ข้ามไปยังเนื้อหา

กิจการ 8:4-36 - เปรียบเทียบทุกเวอร์ชัน

กิจการ 8:4-36 THSV11 (ฉบับมาตรฐาน)

พวกที่กระจัดกระจายไปก็เที่ยวประกาศพระวจนะนั้น ส่วนฟีลิปไปยังเมืองหนึ่งในแคว้นสะมาเรีย และประกาศเรื่องพระคริสต์ให้ชาวเมืองนั้นฟัง ฝูงชนต่างสนใจฟังถ้อยคำของฟีลิปขณะฟังท่านประกาศ และเห็นหมายสำคัญต่างๆ ที่ท่านทำ เพราะว่าพวกผีโสโครกที่สิงอยู่ในหลายๆ คนพากันร้องเสียงดังแล้วออกจากคนเหล่านั้น พวกที่เป็นอัมพาตกับเป็นง่อยก็หายเป็นปกติ จึงเกิดความปลื้มปีติอย่างยิ่งในเมืองนั้น และมีคนหนึ่งชื่อซีโมนเคยเล่นคาถาอาคมในเมืองนั้นมาก่อน เขาทำให้ชาวสะมาเรียพิศวงหลงใหล เขายกตัวว่าเป็นผู้วิเศษ คนทั้งหมดตั้งแต่คนเล็กน้อยไปจนถึงคนใหญ่โตต่างสนใจฟังคนนั้น แล้วว่า “คนนี้คือฤทธานุภาพของพระเจ้าที่เรียกว่ามหิทธิฤทธิ์” คนทั้งหลายสนใจฟังเขา เพราะเขาทำวิทยาคมให้ผู้คนพิศวงหลงใหลมานานแล้ว แต่เมื่อฟีลิปประกาศข่าวประเสริฐเกี่ยวกับแผ่นดินของพระเจ้าและพระนามของพระเยซูคริสต์แล้ว คนทั้งหลายก็เชื่อและรับบัพติศมาทั้งชายและหญิง ซีโมนเองก็เชื่อด้วย เมื่อรับบัพติศมาแล้วก็อยู่กับฟีลิปต่อไป และประหลาดใจที่เห็นหมายสำคัญกับการอัศจรรย์ยิ่งใหญ่ที่ฟีลิปทำ เมื่อพวกอัครทูตที่อยู่ในกรุงเยรูซาเล็ม ได้ยินว่าชาวสะมาเรียได้รับพระวจนะของพระเจ้าแล้ว จึงให้เปโตรกับยอห์นไปหาเขาทั้งหลาย เมื่อเปโตรกับยอห์นไปถึงก็อธิษฐานเผื่อพวกเขา เพื่อให้พวกเขาได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์ เพราะว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์ยังไม่ได้เสด็จลงมาสถิตกับใคร พวกเขาเพียงแต่ได้รับบัพติศมาในพระนามของพระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้าเท่านั้น เปโตรกับยอห์นจึงวางมือบนพวกเขา แล้วพวกเขาได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์ เมื่อซีโมนเห็นว่าคนเหล่านั้นได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์โดยการวางมือของอัครทูตทั้งสอง จึงนำเงินมาให้ท่านทั้งสอง กล่าวว่า “ขอช่วยให้ข้าพเจ้ามีอำนาจแบบนี้ด้วย เพื่อว่าเมื่อข้าพเจ้าวางมือให้คนไหน คนนั้นจะได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์” เปโตรจึงกล่าวกับซีโมนว่า “เงินของเจ้าจงพินาศพร้อมกับตัวเจ้า เพราะเจ้าคิดว่าของประทานจากพระเจ้าสามารถซื้อด้วยเงินได้ เจ้าไม่มีหุ้นหรือส่วนใดๆ ในการงานนี้ เพราะใจของเจ้าไม่ซื่อตรงต่อพระเจ้า เพราะฉะนั้นจงกลับใจใหม่จากการชั่วร้ายของเจ้า และอธิษฐานขอต่อพระเจ้า พระองค์อาจจะทรงยกความผิดที่เจ้าคิดอยู่ในใจ เพราะข้าเห็นแล้วว่าเจ้าตกอยู่ในความขมขื่นและการผูกมัดของความอธรรม” ซีโมนจึงตอบว่า “ขอพวกท่านช่วยอ้อนวอนองค์พระผู้เป็นเจ้าเผื่อข้าพเจ้าด้วย เพื่อว่าเหตุการณ์ที่พวกท่านกล่าวนั้นจะไม่เกิดขึ้นกับข้าพเจ้าแม้แต่อย่างเดียว” เมื่ออัครทูตทั้งสองเป็นพยานและประกาศพระวจนะขององค์พระผู้เป็นเจ้าแล้วก็กลับไปยังกรุงเยรูซาเล็ม และประกาศข่าวประเสริฐในหมู่บ้านชาวสะมาเรียหลายแห่ง แต่ทูตองค์หนึ่งขององค์พระผู้เป็นเจ้าสั่งฟีลิปว่า “จงลุกขึ้น ไปยังทิศใต้ตามทางที่ลงไปจากกรุงเยรูซาเล็มถึงกาซา” (ซึ่งเป็นทางเปลี่ยว) ฟีลิปก็ลุกไป และนี่แน่ะ มีขันทีชาวเอธิโอปคนหนึ่ง เป็นข้าราชการของพระนางคานดาสีพระราชินีของชาวเอธิโอป และเป็นนายคลังทรัพย์ทั้งหมดของพระราชินีองค์นั้น ท่านมานมัสการที่กรุงเยรูซาเล็ม ขณะนั่งรถม้ากลับไปนั้น ท่านกำลังอ่านหนังสืออิสยาห์ผู้เผยพระวจนะอยู่ พระวิญญาณตรัสสั่งฟีลิปว่า “จงเข้าไปชิดรถม้าคันนั้นเถิด” ฟีลิปจึงวิ่งเข้าไปใกล้ และได้ยินท่านอ่านหนังสืออิสยาห์ผู้เผยพระวจนะ จึงถามว่า “ท่านเข้าใจสิ่งที่อ่านหรือไม่?” ขันทีจึงตอบว่า “ถ้าไม่มีใครอธิบาย จะเข้าใจได้อย่างไร?” ท่านจึงเชิญฟีลิปขึ้นไปนั่งบนรถม้ากับท่าน พระคัมภีร์ตอนที่ท่านอ่านอยู่นั้นคือข้อเหล่านี้ “ท่านถูกนำไปฆ่าเหมือนอย่างแกะ ลูกแกะนิ่งอยู่ต่อหน้าผู้ตัดขนของมันอย่างไร ท่านก็ไม่ปริปากของท่านอย่างนั้น ในเวลาที่ท่านถูกเหยียดหยาม ท่านไม่ได้รับความยุติธรรม ใครจะเล่าถึงเชื้อสายของท่าน? เพราะชีวิตของท่านถูกตัดขาดจากแผ่นดินโลก” ขันทีจึงถามฟีลิปว่า “สิ่งที่ผู้เผยพระวจนะกล่าวนี้เล็งถึงใคร เล็งถึงตัวท่านเอง หรือเล็งถึงคนอื่น? ขอบอกข้าพเจ้าเถิด” ฟีลิปจึงเริ่มเล่าโดยตั้งต้นจากพระคัมภีร์ตอนนั้น ท่านประกาศข่าวประเสริฐเรื่องพระเยซูกับขันทีผู้นั้น ขณะกำลังเดินทางไปก็มาถึงที่ที่มีน้ำแห่งหนึ่ง ขันทีจึงบอกว่า “นี่แน่ะ ที่นี่มีน้ำ มีอะไรขัดข้องไม่ให้ข้าพเจ้ารับบัพติศมา” [

