า เรื่องราวเหล่านี้มีความหมายว่าอย่างไร>> เพราะชาวเอเธนส์กับชาวต่างประเทศซึ่งอาศัยอยู่ที่นั่น ไม่สนใจในอะไรอื่น นอกจากจะกล่าวหรือฟังสิ่งใหม่ๆ ฝ่ายเปาโลจึงยืนขึ้นกลางสภาอาเรโอปากัสแล้วกล่าวว่า <<ดูก่อนท่านชาวกรุงเอเธนส์ โดยประการต่างๆข้าพเจ้าเห็นได้ว่า ท่านทั้งหลายเป็นนักศาสนา เพราะว่าเมื่อข้าพเจ้าเดินทางมาสังเกตดูสิ่งที่ท่านนมัสการนั้น ข้าพเจ้าได้พบแท่นแท่นหนึ่ง มีคำจารึกไว้ว่า <แด่พระเจ้าที่ไม่รู้จัก> เหตุฉะนั้นข้าพเจ้าจึงมาประกาศ และแสดงให้ท่านทั้งหลายทราบ ถึงพระเจ้าที่ท่านไม่รู้จักแต่ยังนมัสการอยู่ พระเจ้าผู้ทรงสร้างโลกกับสิ่งทั้งปวงที่มีอยู่ในนั้น พระองค์ทรงเป็นเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก มิได้ทรงสถิตในปูชนียสถานซึ่งมือมนุษย์ได้กระทำไว้ พระองค์มิจำต้องให้มือมนุษย์มาปรนนิบัติ ดังว่ามีความต้องการสิ่งหนึ่งสิ่งใด เพราะพระองค์ทรงเป็นผู้ประทานชีวิตและลมหายใจ และสิ่งสารพัดแก่คนทั้งปวงต่างหาก พระองค์ได้ทรงสร้างมนุษย์ทุกชาติ สืบสายโลหิตอันเดียวกันให้อยู่ทั่วพิภพโลก และได้ทรงกำหนดเวลาและเขตแดนให้เขาอยู่ เพื่อเขาจะได้แสวงหาพระเจ้าและมุ่งหวังจะคลำหาให้พบพระองค์ ที่จริงพระองค์มิทรงอยู่ห่างไกลจากเราทุกคนเลย ด้วยว่า <เรามีชีวิต และไหวตัว และเป็นอยู่ในพระองค์> ตามที่กวีบางคนในพวกท่านได้กล่าวว่า <แท้จริงเราทั้งหลายเป็นเชื้อสายของพระองค์> เหตุฉะนั้นเมื่อเราเป็นเชื้อสายของพระเจ้าแล้ว เราก็ไม่ควรถือว่าพระเจ้าทรงเป็นทอง เงิน หรือหิน อันเป็นปฏิมากรสำเร็จด้วยศิลปะและความคิดของมนุษย์ ในเวลาเมื่อมนุษย์ยังไร้เดียงสา พระเจ้ามิได้ทรงถือโทษ แต่เดี๋ยวนี้ พระเจ้าได้ตรัสสั่งแก่มนุษย์ทั้งปวงทั่วทุกแห่งให้กลับใจใหม่ เพราะพระองค์ได้ทรงกำหนดวันหนึ่งไว้ ในวันนั้นพระองค์จะทรงพิพากษาโลกตามความชอบธรรม โดยมนุษย์ผู้นั้นซึ่งพระองค์ได้ทรงเลือกไว้ และพระเจ้าได้ทรงโปรดให้คนทั้งปวงมีความแน่ใจในเรื่องนี้ โดยทรงให้มนุษย์ผู้นั้นคืนชีวิต>> ครั้นคนทั้งหลายได้ยินถึงเรื่องการซึ่งเป็นขึ้นมาจากความตายแล้ว บางคนก็เยาะเย้ย แต่บางคนว่า <<ข้าพเจ้าจะคอยฟังท่านกล่าวเรื่องนี้อีกต่อไป>> แล้วเปาโลจึงออกไปจากเขา แต่มีบางคนติดตามเปาโลไปและได้เชื่อถือ ในคนเหล่านั้นมีดิโอนิสิอัสผู้เป็นสมาชิกสภาอาเรโอปากัส กับหญิงคนหนึ่งชื่อดามาริสและคนอื่นๆด้วย

แบ่งปัน
กิจการ 17 TH1971

กิจการ 17:10-34 TNCV (พระคริสตธรรมคัมภีร์ไทย ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย)

