โลโก้แอพพระคัมภีร์
ไอคอนค้นหา

ปัญญาจารย์ 4:1-4 - เปรียบเทียบทุกเวอร์ชัน

ปัญญาจารย์ 4:1-4 THSV11 (ฉบับมาตรฐาน)

ข้าพเจ้าหันมาพิจารณาการข่มเหงทุกรูปแบบที่เกิดขึ้นภายใต้ดวงอาทิตย์ และดูเถิด น้ำตาของผู้ถูกข่มเหงไม่มีคนปลอบใจเขา ผู้ข่มเหงเขานั้นมีอำนาจอยู่ในมือ จึงไม่มีใครปลอบใจเขาได้ เพราะฉะนั้นข้าพเจ้ายกย่องคนตายที่ตายไปแล้วว่ามีโชคดีกว่าคนที่ยังมีชีวิตอยู่ ที่ดียิ่งกว่าคนทั้งสองจำพวกนั้นคือ คนที่ยังไม่เป็นมาและไม่เห็นการชั่วที่อุบัติขึ้นภายใต้ดวงอาทิตย์ และข้าพเจ้าเห็นว่าการตรากตรำทุกอย่าง และความชำนาญในการงานทุกอย่างมาจากความริษยาของคนที่มีต่อเพื่อนบ้านของตน นี่ก็อนิจจังด้วยคือ กินลมกินแล้ง

ปัญญาจารย์ 4:1-4 TH1971 (พระคัมภีร์ไทย ฉบับ 1971)

ข้าพเจ้าเห็นบรรดาการข่มเหงที่เกิดขึ้นภายใต้ ดวงอาทิตย์อีก และดูเถิด น้ำตาของผู้ที่ถูกข่มเหงไม่มีคนเล้าโลมเขา ฝ่ายผู้ข่มเหงเขานั้นกุมอำนาจ แต่หามีผู้ใดเล้าโลมเขาไม่ เพราะฉะนั้นข้าพเจ้าแสดงความยินดีว่า คนตายที่ตายไปแล้วมีโชคดีกว่าคนเป็นที่ยังเป็นอยู่ เออ คนที่ยังไม่เป็นมา ที่ไม่เห็นการชั่วที่อุบัติขึ้นภายใต้ดวงอาทิตย์ ก็ยิ่งดีกว่าคนทั้งสองจำพวกนั้น แล้วข้าพเจ้าเห็นว่าบรรดาการงานตรากตรำ และบรรดาฝีมือในการงานมาจากความริษยา ของคนที่มีต่อเพื่อนบ้านของตน นี่ก็อนิจจังด้วย คือกินลมกินแล้ง

ปัญญาจารย์ 4:1-4 TNCV (พระคริสตธรรมคัมภีร์ไทย ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย)

แล้วข้าพเจ้าได้มองดูและได้เห็นการกดขี่ข่มเหงทั้งปวงซึ่งเกิดขึ้นภายใต้ดวงอาทิตย์ ข้าพเจ้าเห็นน้ำตาของคนที่ถูกกดขี่ข่มเหง และไม่มีใครปลอบโยนเขา อำนาจทั้งหลายก็อยู่ในมือของคนที่กดขี่ และไม่มีใครปลอบโยนเขา ข้าพเจ้าจึงประกาศว่าคนที่ตายไปแล้ว มีความสุขมากกว่าคนเป็นซึ่งยังต้องมีชีวิตอยู่ แต่คนที่ยังไม่เกิดมา ที่ยังไม่เคยเห็นความชั่วร้าย ที่เขาเคยทำกันมาภายใต้ดวงอาทิตย์ ก็ยังดีกว่าคนทั้งสองจำพวกนั้น และข้าพเจ้าได้เห็นว่าการงานทั้งหลายและความสำเร็จทั้งปวงเกิดขึ้นจากการอิจฉาเพื่อนบ้านด้วยกัน นี่ก็อนิจจัง เหมือนวิ่งไล่ตามลม

ปัญญาจารย์ 4:1-4 THA-ERV (พระคริสตธรรมคัมภีร์: ฉบับอ่านเข้าใจง่าย)