กิจการ 8 THSV11

กิจการ 8:4-36 TH1971 (พระคัมภีร์ไทย ฉบับ 1971)

ฝ่ายศิษย์ทั้งหลายซึ่งกระจัดกระจายไป ก็เที่ยวประกาศพระวจนะนั้น ส่วนฟีลิปก็ไปยังเมืองหนึ่งในแคว้นสะมาเรีย และประกาศเรื่องพระคริสต์ให้ชาวเมืองนั้นฟัง ประชาชนก็พร้อมใจกันฟังถ้อยคำที่ฟีลิปได้ประกาศ เพราะเขาได้ยินท่านพูด และได้เห็นหมายสำคัญซึ่งท่านได้กระทำนั้น ด้วยว่าผีโสโครกที่สิงอยู่ในคนหลายคนได้พากันร้องด้วยเสียงดัง แล้วออกมาจากคนเหล่านั้น และคนที่เป็นโรคอัมพาตกับคนง่อยก็หายเป็นปกติ จึงเกิดความปลื้มปีติอย่างยิ่งในเมืองนั้น ยังมีคนหนึ่งชื่อซีโมนเคยทำวิทยาคมในเมืองนั้นมาก่อน และได้ทำให้ชาวสะมาเรียพิศวงหลงใหล เขายกตัวว่าเป็นผู้วิเศษ ฝ่ายคนทั้งปวงทั้งผู้ใหญ่ผู้น้อยก็สนใจฟังคนนั้น แล้วว่า <<คนนี้คงเป็นอานุภาพของพระเจ้า ซึ่งเรียกว่ามหิทธิฤทธิ์>> คนทั้งหลายสนใจฟังเขา เพราะเขาได้ทำวิทยาคมให้คนทั้งหลายพิศวงหลงใหลมานานแล้ว แต่เมื่อฟีลิปได้ประกาศข่าวประเสริฐ ว่าด้วยแผ่นดินของพระเจ้า และพระนามแห่งพระเยซูคริสต์แล้ว คนทั้งหลายก็เชื่อ และรับบัพติศมาทั้งชายและหญิง ฝ่ายซีโมนเองก็เชื่อด้วย เมื่อรับบัพติศมาแล้วก็อยู่กับฟีลิปต่อไป และประหลาดใจที่เห็นนิมิตกับการอัศจรรย์ซึ่งฟีลิปได้กระทำ เมื่อพวกอัครทูตซึ่งอยู่ในกรุงเยรูซาเล็ม ได้ยินว่าชาวสะมาเรียได้รับพระวจนะของพระเจ้าแล้ว จึงให้เปโตรกับยอห์นไปหาเขา ครั้นเปโตรกับยอห์นไปถึงก็อธิษฐานเผื่อเขา เพื่อให้เขาได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์ ด้วยว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์ยังไม่ได้เสด็จลงมาสถิตกับผู้ใด เป็นแต่ได้รับบัพติศมาในพระนามแห่งพระเยซูเจ้าเท่านั้น เปโตรกับยอห์นจึงวางมือบนเขา แล้วเขาทั้งหลายก็ได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์ เมื่อซีโมนเห็นว่า คนเหล่านั้นได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์ด้วยการวางมือของอัครทูต จึงนำเงินมาให้อัครทูต และว่า <<ขอให้ข้าพเจ้ามีฤทธิ์อย่างนี้ด้วย เพื่อว่าเมื่อข้าพเจ้าจะวางมือบนผู้ใด ผู้นั้นจะได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์>> ฝ่ายเปโตรจึงกล่าวแก่ซีโมนว่า <<ให้เงินของเจ้าพินาศไปด้วยกันกับตัวเจ้าเถิด เพราะเจ้าคิดว่าจะซื้อของประทานแห่งพระเจ้าด้วยเงินได้ เจ้าไม่มีหุ้นหรือส่วนในการนี้เลย