ทันทีที่มืดค่ำพวกพี่น้องก็ส่งเปาโลกับสิลาสไปยังเมืองเบเรอา เมื่อพวกเขามาถึงก็เข้าไปในธรรมศาลาของพวกยิว ชาวเมืองเบเรอามีจิตใจสูงกว่าชาวเมืองเธสะโลนิกาเพราะพวกเขารับเรื่องนี้ด้วยความกระตือรือร้นและค้นพระคัมภีร์ทุกวันเพื่อตรวจสอบว่าสิ่งที่เปาโลกล่าวเป็นจริงหรือไม่ ชาวยิวหลายคนเชื่อเช่นเดียวกับสตรีคนสำคัญชาวกรีกจำนวนหนึ่งและบุรุษชาวกรีกอีกหลายคน เมื่อพวกยิวในเมืองเธสะโลนิกาทราบว่าเปาโลกำลังประกาศพระวจนะของพระเจ้าที่เมืองเบเรอา พวกเขาก็มาที่นั่นด้วย พวกเขาปลุกปั่นฝูงชนให้ลุกฮือขึ้น พวกพี่น้องจึงส่งเปาโลไปที่ชายฝั่งทันทีส่วนสิลาสกับทิโมธียังอยู่ที่เมืองเบเรอา ผู้คนที่คุ้มกันเปาโลนำเขาไปยังกรุงเอเธนส์จากนั้นก็รับคำสั่งกลับมาบอกสิลาสกับทิโมธีให้ไปสมทบกับเปาโลทันทีที่เป็นไปได้ ขณะรอสิลาสกับทิโมธีอยู่ในกรุงเอเธนส์เปาโลก็ทุกข์ใจยิ่งนักที่เห็นเมืองนี้เต็มไปด้วยรูปเคารพ ดังนั้นเขาจึงยกเหตุผลมาอภิปรายกับพวกยิวและชาวกรีกที่ยำเกรงพระเจ้าในธรรมศาลาและกับผู้คนซึ่งเขาพบที่ย่านตลาดแต่ละวัน มีนักปรัชญาแนวเอปิคูเรียนและสโตอิกกลุ่มหนึ่งมาถกเถียงกับเขา บางคนเอ่ยว่า “เจ้าคนนี้มาพล่ามอะไร?” คนอื่นๆ กล่าวว่า “ดูเหมือนเขาจะนำเทพเจ้าต่างชาติมาเผยแพร่” ที่พวกเขาพูดเช่นนี้เพราะเปาโลประกาศข่าวประเสริฐเรื่องพระเยซูและการคืนพระชนม์ พวกเขาจึงนำตัวเปาโลมาที่สภาอาเรโอปากัสและกล่าวว่า “พวกเราขอทราบคำสอนใหม่ที่ท่านกำลังนำเสนอได้ไหม? ท่านนำความคิดแปลกๆ เข้ามา เราเลยอยากรู้ว่าสิ่งเหล่านี้มีความหมายอย่างไร” (ชาวเอเธนส์และชาวต่างชาติที่นั่นวันๆ ไม่ทำอะไรนอกจากพูดคุยและรับฟังความคิดใหม่ๆ) เปาโลจึงยืนขึ้นต่อหน้าที่ประชุมสภาอาเรโอปากัสแล้วกล่าวว่า “ชาวเอเธนส์ทั้งหลาย! ข้าพเจ้าเห็นว่าพวกท่านเคร่งศาสนามากในทุกด้าน เพราะขณะที่ข้าพเจ้าเดินไปทั่วและได้สังเกตดูสิ่งที่ท่านนมัสการข้าพเจ้าถึงกับพบแท่นบูชาแท่นหนึ่งที่มีคำจารึกไว้ว่า ‘แด่พระเจ้าที่ไม่รู้จัก’ บัดนี้ข้าพเจ้ามาประกาศแก่ท่านถึงสิ่งที่ท่านนมัสการทั้งที่ไม่รู้จัก “พระเจ้าองค์นี้ผู้ทรงสร้างโลกและสรรพสิ่งในโลกทรงเป็นเจ้าเหนือฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก พระองค์ไม่ได้ประทับในวิหารที่สร้างขึ้นด้วยน้ำมือมนุษย์ และไม่ได้พึ่งการปรนนิบัติจากมือมนุษย์เสมือนหนึ่งว่าทรงต้องการสิ่งใดเพราะพระองค์เองคือผู้ประทานชีวิต ลมปราณ และสิ่งอื่นๆ ทั้งปวงแก่มนุษย์ จากมนุษย์เพียงคนเดียวพระองค์ทรงสร้างมนุษย์ทุกชาติให้อาศัยทั่วพิภพ พระองค์ทรงกำหนดเวลาและเขตแดนที่พวกเขาควรจะอยู่ พระเจ้าทรงทำเช่นนี้เพื่อมนุษย์จะได้แสวงหาพระองค์ เผื่อว่าพวกเขาจะไขว่คว้าหาพระองค์และพบพระองค์ แต่ว่าพระองค์ไม่ได้ทรงอยู่ไกลจากเราแต่ละคนเลย ‘เพราะว่าในพระองค์เรามีชีวิต เคลื่อนไหว และเป็นอยู่’ เหมือนที่กวีบางคนในพวกท่านเองกล่าวว่า ‘เราเป็นเชื้อสายของพระองค์’ “ฉะนั้นในเมื่อเราเป็นเชื้อสายของพระเจ้าเราก็ไม่ควรคิดว่าพระเจ้าทรงเป็นเหมือนทอง เงิน หรือหิน คือเป็นประติมากรรมที่สร้างขึ้นโดยการออกแบบและฝีมือของมนุษย์ ในอดีตพระเจ้าทรงมองข้ามความเขลาเช่นนั้น แต่บัดนี้ทรงบัญชามนุษย์ทั้งปวงทั่วทุกแห่งให้กลับใจใหม่ เพราะพระองค์ได้ทรงกำหนดวันหนึ่งไว้ วันซึ่งจะทรงพิพากษาโลกด้วยความยุติธรรมโดยผู้หนึ่งที่ได้ทรง แต่งตั้งไว้ พระองค์ทรงยืนยันข้อนี้แก่คนทั้งปวงโดยให้ผู้นั้นเป็นขึ้นจากตาย” เมื่อพวกเขาได้ยินเรื่องการเป็นขึ้นจากตายบางคนก็เย้ยหยันแต่บางคนกล่าวว่า “เราอยากฟังท่านพูดเรื่องนี้อีก” แล้วเปาโลก็ออกจากสภา มีบางคนติดตามเปาโลไปและได้เชื่อ เช่น ดิโอนิสิอัสผู้เป็นสมาชิกคนหนึ่งของสภาอาเรโอปากัส หญิงคนหนึ่งชื่อดามาริส และคนอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่ง

แบ่งปัน
กิจการ 17 TNCV

กิจการ 17:10-34 THA-ERV (พระคริสตธรรมคัมภีร์: ฉบับอ่านเข้าใจง่าย)

ใน​คืน​นั้น​เอง พวก​พี่น้อง​รีบ​ส่ง​เปาโล​และ​สิลาส​ไป​เมือง​เบโรอา เมื่อ​สอง​คน​ไป​ถึง​ที่​นั่น​ก็​เข้า​ไป​ใน​ที่ประชุม คน​ยิว​ที่​นี่​มี​ใจกว้าง​กว่า​คน​ยิว​ใน​เมือง​เธสะโลนิกา พวก​เขา​รับ​พระคำ​อย่าง​เต็มใจ และ​ศึกษา​พระคัมภีร์​อย่าง​ละเอียด​ทุกวัน เพื่อ​จะ​ได้​รู้​ว่า​สิ่ง​ที่​เปาโล​สอน​นั้น​จริง​หรือ​ไม่ ด้วย​เหตุนี้ จึง​มี​ชาว​ยิว​หลาย​คน​มา​เชื่อ รวม​ถึง​ผู้หญิง​คน​สำคัญ​ที่​เป็น​ชาว​กรีก และ​ผู้ชาย​กรีก​อีก​หลาย​คน เมื่อ​ชาว​ยิว​ใน​เมือง​เธสะโลนิกา​รู้​ว่า​เปาโล​ได้​มา​ประกาศ​พระคำ​ของ​พระเจ้า​ที่​เมือง​เบโรอา​ด้วย พวก​เขา​ก็​พา​กัน​มา​ที่​นั่น แล้ว​เริ่ม​ก่อกวน​และ​ยุยง​ฝูงชน พวก​พี่น้อง​จึง​รีบ​ส่ง​เปาโล​ออก​เดิน​ทาง​ไป​ที่​ชายฝั่ง​ทะเล แต่​สิลาส​และ​ทิโมธี​ยัง​คง​อยู่​ที่​เมือง​เบโรอา คน​ที่​ไป​เป็น​เพื่อน​เปาโล ก็​นั่ง​เรือ​ไป​ส่ง​เปาโล​ถึง​เมือง​เอเธนส์ เปาโล​ฝาก​ให้​พวก​นั้น​มา​บอก​สิลาส​และ​ทิโมธี​ด้วย​ว่า​ให้​รีบ​มา​หา​เขา​เร็วๆ​พวก​นั้น​ก็​กลับ​ไป​เมือง​เบโรอา ขณะ​ที่​เปาโล​กำลัง​รอ​คอย​สิลาส​และ​ทิโมธี​อยู่​ที่​เมือง​เอเธนส์​นั้น เปาโล​กลุ้มอก​กลุ้มใจ​มาก เพราะ​เขา​เห็น​รูป​เคารพ​เต็ม​บ้าน​เต็ม​เมือง