อิสยาห์ 49:8-13 - เปรียบเทียบทุกเวอร์ชัน
อิสยาห์ 49:8-13 THSV11 (ฉบับมาตรฐาน)
พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ว่า “ในเวลาโปรดปราน เราได้ตอบเจ้าแล้ว ในวันแห่งความรอดเราได้ช่วยเจ้า เราได้ดูแลเจ้า และมอบเจ้าไว้ ให้เป็นพันธสัญญาของชนชาติ เพื่อฟื้นฟูแผ่นดิน เพื่อแบ่งที่ร้างเปล่าให้เป็นมรดก และเพื่อกล่าวกับพวกถูกจำจองว่า ‘จงออกมา’ กล่าวกับพวกที่อยู่ในความมืดว่า ‘จงเผยตัว’ พวกเขาจะเลี้ยงชีพตามทาง และที่เลี้ยงดูของพวกเขาจะอยู่ตามที่สูงโล้นทุกแห่ง เขาทั้งหลายจะไม่หิวหรือกระหาย ความร้อนแผดเผาหรือดวงอาทิตย์จะไม่ทำลายเขา เพราะพระองค์ผู้ทรงสงสารพวกเขาจะทรงนำพวกเขา และจะนำพาเขาไปยังน้ำพุ เราจะปรับภูเขาทุกแห่งของเราให้เป็นทางเดิน และทางหลวงทั้งหลายของเราจะถูกยกให้สูง นี่แน่ะ พวกเหล่านี้จะมาจากเมืองไกล และดูสิ เหล่านี้มาจากเหนือและจากตะวันตก และเหล่านี้มาจากแผ่นดินซีนิม” โอ ฟ้าสวรรค์ จงเปล่งเสียงชื่นบาน และแผ่นดินโลกจงชื่นชมยินดีเถิด โอ ภูเขาเอ๋ย จงร้องด้วยความเปรมปรีดิ์ เพราะพระยาห์เวห์ได้ทรงปลอบโยนชนชาติของพระองค์แล้ว และทรงสงสารคนของพระองค์ที่ถูกข่มใจ
อิสยาห์ 49:8-13 TH1971 (พระคัมภีร์ไทย ฉบับ 1971)
พระเจ้าตรัสดังนี้ว่า <<ในเวลาโปรดปราน เราตอบเจ้าแล้ว ในวันแห่งความรอดเราได้ช่วยเจ้า เราได้ดูแลเจ้า และมอบให้เจ้า เป็นตัวพันธสัญญาของมนุษยชาติ เพื่อสถาปนาแผ่นดิน เพื่อจะให้รับที่ร้างเปล่าเป็นมรดก พลางกล่าวแก่ผู้ถูกจำจองว่า <ออกมาเถิด> ต่อบรรดาผู้ที่อยู่ในความมืดว่า<จงปรากฏตัว> เขาทั้งหลายจะเลี้ยงชีวิตตามทาง และตามที่สูงโล้นทั้งหลายจะเป็นที่หากินของเขา เขาทั้งหลายจะไม่หิวหรือกระหาย ลมที่แผดเผาหรือดวงอาทิตย์จะไม่ทำลายเขา เพราะพระองค์ซึ่งสงสารเขาจะทรงนำเขาไป และจะนำเขาไปตามน้ำพุ เราจะทำภูเขาของเราทั้งหมดเป็นทางเดิน และทางหลวงของเราจะสูง นี่แน่ะ พวกเหล่านี้จะมาจากเมืองไกล และนี่แน่ะ บ้างมาจากเหนือและจากตะวันตก และบ้างมาจากแผ่นดินสเวเน โอ ฟ้าสวรรค์เอ๋ย จงร้องเพลงเพราะความชื่นบาน โอ แผ่นดินโลกเอ๋ย จงลิงโลดเถิด โอ ภูเขาเอ๋ย จงเปรมปรีดิ์ร้องเพลง เพราะพระเจ้าได้ทรงเล้าโลมชนชาติของพระองค์แล้ว และจะทรงเมตตาแก่คนของพระองค์ ผู้ที่ถูกข่มใจ
อิสยาห์ 49:8-13 TNCV (พระคริสตธรรมคัมภีร์ไทย ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย)
องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า “ในเวลาแห่งความโปรดปราน เราจะตอบเจ้า และในวันแห่งความรอด เราจะช่วยเจ้า เราจะปกป้องเจ้า และทำให้เจ้าเป็นพันธสัญญาแก่เหล่าประชากร เพื่อให้ดินแดนนั้นกลับคืนสู่ปกติสุข และรื้อฟื้นกรรมสิทธิ์ซึ่งถูกทิ้งร้างขึ้นมาใหม่ เพื่อกล่าวแก่เชลยว่า ‘ออกมาเถิด’ และกล่าวแก่ผู้อยู่ในความมืดมนว่า ‘จงเป็นอิสระ!’ “พวกเขาจะเลี้ยงชีพอยู่ริมทาง และพบทุ่งหญ้าบนเนินเขาแห้งแล้งทุกแห่ง เขาจะไม่หิวหรือกระหาย แสงอาทิตย์แรงกล้าและลมทะเลทรายอันร้อนระอุจะไม่แผดเผาเขาอีกต่อไป พระองค์ผู้ทรงเอ็นดูสงสารเขาจะนำเขา และพาเขามายังริมธารน้ำพุ เราจะเปลี่ยนภูเขาทุกลูกของเราให้เป็นทางเรียบ และทางหลวงของเราจะถูกยกขึ้น ดูเถิด พวกเขาจะมาจากแดนไกล บางคนมาจากทางเหนือ บางคนมาจากทางตะวันตก บางคนก็มาจากอัสวาน” ฟ้าสวรรค์เอ๋ย จงโห่ร้องยินดี โลกเอ๋ย จงเปรมปรีดิ์ ภูเขาทั้งหลายเอ๋ย จงเปล่งเสียงร้องเพลง! เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงปลอบโยนประชากรของพระองค์ และจะทรงเอ็นดูสงสารผู้ที่ทุกข์ทรมานของพระองค์
อิสยาห์ 49:8-13 THA-ERV (พระคริสตธรรมคัมภีร์: ฉบับอ่านเข้าใจง่าย)
พระยาห์เวห์พูดว่าอย่างนี้ “ในเวลาที่เราแสดงความเมตตา เราจะตอบคำอธิษฐานของเจ้า ในวันแห่งความรอด เราจะช่วยเจ้าและปกป้องเจ้า เราจะแต่งตั้งเจ้าให้เป็นตัวกลางแห่งคำสัญญาที่เรามีกับมนุษย์ เพื่อว่าเราจะได้ฟื้นฟูแผ่นดินขึ้นมาใหม่ และคืนแผ่นดินที่ถูกทำลายกลับไปให้เจ้าของเดิม เราจะบอกกับพวกนักโทษว่า ‘ออกมาได้แล้ว’ เราจะบอกกับคนเหล่านั้นที่อยู่ในความมืดว่า ‘โผล่ออกมาได้แล้ว’ พวกเขาจะเป็นเหมือนแกะที่กินไปตามทางเดิน และพวกเขาจะมีทุ่งหญ้าบนเนินเขาโล้นทั้งหลาย พวกเขาจะไม่ขาดอาหารหรือน้ำ แสงแดดและลมร้อนของทะเลทรายจะไม่โจมตีพวกเขา เพราะพระองค์ผู้ปลอบโยนพวกเขาจะนำหน้าพวกเขา และพระองค์จะนำทางพวกเขาไปถึงตาน้ำทั้งหลาย เราจะทำให้ภูเขาทั้งหลายของเราแบนเป็นถนน และถมที่ต่ำขึ้นมาเป็นทางหลวงของเรา ดูสิ จะมีบางคนมาจากแดนไกล จะมีบางคนมาจากทิศเหนือและทิศตะวันตก และจะมีบางคนมาจากทางภาคใต้ของอียิปต์” ฟ้าสวรรค์เอ๋ย ร้องเพลงเถิด แผ่นดินโลกเอ๋ย ชื่นชมยินดีเถิด ภูเขาทั้งหลายเอ๋ย ระเบิดเป็นเสียงเพลงแห่งความชื่นชมยินดีเถิด เพราะพระยาห์เวห์ได้ปลอบโยนคนของพระองค์ และพระองค์จะให้ความรักกับคนของพระองค์ที่ทุกข์ยากลำบาก