เพราะใจของเจ้าไม่สัตย์ซื่อต่อพระเจ้า เหตุฉะนั้นจงกลับใจใหม่จากการชั่วร้ายของเจ้านี้ และอธิษฐานขอพระเจ้า ชะรอยพระองค์จะทรงโปรดยกความผิดซึ่งเจ้าคิดในใจของเจ้า ด้วยเราเห็นว่าเจ้าจะต้องรับความขมขื่น และติดพันธนะแห่งความอธรรม>> ฝ่ายซีโมนตอบว่า <<ขอท่านอธิษฐานองค์พระผู้เป็นเจ้าเผื่อข้าพเจ้าด้วย เพื่อเหตุการณ์ที่ท่านได้กล่าวแล้วนั้น จะไม่ได้อุบัติกับตัวข้าพเจ้าสักอย่างเดียว>> ครั้นพวกอัครทูตเป็นพยาน และประกาศพระวจนะขององค์พระผู้เป็นเจ้าแล้ว ก็กลับไปยังกรุงเยรูซาเล็ม และได้ประกาศข่าวประเสริฐตามทางในหมู่บ้านชาวสะมาเรียหลายแห่ง แต่ทูตองค์หนึ่งขององค์พระผู้เป็นเจ้าได้สั่งฟีลิปว่า <<จงลุกขึ้น ไปยังทิศใต้ตามทางที่ลงไปจากกรุงเยรูซาเล็มถึงเมืองกาซา>> (ซึ่งเป็นทางเปล่าเปลี่ยว) ฝ่ายฟีลิปก็ลุกขึ้นไป และดูเถิดมีชาวเอธิโอเปียคนหนึ่งเป็นขันที เป็นข้าราชการของพระนางคานดาสีพระราชินีของชาวเอธิโอเปีย และเป็นนายคลังทรัพย์ทั้งหมดของพระราชินีนั้น ได้มานมัสการในกรุงเยรูซาเล็ม ขณะนั่งรถกลับไป ท่านอ่านหนังสืออิสยาห์ผู้เผยพระวจนะอยู่ ฝ่ายพระวิญญาณตรัสสั่งฟีลิปว่า <<จงเข้าไปให้ชิดรถนั้นเถิด>> ฟีลิปจึงวิ่งเข้าไปใกล้ และได้ยินท่านอ่านหนังสืออิสยาห์ผู้เผยพระวจนะ จึงถามว่า <<ซึ่งท่านอ่านนั้นท่านเข้าใจหรือ>> ขันทีจึงตอบว่า <<ถ้าไม่มีใครอธิบายให้ ที่ไหนจะเข้าใจได้>> ท่านจึงเชิญฟีลิปขึ้นนั่งรถกับท่าน พระคัมภีร์ตอนที่ท่านอ่านอยู่นั้น คือข้อเหล่านี้ เขาได้นำท่านเหมือนอย่างนำแกะไปฆ่า และเหมือนลูกแกะนิ่งอยู่ต่อหน้าผู้ตัดขนของมันฉันใด ท่านไม่ปริปากของท่านเลยฉันนั้น ในคราวที่ท่านถูกเหยียดลงนั้น ท่านไม่ได้รับความยุติธรรมเสียเลย ใครจะเล่าถึงเชื้อสายของท่านได้ เพราะว่าชีวิตของท่านต้องถูกตัดเสียจากแผ่นดินโลกแล้ว ขันทีจึงถามฟีลิปว่า <<ผู้เผยพระวจนะได้กล่าวอย่างนั้นเล็งถึงผู้ใด เล็งถึงตัวท่านเอง หรือเล็งถึงผู้อื่น บอกข้าพเจ้าเถิด>> ฝ่ายฟีลิปจึงเริ่มเล่าจับต้นกล่าวตามพระคัมภีร์ข้อนั้น ชี้แจงถึงข่าวประเสริฐเรื่องพระเยซู ครั้นกำลังเดินทางไปก็มาถึงที่มีน้ำแห่งหนึ่ง ขันทีจึงบอกว่า <<นี่แน่ะ มีน้ำ มีอะไรขัดข้องไม่ให้ข้าพเจ้ารับบัพติศมา>>

กิจการ 8 TH1971

กิจการ 8:4-36 TNCV (พระคริสตธรรมคัมภีร์ไทย ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย)