เขา​จึง​พูด​โต้ตอบ​กับ​ชาว​ยิว​และ​ชาว​กรีก​ที่​นับถือ​พระเจ้า​ใน​ที่​ประชุม​ชาว​ยิว และ​กับ​คน​ที่​เขา​พบ​ตาม​ตลาด​ทุกๆ​วัน พวก​นักปราชญ์​เอปิคูเรียน และ​พวก​สโตอิก บางคน​โต้เถียง​กับ​เขา บางคน​พูด​ว่า “เขา​พล่าม​เรื่อง​อะไร​หรือ” บางคน​พูด​ว่า “ดู​เหมือน​เขา​จะ​พูด​ถึง​พระ​ของ​คน​ต่าง​ชาติ​นะ” ที่​พวก​เขา​พูด​อย่างนี้​ก็​เพราะ​เปาโล​กำลัง​สอน​เรื่อง​พระเยซู และ​การ​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความตาย พวก​เขา​จึง​นำ​ตัว​เปาโล​ไป​ที่​สภา​อาเรโอปากัส​แล้ว​พูด​ว่า “ช่วย​อธิบาย​คำสอน​ใหม่​ของ​ท่าน​ให้​เรา​รู้​หน่อย เพราะ​ท่าน​ได้​เอา​สิ่ง​ที่​แปลก​หู​มา​เล่า​ให้​ฟัง เรา​จึง​อยาก​รู้​ว่า​มัน​หมายถึง​อะไร” (ชาว​เอเธนส์​และ​ชาว​ต่างชาติ​ที่​อาศัย​อยู่​ที่​นั่น วันๆ​ไม่​ทำ​อะไร​เลย นอก​จาก​พูด​คุย​และ​ฟัง​แต่​เรื่อง​ใหม่ๆ) เปาโล​จึง​ยืน​ขึ้น​ต่อหน้า​สภา​อาเรโอปากัส​แล้ว​พูด​ว่า “ชาว​เอเธนส์​ทั้งหลาย ผม​สังเกต​ว่า​พวก​ท่าน​เป็น​คน​เคร่ง​ศาสนา​มาก เพราะ​ผม​ได้​เดิน​ไป​รอบๆ​และ​สังเกต​เห็น​สิ่ง​ต่างๆ​ที่​ท่าน​บูชา ผม​เห็น​แท่น​บูชา​แท่น​หนึ่ง​เขียน​ว่า ‘แด่​พระเจ้า​ที่​ไม่​รู้จัก’ ผม​กำลัง​ประกาศ​ถึง​พระเจ้า​ที่​ท่าน​บูชา​โดย​ไม่​รู้จัก​องค์นี้​แหละ พระองค์​เป็น​พระเจ้า​ผู้สร้าง​โลก​และ​ทุก​สิ่ง​ทุก​อย่าง​ใน​โลกนี้ พระองค์​เป็น​เจ้า​ของ​ท้องฟ้า​และ​แผ่นดิน​โลกนี้ พระองค์​จึง​ไม่​ได้​อยู่​ใน​วัด​ที่​มือ​มนุษย์​สร้าง​ขึ้น พระเจ้า​ไม่​ต้อง​ให้​มนุษย์​มา​รับใช้ หรือ​ทำ​เหมือน​กับ​ว่า​พระองค์​ขาด​อะไร​อยู่ แต่​เป็น​พระองค์​ต่าง​หาก​ที่​ให้​ชีวิต ลม​หายใจ และ​ทุก​สิ่ง​ทุก​อย่าง​กับ​มนุษย์ พระองค์​ได้​ทำ​ให้​ชนชาติ​ต่างๆ​เกิด​ขึ้น​มา​จาก​คน​คน​เดียว เพื่อ​พวก​เขา​จะ​ได้​ตั้ง​รกราก​อยู่​ทั่ว​โลก และ​พระองค์​ได้​กำหนด​เวลา​และ​เขต​แดน​ให้​กับ​พวก​เขา​อยู่ พระองค์​ประสงค์​ให้​พวก​เขา​แสวงหา​พระองค์ เผื่อ​บางที​เขา​อาจ​จะ​ไขว่​คว้า​หา​พระองค์​แล้ว​จะ​ได้​พบ​พระองค์ ความจริง​แล้ว​พระองค์​ไม่​ได้​อยู่​ห่างไกล​จาก​พวก​เรา​แต่​ละ​คน เพราะ​ใน​พระองค์ เรา​ถึง​มี​ชีวิต​เคลื่อน​ไหว​ได้​และ​เป็น​อยู่นี้ เหมือน​กับ​ที่​กวี​ของ​ท่าน​ผู้​หนึ่ง​ได้​กล่าว​ไว้​ว่า ‘ด้วย​ว่า​พวก​เรา​คือ​ลูก​หลาน​ของ​พระองค์’ ใน​เมื่อ​พวก​เรา​เป็น​ลูก​หลาน​ของ​พระเจ้า​แล้ว พวก​เรา​ก็​ไม่​ควร​จะ​คิด​ว่า พระองค์​เป็น​เหมือน​รูปปั้น​ที่​คน​ได้​คิด​ออก​แบบ​ทำ​ขึ้น​จาก​ทองคำ เงิน หรือ​หิน ใน​อดีต​พระเจ้า​ได้​มอง​ข้าม​เรื่องนี้​ไป