อิสยาห์ 49:8-13 NTV (พระคัมภีร์ ฉบับแปลใหม่ (NTV))
พระผู้เป็นเจ้ากล่าวดังนี้ว่า “เมื่อถึงเวลาที่เราจะโปรดปราน เราก็ตอบเจ้า และเมื่อถึงวันช่วยให้รอดพ้น เราก็ช่วยเจ้า เราจะรับเจ้าไว้ เพื่อเป็นพันธสัญญาแก่ชนชาติ เพื่อฟื้นฟูแผ่นดิน เพื่อมอบสิทธิที่ดินที่ถูกทิ้งร้างไว้ เพื่อบอกเหล่านักโทษว่า ‘ออกไปเถิด’ และพูดกับบรรดาผู้ที่อยู่ในความมืดว่า ‘ออกมาจากความมืดเถิด’ พวกเขาจะพบทุ่งหญ้าตามทาง และเนินเขาโล้นทุกแห่งจะเป็นทุ่งหญ้าของพวกเขา พวกเขาจะไม่หิวหรือกระหาย ลมและดวงอาทิตย์อันร้อนแรงจะไม่กระทบพวกเขา เพราะองค์ผู้มีเมตตาต่อพวกเขาจะนำพวกเขาไป และจะนำพวกเขาไปยังแหล่งน้ำ และเราจะทำให้เทือกเขากลายเป็นทางราบ และถนนจะถูกยกสูงขึ้น ดูเถิด เขาเหล่านี้จะมาจากแดนไกล และดูเถิด คนเหล่านี้มาจากทิศเหนือและจากทิศตะวันตก และมาจากดินแดนสินิม” ฟ้าสวรรค์เอ๋ย จงชื่นชมยินดี แผ่นดินโลกเอ๋ย จงดีใจ เทือกเขาเอ๋ย จงส่งเสียงร้องเพลง โอ เพราะพระผู้เป็นเจ้าปลอบประโลมชนชาติของพระองค์ และมีความสงสารต่อคนของพระองค์ที่มีความทุกข์ใจ
อิสยาห์ 49:8-13 KJV (พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV)
พระเยโฮวาห์ตรัสดังนี้ว่า “ในเวลาอันชอบ เราได้ฟังเจ้า ในวันแห่งความรอด เราได้ช่วยเจ้า เราจะรักษาเจ้าไว้ และมอบให้เจ้าเป็นพันธสัญญาของมนุษยชาติ เพื่อสถาปนาแผ่นดิน เพื่อเป็นเหตุให้ได้รับมรดกที่ร้างเปล่านั้น เพื่อเจ้าจะกล่าวแก่ผู้ถูกจองจำว่า ‘ออกไปเถิด’ ต่อบรรดาผู้ที่อยู่ในความมืดว่า ‘จงปรากฏตัว’ เขาทั้งหลายจะเลี้ยงชีวิตตามทาง และตามที่สูงทั้งหลายจะเป็นที่หากินของเขา เขาทั้งหลายจะไม่หิวหรือกระหาย ความร้อนหรือดวงอาทิตย์จะไม่ทำลายเขา เพราะพระองค์ซึ่งเมตตาเขาจะทรงนำเขาไป และจะนำเขาไปตามน้ำพุ เราจะทำภูเขาของเราทั้งหมดเป็นทางเดิน และทางหลวงของเราจะสูง ดูเถิด พวกเหล่านี้จะมาจากเมืองไกล และดูเถิด บ้างมาจากเหนือและจากตะวันตก และบ้างมาจากแผ่นดินสเวเน” โอ ฟ้าสวรรค์เอ๋ย จงร้องเพลง โอ แผ่นดินโลกเอ๋ย จงลิงโลดเถิด โอ ภูเขาเอ๋ย จงเปรมปรีดิ์ร้องเพลง เพราะพระเยโฮวาห์ได้ทรงเล้าโลมชนชาติของพระองค์แล้ว และจะทรงเมตตาแก่คนของพระองค์ ผู้ที่ถูกข่มใจ