บรรดาผู้กระจัดกระจายไปนั้นก็เที่ยวประกาศพระวจนะในทุกแห่งหนที่พวกเขาไป ส่วนฟีลิปลงไปยังเมืองหนึ่งในแคว้นสะมาเรียและประกาศเรื่องพระคริสต์ที่นั่น เมื่อฝูงชนได้ฟังฟีลิปและได้เห็นหมายสำคัญที่เขาทำก็ล้วนตั้งใจฟังสิ่งที่เขากล่าว วิญญาณชั่วกรีดร้องแล้วออกมาจากหลายคน และคนเป็นอัมพาตและคนพิการหลายคนก็หาย ดังนั้นจึงมีความชื่นชมยินดีใหญ่หลวงในเมืองนั้น ในเมืองนั้นมีชายคนหนึ่งชื่อซีโมน เขาได้เล่นคาถาอาคมมาระยะหนึ่งแล้วและได้ทำให้ชาวสะมาเรียทั้งปวงอัศจรรย์ใจ เขายกตัวว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่ และประชาชนทุกคนทั้งผู้ใหญ่ผู้น้อยต่างสนใจฟังเขาและพากันยกย่องว่า “ชายผู้นี้คือฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าที่รู้จักกันในนามว่าองค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์” คนเหล่านี้ติดตามเขาเพราะอัศจรรย์ใจในวิทยาคมของเขามานาน แต่เมื่อฟีลิปประกาศข่าวประเสริฐเรื่องอาณาจักรของพระเจ้าและพระนามของพระเยซูคริสต์ พวกเขาก็เชื่อฟีลิปและรับบัพติศมาทั้งชายและหญิง ซีโมนเองก็เชื่อและรับบัพติศมา เขาติดตามฟีลิปไปทุกแห่งและรู้สึกประหลาดใจในหมายสำคัญและการอัศจรรย์อันยิ่งใหญ่ต่างๆ ที่ได้เห็น เมื่ออัครทูตในกรุงเยรูซาเล็มได้ข่าวว่าชาวสะมาเรียรับพระวจนะของพระเจ้าแล้วก็ส่งเปโตรกับยอห์นมาหาพวกเขา เมื่อทั้งสองมาถึงก็อธิษฐานเผื่อพวกเขาให้ได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์ เพราะยังไม่มีใครในพวกเขาได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์ เพียงแต่ได้รับบัพติศมาเข้าในพระนามขององค์พระเยซูเจ้า จากนั้นเปโตรกับยอห์นวางมือบนพวกเขาและพวกเขาก็ได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์ เมื่อซีโมนเห็นคนได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์โดยอัครทูตวางมือให้จึงนำเงินมาเสนอให้พวกเขา และกล่าวว่า “ขอมอบความสามารถนี้ให้แก่ข้าพเจ้าด้วยเพื่อว่าทุกคนที่ข้าพเจ้าวางมือให้จะได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์” เปโตรตอบว่า “ให้เงินของท่านพินาศไปพร้อมกับตัวท่านเพราะท่านคิดจะใช้เงินซื้อของประทานจากพระเจ้า! ท่านไม่มีส่วนร่วมในพันธกิจนี้เพราะใจของท่านไม่ได้ซื่อตรงต่อพระเจ้า จงกลับใจใหม่จากการชั่วร้ายนี้และอธิษฐานต่อองค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์อาจจะอภัยให้ท่านที่คิดเช่นนี้อยู่ในใจ เพราะเราเห็นว่าท่านเต็มไปด้วยความขมขื่นและตกเป็นเชลยของบาป” แล้วซีโมนจึงตอบว่า “โปรดอธิษฐานต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าเผื่อข้าพเจ้าด้วยเพื่อสิ่งที่ท่านกล่าวจะไม่เกิดขึ้นกับข้าพเจ้า” หลังจากเปโตรกับยอห์นเป็นพยานและประกาศพระวจนะขององค์พระผู้เป็นเจ้าแล้วทั้งสองก็กลับไปยังกรุงเยรูซาเล็ม ระหว่างนั้นก็ได้ประกาศข่าวประเสริฐในหมู่บ้านของชาวสะมาเรียหลายแห่ง ทูตองค์หนึ่งขององค์พระผู้เป็นเจ้าสั่งฟีลิปว่า “จงลงใต้ ไปยังถนนที่เรียกว่าทางกันดารซึ่งเชื่อมระหว่างกรุงเยรูซาเล็มกับเมืองกาซา” ดังนั้นฟีลิปก็ออกเดินทางไป ในระหว่างทางเขาพบขันทีชาวเอธิโอเปีย เป็นขุนนางคนสำคัญดูแลคลังทรัพย์ของพระนางคานดาสีราชินีแห่งเอธิโอเปีย ขันทีผู้นี้ได้มานมัสการที่เยรูซาเล็ม ระหว่างเดินทางกลับบ้านเขานั่งอ่านหนังสือผู้เผยพระวจนะอิสยาห์อยู่ในรถม้า พระวิญญาณตรัสบอกฟีลิปว่า “จงเข้าไปใกล้ๆ รถม้านั้นเถิด” แล้วฟีลิปจึงวิ่งเข้าไปใกล้รถนั้น เขาได้ยินเสียงคนอ่านหนังสือผู้เผยพระวจนะอิสยาห์ก็ถามว่า “ท่านเข้าใจสิ่งที่ท่านอ่านหรือ?” ขันทีนั้นตอบว่า “ถ้าไม่มีใครอธิบาย ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้อย่างไร?” ดังนั้นเขาจึงเชิญฟีลิปขึ้นมานั่งด้วยกัน พระคัมภีร์ที่ขันทีกำลังอ่านอยู่นั้นคือ “เขาถูกนำตัวไปเหมือนแกะที่ถูกนำไปฆ่า และเหมือนลูกแกะที่เงียบอยู่ต่อหน้าผู้ตัดขน เขาก็ไม่ได้ปริปากเช่นกัน เมื่อเขาถูกย่ำยีนั้นเขาไม่ได้รับความยุติธรรมเลย ใครเล่าจะพูดถึงเชื้อสายของเขาได้? เพราะชีวิตของเขาถูกพรากไปจากโลก” ขันทีถามฟีลิปว่า “โปรดบอกเราเถิด ผู้เผยพระวจนะกำลังพูดถึงใคร ตัวผู้เผยพระวจนะเองหรือใครอื่น?” แล้วฟีลิปจึงเริ่มจากข้อพระคัมภีร์ตอนนั้นและเล่าถึงข่าวประเสริฐเรื่องพระเยซูให้เขาฟัง ขณะเดินทางไปตามถนน พวกเขามาพบแอ่งน้ำ ขันทีจึงเอ่ยว่า “ดูเถิด ที่นี่มีน้ำ มีอะไรขัดข้องไม่ให้ข้าพเจ้ารับบัพติศมาเล่า?”