เพราะ​คน​ไม่​เข้าใจ​พระองค์​อย่าง​ถ่องแท้ แต่​ตอนนี้​พระองค์​ได้​สั่ง​มนุษย์​ทุก​คน​ใน​ทุก​ที่​ให้​กลับตัว​กลับใจ​เสียใหม่ เพราะ​พระองค์​ได้​กำหนด​วัน​ที่​พระองค์​จะ​พิพากษา​โลกนี้​อย่าง​ยุติธรรม โดย​ชาย​คน​หนึ่ง​ที่​พระองค์​ได้​แต่งตั้ง และ​พระองค์​ก็​พิสูจน์​เรื่องนี้​ให้​ทุก​คน​เห็น โดย​ทำ​ให้​ชาย​คนนี้​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความตาย” เมื่อ​ได้ยิน​เรื่อง​การ​ฟื้น​ขึ้น​จาก​ความตาย บางคน​ก็​หัวเราะ​เยาะ แต่​บางคน​ก็​พูด​ว่า “เรา​อยาก​ฟัง​ท่าน​พูด​เกี่ยวกับ​เรื่องนี้​อีก” แล้ว​เปาโล​ก็​ไป​จาก​สภา​นั้น มี​บางคน​ได้​มา​เข้า​ร่วม​กับ​เปาโล​และ​เชื่อ ใน​คน​เหล่า​นั้น​มี​ดิโอนิสิอัส​สมาชิก​ของ​สภา​อาเรโอปากัส ผู้หญิง​คน​หนึ่ง​ที่​ชื่อ​ดามาริส​และ​คน​อื่นๆ​ด้วย

แบ่งปัน
กิจการ 17 THA-ERV

กิจการ 17:10-34 NTV (พระคัมภีร์ ฉบับแปลใหม่ (NTV))

ทันที​ที่​ตก​ค่ำ​พวก​พี่​น้อง​ก็​ส่ง​เปาโล​และ​สิลาส​ไป​ยัง​เมือง​เบโรอา เมื่อ​ถึง​แล้ว พวก​เขา​ก็​ไป​ยัง​ศาลา​ที่​ประชุม​ของ​ชาว​ยิว ชาว​เมือง​เบโรอา​ยินดี​รับ​ฟัง​คำกล่าว​อย่าง​กระตือรือร้น​มาก​กว่า​ชาว​เมือง​เธสะโลนิกา และ​ตรวจสอบ​กับ​พระ​คัมภีร์​ทุก​วัน​ว่า สิ่ง​ที่​เปาโล​พูด​เป็น​ความ​จริง​หรือ​ไม่ มี​ชาว​ยิว​จำนวน​มาก​ที่​เชื่อ พร้อม​ทั้ง​พวก​สตรี​สูง​ศักดิ์​ชาว​กรีก รวม​ถึง​ชาย​ชาว​กรีก​ก็​จำนวน​ไม่​น้อย​ด้วย เมื่อ​ชาว​ยิว​ที่​อยู่​ใน​เมือง​เธสะโลนิกา​ทราบ​ว่า เปาโล​กำลัง​ประกาศ​คำกล่าว​ของ​พระ​เจ้า​ที่​เมือง​เบโรอา ก็​ตาม​ไป​ที่​นั่น​เพื่อ​ก่อ​ความ​วุ่นวาย​และ​ปลุก​ระดม​ฝูงชน พวก​พี่​น้อง​จึง​ส่ง​เปาโล​ให้​เดิน​ทาง​ไป​ยัง​แถบ​ชาย​ฝั่ง​ทะเล​ทันที แต่​สิลาส​และ​ทิโมธี​พัก​อยู่​ต่อ​ที่​เมือง​เบโรอา พวก​คน​ที่​พา​เปาโล​ไป​ได้​นำ​ท่าน​ไป​ถึง​เมือง​เอเธนส์ หลัง​จาก​ที่​พวก​เขา​ได้​รับ​คำ​สั่ง​ให้​ไป​บอก​สิลาส​และ​ทิโมธี​มา​ร่วม​งาน​กับ​ท่าน​โดย​เร็ว แล้ว​ก็​จาก​ไป ขณะ​ที่​เปาโล​กำลัง​รอ​สิลาส​และ​ทิโมธี​อยู่​ที่​เมือง​เอเธนส์ ท่าน​ก็​เกิด​ความ​วิตก​กังวล​มาก​เมื่อ​พบ​ว่า เมือง​นั้น​เต็ม​ไป​ด้วย​รูป​เคารพ ดังนั้น​ท่าน​จึง​อภิปราย​ใน​ศาลา​ที่​ประชุม​กับ​ชาว​ยิว​และ​ชาว​กรีก​ที่​เกรง​กลัว​พระ​เจ้า และ​ใน​ย่าน​ตลาด​ทุก​วัน​กับ​คน​ที่​บังเอิญ​อยู่​ที่​นั่น มี​นัก​ปรัชญา​บาง​คน​ใน​พวก​เอปิคูเรียน และ​นัก​ปรัชญา​บาง​คน​ใน​พวก​สโตอิก​ที่​เริ่ม​โต้​แย้ง​กับ​ท่าน บาง​คน​ก็​ถาม​ว่า “คน​ที่​เก็บ​ความ​รู้​ของ​คน​อื่น​ใคร่​จะ​พูด​อะไร​ให้​พวก​เรา​ฟัง” บาง​คน​ก็​พูด​เสียดสี​ว่า “ดู​เหมือน​ว่า​เขา​จะ​เป็น​ผู้​ประกาศ​ของ​บรรดา​เทพเจ้า​ต่าง​ชาติ” เขา​ทั้ง​หลาย​พูด​เช่น​นี้ เป็น​เพราะ​ว่า​เปาโล​ประกาศ​ข่าว​ประเสริฐ​เกี่ยว​กับ​พระ​เยซู​และ​การ​ฟื้น​คืน​ชีวิต แล้ว​พวก​เขา​จึง​พา​ท่าน​ไป​ยัง​ที่​ประชุม​ของ​อาเรโอปากัส แล้ว​ถาม​ว่า “พวก​เรา​ขอ​ทราบ​ได้​ไหม​ว่า การ​สอน​แบบ​ใหม่​ที่​ท่าน​เสนอ​นี้​เป็น​อย่างไร เรา​ได้ยิน​ความ​คิด​เห็น​แปลก​ประหลาด​จาก​สิ่ง​ที่​ท่าน​พูด​มา และ​เรา​อยาก​ทราบ​ว่า​สิ่ง​เหล่า​นี้​มี​ความหมาย​ว่า​อย่างไร” ชาว​เอเธนส์​และ​ชน​ต่างชาติ​ทุก​คน​ที่​อาศัย​อยู่​ที่​นั่น​ต่าง​ไม่​ทำ​สิ่ง​อื่น​ใด​เลย นอก​จาก​จะ​พูด​หรือ​ฟัง​เรื่อง​ใหม่​ล่า​สุด เปาโล​จึง​ยืน​ขึ้น​ใน​ที่​ประชุม​ของ​อาเรโอปากัส​และ​พูด​ว่า “ท่าน​ชาว​เมือง​เอเธนส์ ข้าพเจ้า​เห็น​ว่า​ท่าน​เคร่งครัด​ใน​กรอบ​ของ​ศาสนา​มาก ข้าพเจ้า​ได้​เดิน​ดู​รอบๆ และ​เห็น​สิ่ง​ที่​ท่าน​นมัสการ ข้าพเจ้า​ยัง​พบ​แท่น​นมัสการ​แห่ง​หนึ่ง​ซึ่ง​มี​คำ​จารึก​ไว้​ว่า ‘แด่​พระ​เจ้า​ที่​ไม่​รู้จัก’ ฉะนั้น​ข้าพเจ้า​จะ​ประกาศ​ให้​ท่าน​ทราบ​ถึง​ผู้​ที่​ท่าน​ไม่​รู้จัก แต่​ยัง​นมัสการ​อยู่ พระ​เจ้า​ผู้​สร้าง​โลก​และ​ทุก​สิ่ง​ที่​มี​อยู่​ใน​นั้น คือ​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ของ​สวรรค์​และ​โลก พระ​องค์​ไม่​สถิต​ใน​วิหาร​ต่างๆ ที่​มนุษย์​สร้าง และ​ไม่​จำเป็น​ต้อง​ให้​มือ​มนุษย์​มา​ปรนนิบัติ​ราว​กับ​ว่า​พระ​องค์​ต้อง​อาศัย​สิ่ง​หนึ่ง​สิ่ง​ใด เพราะ​พระ​องค์​เป็น​ผู้​มอบ​ชีวิต​กับ​ลม​หาย​ใจ​แก่​มนุษย์​ทั้ง​หลาย​และ​สิ่ง​ทั้ง​ปวง พระ​องค์​สร้าง​มนุษย์​ทุก​ชาติ​ขึ้น​มา​จาก​ชาย​คน​เดียว เพื่อ​ให้​มี​ชีวิต​ครอง​โลก พระ​องค์​เจาะจง​กาล​เวลา​และ​เขต​แดน​ว่า มนุษย์​คน​ใด​ควร​จะ​อยู่​แห่ง​ใด เพื่อ​ว่า​มนุษย์​จะ​ได้​แสวง​หา​พระ​องค์ และ​อาจ​จะ​ไขว่คว้า​หา​พระ​องค์​จน​พบ ทั้งๆ ที่​พระ​องค์​ไม่​ได้​อยู่​ห่าง​ไกล​จาก​เรา​แต่​ละ​คน​เลย ด้วย​ว่า ‘เรา​มี​ชีวิต เคลื่อน​ไหว และ​เป็น​อยู่​ได้​ก็​เพราะ​พระ​องค์’ ตาม​ที่​กวี​บาง​คน​ใน​พวก​ท่าน​ได้​กล่าว​ไว้​ว่า ‘พวก​เรา​เป็น​เชื้อสาย​ของ​พระ​องค์’ ใน​เมื่อ​พวก​เรา​เป็น​เชื้อสาย​ของ​พระ​เจ้า ก็​ไม่​ควร​คิด​ว่า​พระ​เจ้า​เป็น​เหมือน​ทอง เงิน หรือ​หิน​ที่​เป็น​รูป​เคารพ ซึ่ง​สร้าง​ขึ้น​ด้วย​การ​ออก​แบบ​และ​ความ​ชำนาญ​ของ​มนุษย์ ใน​สมัย​ก่อน พระ​เจ้า​มอง​ข้าม​ความ​ไร้​เดียงสา​เช่น​นั้น​ของ​มนุษย์ แต่​มา​บัดนี้​พระ​องค์​ออก​คำ​สั่ง​ให้​คน​ทั่ว​ทุก​แห่งหน​กลับ​ใจ เพราะ​ว่า​พระ​องค์​ได้​กำหนด​วัน ซึ่ง​พระ​องค์​จะ​พิพากษา​โลก​อย่าง​ยุติธรรม โดย​ผ่าน​มนุษย์​ผู้​หนึ่ง ซึ่ง​พระ​องค์​ได้​เลือก​ไว้ พระ​เจ้า​ได้​พิสูจน์​แก่​คน​ทั้ง​ปวง ด้วย​การ​ให้​มนุษย์​ผู้​นั้น​ฟื้น​คืน​ชีวิต​จาก​ความ​ตาย” เมื่อ​เขา​เหล่า​นั้น​ได้ยิน​เกี่ยว​กับ​การ​ฟื้น​คืน​ชีวิต​จาก​ความ​ตาย บ้าง​ก็​พูด​เยาะเย้ย แต่​บาง​คน​กล่าว​ว่า “พวก​เรา​อยาก​จะ​ได้ยิน​ท่าน​พูด​เรื่อง​นี้​อีก” เปาโล​ก็​เดิน​ออก​ไป​จาก​ที่​นั่น แต่​บาง​คน​เชื่อ​และ​ได้​ติดตาม​เปาโล​ไป รวม​ทั้ง​ดิโอนิสิอัส​ซึ่ง​เป็น​สมาชิก​ผู้​หนึ่ง​ของ​สภา​อาเรโอปากัส กับ​หญิง​คน​หนึ่ง​ชื่อ​ดามาริส และ​คน​อื่นๆ อีก

แบ่งปัน
กิจการ 17 NTV

กิจการ 17:10-34 KJV (พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV)

พอค่ำลงพวกพี่น้องจึงส่งเปาโลกับสิลาสไปยังเมืองเบโรอา ครั้นถึงแล้​วท​่านจึงเข้าไปในธรรมศาลาของพวกยิว ชาวเมืองนั้นสุภาพกว่าชาวเมืองเธสะโลนิ​กา ด้วยเขาได้รับพระวจนะด้วยความเต็มใจ และค้นดูพระคัมภีร์​ทุกวัน หวังจะรู้​ว่า ข้อความเหล่านั้นจะจริ​งด​ังกล่าวหรือไม่ เหตุ​ฉะนั้น มี​หลายคนในพวกเขาได้​เชื่อถือ กับสตรี​ผู้​มี​ศักดิ์​ชาติ​กรีก ทั้งผู้ชายไม่​น้อย แต่​เมื่อพวกยิ​วท​ี่​อยู่​ในเมืองเธสะโลนิกาทราบว่า เปาโลได้​กล​่าวสั่งสอนพระวจนะของพระเจ้าในเมืองเบโรอาเหมือนกัน เขาก็​มาย​ุยงประชาชนที่นั่นด้วย ขณะนั้นพวกพี่น้องจึงส่งเปาโลออกไปตามทางที่จะไปทะเล แต่​สิ​ลาสกั​บท​ิโมธียังอยู่​ที่นั่น คนที​่ไปส่งเปาโลนั้นได้ไปส่งท่านถึงกรุงเอเธนส์ และเมื่อได้รับคำสั่งของท่านให้บอกสิลาสกั​บท​ิโมธี​ให้​รี​บไปหาท่านแล้วเขาก็​จากไป เมื่อเปาโลกำลังคอยสิลาสกั​บท​ิโมธี​อยู่​ในกรุงเอเธนส์​นั้น ท่านมีความเดือดร้อนวุ่นวายใจเพราะได้​เห​็​นร​ูปเคารพเต็มไปทั้งเมือง เหตุ​ฉะนั้น ท่านจึงโต้ตอบในธรรมศาลากับพวกยิว และกับคนที่เกรงกลัวพระเจ้า และกับคนทั้งหลายซึ่งมาพบท่านที่ตลาดทุกวัน นักปรัชญาบางคนในพวกเอปี​กู​เรียวและในพวกสโตอิกได้มาพบท่าน บางคนกล่าวว่า “คนพูดเพ้อเจ้ออย่างนี้​ใคร่​จะมาพูดอะไรให้เราฟั​งอ​ีกเล่า” คนอื่นกล่าวว่า “​ดู​เหมือนเขาเป็นคนนำพระต่างประเทศเข้ามาเผยแพร่” เพราะเปาโลได้ประกาศเรื่องพระเยซูและเรื่องการเป็นขึ้นมาจากความตาย เขาจึงจับเปาโลพาไปยังสภาอาเรโอปากัสแล้วถามว่า “เราขอรู้​ได้​หรือไม่​ว่าคำสอนอย่างใหม่​ที่​ท่านกล่าวนั้นเป็นอย่างไร เพราะว่าท่านนำเรื่องแปลกประหลาดมาถึงหูของเรา