แล้ว​เรา​ก็​ได้​หัน​ไป​ดู​การ​กดขี่​ข่มเหง​ทั้งหลาย​ที่​เกิดขึ้น​ภายใต้​ดวง​อาทิตย์​อีกครั้ง ดูสิ น้ำตา​ของ​คน​ที่​ถูก​กดขี่​ข่มเหง แต่​ไม่มี​ใคร​ปลอบโยน อำนาจ​อยู่​ใน​เงื้อมมือ​ของ​ผู้กดขี่ ไม่มี​ใคร​ปลอบโยน​พวกเขา​เลย ดังนั้น​เรา​จึง​ถือว่า​คนตาย​ไปแล้ว​ก็​โชคดี​กว่า​คน​ที่​ยัง​เป็นอยู่ แต่​ที่​โชคดี​กว่า​คนตาย​และ​คนเป็น คือ​คน​ที่​ไม่เคย​มีชีวิต​มาก่อน​เพราะ​เขา​จะ​ไม่ได้​เห็น​สิ่ง​ชั่วร้าย​ที่​มนุษย์​ทำกัน​ภายใต้​ดวง​อาทิตย์​นี้ เรา​เห็น​ว่า งานหนัก​และ​ความ​สำเร็จ​ทุกอย่าง เกิด​มา​จาก​การที่​คน​แข่งขัน​ชิงดี​ชิงเด่น​กัน นี่​ก็​ไม่เที่ยง​เหมือนกัน เหมือน​วิ่ง​ไล่​ตาม​ลม

ปัญญาจารย์ 4:1-4 NTV (พระคัมภีร์ ฉบับแปลใหม่ (NTV))

ข้าพเจ้า​เห็น​การ​บีบบังคับ​ทุก​ประการ​ที่​กระทำ​กัน​ใน​โลก​นี้ ดู​เถิด น้ำตา​ของ​ผู้​ถูก​บีบบังคับ และ​ไม่​มี​ใคร​ปลอบ​ใจ​พวก​เขา ฝ่าย​ผู้​บีบบังคับ​ก็​มี​อำนาจ จึง​ไม่​มี​ใคร​ปลอบใจ​พวก​เขา​ได้ และ​ข้าพเจ้า​ยินดี​กับ​คน​ตาย​ที่​ล่วง​ลับ​ไป​แล้ว มาก​กว่า​คน​ที่​ยัง​มี​ชีวิต​อยู่ แต่​ที่​ดี​กว่า​ทั้ง​สอง​คือ คน​ที่​ยัง​ไม่​ได้​เกิด​มา และ​ยัง​ไม่​เคย​เห็น​ความ​ชั่ว​ที่​กระทำ​กัน​ใน​โลก​นี้ และ​ข้าพเจ้า​ก็​เห็น​แล้ว​ว่า การ​ลง​แรง​ตรากตรำ​และ​ความ​ชำนาญ​งาน​ทุก​ชนิด​เกิด​ขึ้น​จาก​ที่​มนุษย์​อิจฉา​เพื่อน​บ้าน​ของ​ตน นี่​ก็​เป็น​สิ่ง​ไร้​ค่า และ​เป็น​การ​ไล่​คว้า​ลม

ปัญญาจารย์ 4:1-4 KJV (พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV)

ข้าพเจ้าพิจารณาบรรดาการข่มเหงที่​เก​ิดขึ้นภายใต้​ดวงอาทิตย์​อีก และดู​เถิด น้ำตาของผู้​ที่​ถู​กข่มเหง ไม่มี​คนเล​้าโลมเขา ฝ่ายผู้ข่มเหงเขานั้​นก​ุมอำนาจ แต่​หาม​ี​ผู้​ใดเล้าโลมเขาไม่ เพราะฉะนั้นข้าพเจ้ายกย่องคนตายที่ตายไปแล้วมากกว่าคนเป็​นที​่ยังเป็นอยู่ เออ คนที​่ยังไม่​เป็นมา ที่​ไม่​เห​็นการชั่​วท​ี่​อุบัติ​ขึ้นภายใต้​ดวงอาทิตย์ ก็​ยิ่​งด​ีกว่าคนทั้งสองจำพวกนั้น แล​้วข้าพเจ้าพิจารณาบรรดาการงานตรากตรำและบรรดาฝีมือในการงาน เพราะเหตุนี้​คนก็​ถู​กเพื่อนบ้านของตนริษยา นี่​ก็​เป็นความว่างเปล่าและความวุ่นวายใจด้วย