กิจการ 8 TNCV

กิจการ 8:4-36 THA-ERV (พระคริสตธรรมคัมภีร์: ฉบับอ่านเข้าใจง่าย)

ส่วน​ผู้เชื่อ​ที่​กระจัด​กระจาย​ไป ก็​ได้​ไป​ประกาศ​พระคำ​ที่​เป็น​ข่าว​ดี​ใน​ที่​ทุกหน​ทุกแห่ง ฟีลิป ไป​ที่​เมือง​หนึ่ง​ใน​แคว้น​สะมาเรีย และ​ประกาศ​เรื่อง​กษัตริย์​ผู้​ยิ่งใหญ่​ให้​ผู้คน​ที่​นั่นฟัง เมื่อ​ฝูงชน​ได้ยิน​เขา​พูด​และ​เห็น​ปาฏิหาริย์​ที่​เขา​ทำ ก็​ตั้งใจ​ฟัง​ใน​สิ่ง​ที่​เขา​พูด พวก​ผี​ร้าย​ที่​สิง​คน​ต่าง​กรีด​ร้อง​เสียง​ดัง และ​ออก​จาก​ร่าง​ของ​คน​เหล่า​นั้น​ไป พวก​คน​เป็น​อัมพาต​และ​คน​ง่อย​ได้รับ​การ​รักษา​จน​หาย แล้ว​เมือง​นั้น​ก็​เต็ม​ไป​ด้วย​ความ​ชื่นชม​ยินดี มี​ชาย​คน​หนึ่ง​ชื่อ​ซีโมน เขา​อยู่​เมือง​นั้น​มา​นาน​แล้ว และ​ใช้​เวทมนตร์​คาถา​จน​ทำ​ให้​ชาว​สะมาเรีย​ทึ่ง​ใน​ตัว​เขา​มาก เขา​อ้าง​ตัวเอง​ว่า​เป็น​ผู้​ยิ่งใหญ่ ประชาชน​ทุก​คน​ตั้งแต่​คน​ชั้น​ต่ำ​จน​ถึง​คน​ชั้น​สูง ต่าง​ก็​ให้​ความ​สนใจ​ใน​ตัว​เขา​มาก และ​พูด​กัน​ว่า “ชาย​คนนี้​มี​ฤทธิ์​อำนาจ​ของ​พระเจ้า​ที่​เรียกว่า ‘อำนาจ​มหาศาล’” ผู้คน​สนใจ​ซีโมน เพราะ​เขา​ทำ​ให้​คน​ทึ่ง​ใน​เวทมนตร์​คาถา​ของ​เขา​มา​นาน​แล้ว แต่​เมื่อ​คน​พวกนี้​มา​เชื่อ​ฟีลิป​ใน​เรื่อง​ข่าว​ดี​เรื่อง​อาณาจักร​ของ​พระเจ้า และ​ชื่อ​ของ​พระเยซู​กษัตริย์​ผู้​ยิ่งใหญ่ พวก​เขา​ทั้ง​ชาย​และ​หญิง​ก็​เข้า​พิธี​จุ่มน้ำ แม้แต่​ซีโมน​ก็​เชื่อ​ด้วย และ​หลังจาก​เข้า​พิธี​จุ่มน้ำ​แล้ว เขา​ก็​ตาม​ฟีลิป​ไป​ทุกแห่ง เขา​ก็​ทึ่ง​เมื่อ​เห็น​ปาฏิหาริย์​และ​การ​อัศจรรย์​ที่​ฟีลิป​ทำ เมื่อ​พวก​ศิษย์เอก​ที่​เมือง​เยรูซาเล็ม​ได้ยิน​ข่าว​ว่า ชาว​สะมาเรีย​ยอมรับ​พระคำ​ของ​พระเจ้า​แล้ว พวก​เขา​ก็​ส่ง​เปโตร​และ​ยอห์น​มา เมื่อ​เปโตร​และ​ยอห์น​มา​ถึง​ก็​อธิษฐาน​ให้​กับ​ผู้เชื่อ​ชาว​สะมาเรีย เพื่อ​พวก​เขา​จะ​ได้รับ​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์ เพราะ​ว่า​ยัง​ไม่​มี​ใคร​ได้รับ​พระวิญญาณ ได้​แต่​เข้า​พิธี​จุ่มน้ำ​ใน​นาม​ของ​พระเยซูเจ้า​เท่า​นั้น เมื่อ​เปโตร​และ​ยอห์น​วางมือ​ลง​บน ชาว​สะมาเรีย แล้ว​คน​ทั้งหมด​ก็​ได้รับ​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์ เมื่อ​ซีโมน​เห็น​พวก​ศิษย์​เอก​วางมือ​ลง​บน​คน​พวก​นั้น​แล้ว พวก​เขา​ก็​ได้รับ​พระวิญญาณ ซีโมน​ก็​เอา​เงิน​มา​เสนอ​ให้​กับ​พวก​ศิษย์เอก บอก​ว่า “ขอ​ให้​ผม​มี​อำนาจ​อย่างนี้​ด้วย เพื่อ​ว่า​ทุก​คน​ที่​ผม​วางมือ​จะ​ได้รับ​พระวิญญาณ​บริสุทธิ์” เปโตร​ตวาด​ซีโมน​ว่า “ขอ​ให้​คุณ​และ​เงิน​ของ​คุณ​พินาศ​ตลอด​ไป เพราะ​คุณ​คิด​ว่า​เงิน​สามารถ​ซื้อ​ของ​ประทาน​ของ​พระเจ้า​ได้ คุณ​จะ​ไม่​มี​วัน​ได้​มี​ส่วนร่วม​ใน​เรื่องนี้​อย่าง​เด็ดขาด