เหตุ​ฉะนั้นเราอยากทราบว่าเรื่องเหล่านี้​มี​ความหมายว่าอย่างไร” (เพราะชาวเอเธนส์กับชาวต่างประเทศซึ่งอาศัยอยู่​ที่นั่น ไม่ได้​ใช้​เวลาว่างในการอื่นนอกจากจะกล่าวหรือฟังสิ่งใหม่​ๆ​) ฝ่ายเปาโลจึงยืนขึ้นกลางเนินเขาอาเรโอแล้วกล่าวว่า “ท่านชาวกรุงเอเธนส์ ข้าพเจ้าเห็​นว​่าท่านทั้งหลายเชื่อถือโชคลางเกินไปในทุกเรื่อง เพราะว่าเมื่อข้าพเจ้าเดินทางมาสังเกตดู​สิ​่งที่ท่านนมัสการนั้น ข้าพเจ้าได้พบแท่นแท่นหนึ่​งม​ีคำจารึกไว้​ว่า ‘​แด่​พระเจ้าที่​ไม่รู้​จัก​’ เหตุ​ฉะนั้นข้าพเจ้าจึงมาประกาศ และแสดงให้ท่านทั้งหลายทราบถึงพระเจ้าที่ท่านไม่​รู้​จักแต่ยังนมัสการอยู่ พระเจ้าผู้ทรงสร้างโลกกับสิ่งทั้งปวงที่​มี​อยู่​ในนั้น พระองค์​ทรงเป็นเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก มิได้​ทรงสถิตในปู​ชน​ียสถานซึ่​งม​ื​อมนุษย์​ได้​กระทำไว้ การที่มื​อมนุษย์​ปฏิบัติ​นม​ัสการพระองค์นั้นจะหมายว่า พระเจ้าต้องประสงค์​สิ​่งหนึ่งสิ่งใดจากเขาก็​หามิได้ เพราะพระองค์ทรงเป็นผู้ประทานชีวิตและลมหายใจและสิ่งสารพัดแก่คนทั้งปวงต่างหาก พระองค์​ได้​ทรงสร้างมนุษย์​ทุ​กชาติสืบสายโลหิ​ตอ​ันเดียวกันให้​อยู่​ทั่วพื้นพิภพโลก และได้ทรงกำหนดเวลาและเขตแดนให้เขาอยู่ เพื่อเขาจะได้แสวงหาองค์​พระผู้เป็นเจ้า และหากเขาจะคลำหาก็จะได้พบพระองค์ ด้วยพระองค์​มิ​ทรงอยู่ห่างไกลจากเราทุกคนเลย ด้วยว่า ‘เรามี​ชี​วิตและไหวตัวและเป็นอยู่ในพระองค์’ ตามที่​กวี​บางคนในพวกท่านได้​กล่าวว่า ‘เราทั้งหลายเป็นเชื้อสายของพระองค์’ เหตุ​ฉะนั้นเมื่อเราเป็นเชื้อสายของพระเจ้าแล้ว เราก็​ไม่​ควรถือว่าพระเจ้าทรงเป็นเหมือนทอง เงิน หรือหิน ซึ่งได้แกะสลั​กด​้วยศิลปะและความคิดของมนุษย์ ในเวลาเมื่​อมนุษย์​ยังโฉดเขลาอยู่พระเจ้าทรงมองข้ามไปเสีย แต่​เดี๋ยวนี้​พระองค์​ได้​ตรั​สส​ั่งแก่​มนุษย์​ทั้งปวงทั่​วท​ุกแห่งให้​กล​ับใจใหม่ เพราะพระองค์​ได้​ทรงกำหนดวันหนึ่งไว้ ในวันนั้นพระองค์จะทรงพิพากษาโลกตามความชอบธรรม โดยให้ท่านองค์นั้นซึ่งพระองค์​ได้​ทรงเลือกไว้เป็นผู้​พิพากษา และพระองค์​ได้​ให้​พยานหลักฐานแก่คนทั้งปวงแล้​วว​่า ได้​ทรงโปรดให้ท่านองค์นั้นคืนพระชนม์” ครั้นคนทั้งหลายได้ยินถึงเรื่องการซึ่งเป็นขึ้นมาจากความตายแล้ว บางคนก็​เยาะเย้ย แต่​คนอื่นๆว่า “เราจะฟังท่านกล่าวเรื่องนี้​อีกต่อไป​” แล​้วเปาโลจึงออกไปจากเขา แต่​มี​ชายบางคนติดตามเปาโลไปและได้​เชื่อถือ ในคนเหล่านั้​นม​ี​ดิ​โอน​ิ​สิ​อั​สผ​ู้เป็นสมาชิกสภาอาเรโอปากัส กับหญิงคนหนึ่งชื่อดามาริส และคนอื่นๆด้วย

แบ่งปัน
กิจการ 17 KJV