เพราะ​ใจ​ของ​คุณ​ไม่​ซื่อ​กับ​พระเจ้า กลับ​ตัว​กลับ​ใจ​จาก​ความ​ชั่วร้าย​แบบนี้​ซะ แล้ว​อธิษฐาน​ถึง​องค์​เจ้า​ชีวิต หวัง​ว่า​พระองค์​อาจ​จะ​อภัย​ให้​กับ​ความคิด​ที่​อยู่​ใน​ใจ​คุณ เพราะ​ผม​เห็น​ว่า​คุณ​เต็ม​ไป​ด้วย​พิษ​ของ​ความบาป และ​มัน​ครอบงำ​คุณ​ไป​ทั้ง​ตัว” แล้ว​ซีโมน​ก็​ตอบ​ว่า “พวก​ท่าน​ช่วย​อธิษฐาน​ต่อ​องค์​เจ้า​ชีวิต​ให้​ผม​ด้วย เพื่อ​ผม​จะ​ได้​ไม่​เป็น​ไป​อย่าง​ที่​ท่าน​พูด” เมื่อ​เปโตร​และ​ยอห์น​ได้​เป็น​พยาน​และ​ประกาศ​พระคำ​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต​แล้ว พวก​เขา​ก็​กลับ​ไป​เมือง​เยรูซาเล็ม ใน​ระหว่าง​ทาง​นั้น พวก​เขา​บอก​ข่าวดี ใน​หมู่บ้าน​ของ​ชาว​สะมาเรีย​หลาย​แห่ง ทูตสวรรค์​ของ​องค์​เจ้า​ชีวิต​องค์​หนึ่ง​พูด​กับ​ฟีลิป​ว่า “เตรียม​ตัว​เดิน​ทาง​ไป​ทาง​ทิศ​ใต้​ตาม​เส้นทาง​จาก​เมือง​เยรูซาเล็ม​ถึง​เมือง​กาซา” (เป็น​เส้นทาง​รกร้าง) ฟีลิป​จึง​เตรียม​พร้อม​และ​ออก​เดินทาง ที่​นั่น​มี​ชาย​ชาว​เอธิโอเปีย​คน​หนึ่ง​ซึ่ง​เป็น​ขันที เขา​เป็น​เจ้าหน้าที่​ของ​พระนาง​คานดาสี ราชินี​ของ​เอธิโอเปีย เขา​มี​หน้าที่​ดูแล​รับผิดชอบ​ทรัพย์​สมบัติ​ทั้งหมด​ของ​นาง เขา​ไป​กราบ​ไหว้​บูชา​พระเจ้า​ที่​เมือง​เยรูซาเล็ม​มา ระหว่าง​ที่​นั่ง​รถ​ม้า​กลับ​นั้น เขา​กำลัง​อ่าน​หนังสือ​อิสยาห์​ผู้​พูด​แทน​พระเจ้า​อยู่ แล้ว​พระวิญญาณ​พูด​กับ​ฟีลิป​ว่า “เข้า​ไป​ใกล้ๆ​รถ​ม้า​คัน​นั้น” เมื่อ​ฟีลิป​วิ่ง​เข้า​ไป​ที่​รถ​ม้า ก็​ได้ยิน​เขา​กำลัง​อ่าน​หนังสือ​อิสยาห์​ผู้​พูด​แทน​พระเจ้า ฟีลิป​จึง​ถาม​ว่า “ท่าน​เข้าใจ​ใน​สิ่ง​ที่​ท่าน​อ่าน​หรือ​เปล่า” เขา​ตอบ​ว่า “จะ​เข้าใจ​ได้​อย่าง​ไร ไม่​มี​ใคร​อธิบาย​ให้​ฟัง” แล้ว​เขา​ก็​เชิญ​ฟีลิป​ขึ้น​ไป​นั่ง​บน​รถ​ม้า​กับ​เขา นี่​คือ​ข้อความ​ใน​พระคัมภีร์​ที่​เขา​กำลัง​อ่าน​อยู่ “เขา​ถูก​นำ​ไป​เหมือน​กับ​แกะ​ที่​ถูก​เอา​ไป​ฆ่า และ​เหมือน​กับ​ลูกแกะ​ที่​สงบ​นิ่ง​อยู่​ต่อหน้า​คน​ตัด​ขน เขา​ไม่​ได้​เปิด​ปาก​พูด​สัก​คำ​เดียว เขา​ถูก​ทำ​ให้​อับอาย​ขายหน้า และ​ไม่​ได้รับ​ความ​ยุติธรรม ใคร​จะ​เล่า​เรื่อง​เกี่ยวกับ​เชื้อสาย​ของ​เขา​ได้ เพราะ​ชีวิต​ของ​เขา​ถูก​พราก​ไป​จาก​โลกนี้​แล้ว” ขันที​พูด​กับ​ฟีลิป​ว่า “ช่วย​บอก​หน่อย​ว่า ผู้​พูด​แทน​พระเจ้า​กำลัง​พูด​ถึง​ตัวเอง หรือ​พูด​ถึง​คน​อื่น” แล้ว​ฟีลิป​ก็​เริ่ม​พูด โดย​เริ่ม​จาก​พระคัมภีร์​ข้อนี้ และ​อธิบาย​เรื่อง​ข่าวดี​ของ​พระเยซู​ให้​ขันที​ฟัง ใน​ระหว่าง​ที่​นั่ง​รถ​ม้า​ไป​ตาม​ทาง​นั้น ก็​ผ่าน​ที่​ที่​มี​น้ำ​แห่ง​หนึ่ง ขันที​จึง​พูด​ขึ้น​ว่า “นั่น​ไง​น้ำ มี​อะไร​ขัดข้อง​ไหม ถ้า​ผม​จะ​เข้า​พิธี​จุ่มน้ำ”

กิจการ 8 THA-ERV

กิจการ 8:4-36 NTV (พระคัมภีร์ ฉบับแปลใหม่ (NTV))

ผู้​ที่​ได้​กระจัด​กระจาย​กัน​ออก​ไป​ก็​ประกาศ​คำกล่าว​ทุก​แห่งหน ฟีลิป​ได้​ไป​ยัง​เมือง​หนึ่ง​ใน​แคว้น​สะมาเรีย​เพื่อ​ประกาศ​เรื่อง​พระ​คริสต์​ที่​นั่น เมื่อ​ฝูงชน​ได้ยิน​ฟีลิป​พูด และ​เห็น​ปรากฏการณ์​อัศจรรย์​ที่​ท่าน​ได้​กระทำ​แล้ว​ก็​ตั้งใจ​ฟัง พวก​วิญญาณ​ร้าย​พา​กัน​ร้อง​เสียง​ดัง​และ​ออก​มา​จาก​ร่าง​ของ​ผู้​ป่วย​หลาย​คน ผู้​ป่วย​เป็น​อัมพาต​และ​คน​ง่อย​จำนวน​มาก​ได้​รับ​การ​รักษา​ให้​หาย ผู้​คน​ใน​เมือง​นั้น​พา​กัน​ยินดี​อย่าง​ยิ่ง มี​ชาย​คน​หนึ่ง​ใน​เมือง​นั้น​ชื่อ​ซีโมน เขา​อวดอ้าง​ตัว​ว่า​เป็น​ผู้​วิเศษ เคย​ใช้​เวทมนตร์​คาถา​ซึ่ง​ทำ​ให้​พวก​ชน​ชาติ​สะมาเรีย​พา​กัน​พิศวง คน​ทั่ว​ไป​ทั้ง​ผู้​ใหญ่​ผู้​น้อย​พา​กัน​สนใจ​ฟัง​และ​อุทาน​ว่า “ชาย​คน​นี้​เป็น​ที่​รู้จัก​กัน​ว่า เป็น​อานุภาพ​อัน​ยิ่ง​ใหญ่​ของ​พระ​เจ้า” จึง​ได้​ติดตาม​เขา​ไป​ด้วย​อำนาจ​คาถา​อาคม​ที่​น่า​พิศวง​มา​นาน แต่​เมื่อ​พวก​เขา​เชื่อ​ใน​ข่าว​ประเสริฐ ขณะ​ที่​ฟีลิป​ประกาศ​เรื่อง​อาณาจักร​ของ​พระ​เจ้า​และ​พระ​นาม​ของ​พระ​เยซู​คริสต์​แล้ว ทั้ง​ชาย​และ​หญิง​ต่าง​ก็​รับ​บัพติศมา​กัน ซีโมน​เอง​ก็​เป็น​อีก​คน​ที่​เชื่อ​และ​รับ​บัพติศมา เขา​ได้​ติดตาม​ฟีลิป​ไป​ทุก​แห่งหน เพราะ​แปลก​ใจ​กับ​ปรากฏการณ์​อัศจรรย์​และ​ฤทธานุภาพ​อัน​ยิ่ง​ใหญ่​ต่างๆ ที่​เกิด​ขึ้น เมื่อ​พวก​อัครทูต​ใน​เมือง​เยรูซาเล็ม​ทราบ​ว่า แคว้น​สะมาเรีย​ยอม​รับ​คำกล่าว​ของ​พระ​เจ้า​แล้ว จึง​ส่ง​เปโตร​และ​ยอห์น​ไป เมื่อ​ทั้ง​สอง​ไป​ถึง​ก็​ได้​อธิษฐาน เพื่อ​ว่า​คน​เหล่า​นั้น​จะ​ได้​รับ​พระ​วิญญาณ​บริสุทธิ์ เพราะ​พระ​วิญญาณ​บริสุทธิ์​ยัง​มิ​ได้​ลง​มา​สถิต​กับ​พวก​เขา เพียง​แต่​ได้​รับ​บัพติศมา​ใน​พระ​นาม​ของ​พระ​เยซู​เจ้า เมื่อ​เปโตร​และ​ยอห์น​ได้​วาง​มือ​บน​ตัว​คน​เหล่า​นั้น​แล้ว พวก​เขา​ก็​ได้​รับ​พระ​วิญญาณ​บริสุทธิ์ เมื่อ​ซีโมน​เห็น​ว่า​ผู้​คน​ได้​รับ​พระ​วิญญาณ​จาก​การ​ที่​อัครทูต​วาง​มือ​บน​ตัว เขา​จึง​นำ​เงิน​มา​ให้​อัครทูต และ​พูด​ว่า “ขอ​ให้​ข้าพเจ้า​ได้​รับ​ฤทธิ์​นี้​ด้วย เพื่อ​ว่า​เวลา​ข้าพเจ้า​วาง​มือ​บน​ตัว​ผู้​ใด ผู้​นั้น​ก็​จะ​ได้​รับ​พระ​วิญญาณ​บริสุทธิ์” เปโตร​ตอบ​ว่า “ขอ​ให้​เงิน​ของ​เจ้า​จง​สูญสิ้น​ไป​พร้อม​กับ​เจ้า เพราะ​ถ้า​เจ้า​คิด​ว่า​จะ​สามารถ​ซื้อ​ของ​ประทาน​จาก​พระ​เจ้า​ได้​ด้วย​เงิน เจ้า​ก็​ไม่​มี​ส่วน​ร่วม​ใดๆ เกี่ยวข้อง​กับ​งาน​นี้ เพราะ​ว่า​ใจ​ของ​เจ้า​ไม่​ซื่อ​ต่อ​พระ​เจ้า จง​กลับ​ใจ​จาก​ความ​ชั่วร้าย​ของ​เจ้า​ใน​เรื่อง​นี้ และ​ถ้า​เป็น​ไป​ได้ ก็​จง​อธิษฐาน​ต่อ​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​เพื่อ​ความ​คิด​ใน​ใจ​ของ​เจ้า​จะ​ได้​รับ​การ​ยกโทษ เรา​เห็น​ว่า​เจ้า​มี​ความ​ขมขื่น​มาก​และ​เป็น​ทาส​ของ​บาป” แล้ว​ซีโมน​ตอบ​ว่า “โปรด​อธิษฐาน​ต่อ​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ให้​ข้าพเจ้า เพื่อ​สิ่ง​ที่​ท่าน​กล่าว​จะ​ได้​ไม่​เกิด​ขึ้น​กับ​ข้าพเจ้า” เมื่อ​เขา​ทั้ง​สอง​ให้​คำ​ยืนยัน​และ​ประกาศ​คำกล่าว​ของ​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​แล้ว เปโตร​และ​ยอห์น​ก็​ประกาศ​ข่าว​ประเสริฐ​ที่​หมู่​บ้าน​หลาย​แห่ง​ใน​แคว้น​สะมาเรีย ก่อน​จะ​กลับ​ไป​ยัง​เมือง​เยรูซาเล็ม ทูต​สวรรค์​ของ​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ได้​กล่าว​กับ​ฟีลิป​ว่า “จง​ลุก​ขึ้น ไป​ยัง​ทิศ​ใต้ ไป​ตาม​ถนน​ที่​เป็น​ถิ่น​ทุรกันดาร ซึ่ง​ลง​จาก​เมือง​เยรูซาเล็ม​ไป​ยัง​เมือง​กาซา” ฟีลิป​จึง​ออก​เดิน​ทาง​ไป​ตาม​ทาง​นั้น และ​ได้​พบ​ขันที​ชาว​เอธิโอเปีย ซึ่ง​เป็น​ผู้​ดูแล​การ​คลัง​ทั้ง​หมด​ของ​ราชินี​คานดาสี​ของ​ชาว​เอธิโอเปีย ใน​ขณะ​ที่​ขันที​เดิน​ทาง​กลับ​จาก​นมัสการ​ที่​เมือง​เยรูซาเล็ม ระหว่าง​ทาง​ที่​เขา​นั่ง​ใน​รถ​ม้า​เพื่อ​กลับ​บ้าน ก็​ได้​อ่าน​หนังสือ​ฉบับ​ที่​อิสยาห์​ผู้​เผย​คำกล่าว​ของ​พระ​เจ้า​เขียน​ไว้ พระ​วิญญาณ​กล่าว​กับ​ฟีลิป​ว่า “จง​ไป​อยู่​ใกล้ๆ รถ​ม้า​นั้น” ฟีลิป​จึง​วิ่ง​เข้า​ไป​ใกล้​รถ​ม้า​นั้น จน​ได้ยิน​เสียง​อ่าน​ข้อความ​ที่​อิสยาห์​ผู้​เผย​คำกล่าว​ของ​พระ​เจ้า​เขียน​ไว้ ฟีลิป​จึง​ถาม​ว่า “ท่าน​เข้า​ใจ​สิ่ง​ที่​ท่าน​อ่าน​หรือ​ไม่” เขา​ตอบ​ว่า “ข้าพเจ้า​จะ​เข้า​ใจ​ได้​อย่างไร​ถ้า​ไม่​มี​คน​อธิบาย​ให้​ข้าพเจ้า​ฟัง” และ​ขันที​ได้​เชิญ​ฟีลิป​ขึ้น​มา​นั่ง​ด้วย​กัน พระ​คัมภีร์​ตอน​ที่​ขันที​กำลัง​อ่าน​อยู่​ก็​คือ “พระ​องค์​ถูก​นำ​ไป​ดั่ง​แกะ​ที่​รอ​การ​ประหาร ลูก​แกะ​นิ่ง​อยู่​ที่​ตรง​หน้า​คน​ตัด​ขน​ของ​มัน​ฉันใด พระ​องค์​ก็​ไม่​ปริปาก​ของ​พระ​องค์​ฉันนั้น เมื่อ​พระ​องค์​ถูก​เหยียดหยาม พระ​องค์​ไม่​ได้​รับ​ความ​ยุติธรรม ใคร​เล่า​จะ​พูด​ถึง​เชื้อสาย​ของ​พระ​องค์ เพราะ​ชีวิต​ของ​พระ​องค์​ถูก​ชิง​ไป​เสีย​จาก​โลก​แล้ว” ขันที​ถาม​ฟีลิป​ว่า “โปรด​บอก​ข้าพเจ้า​เถิด​ว่า ผู้​เผย​คำกล่าว​ของ​พระ​เจ้า​พูด​ถึง​ผู้​ใด พูด​ถึง​ตน​เอง​หรือ​คน​อื่น” ฟีลิป​จึง​บอก​ข่าว​ประเสริฐ​เรื่อง​พระ​เยซู​เริ่ม​จาก​พระ​คัมภีร์​ตอน​นั้น ขณะ​ที่​ทั้ง​สอง​เดิน​ทาง​ไป​ตาม​ถนน จน​มา​ถึง​ที่​ซึ่ง​มี​น้ำ​แห่ง​หนึ่ง ขันที​จึง​พูด​ขึ้น​ว่า “ดู​น้ำ​นั่น​สิ มี​อะไร​ขัดข้อง​ไม่​ให้​ข้าพเจ้า​รับ​บัพติศมา​ไหม” [

กิจการ 8 NTV

กิจการ 8:4-36 KJV (พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ KJV)

ฉะนั้นฝ่ายศิษย์ทั้งหลายซึ่งกระจัดกระจายไปก็​เท​ี่ยวประกาศพระวจนะนั้น ส่วนฟีลิปจึงลงไปยังเมืองสะมาเรียและประกาศเรื่องพระคริสต์​ให้​ชาวเมืองนั้นฟัง ประชาชนก็​พร​้อมใจกันฟังถ้อยคำที่​ฟี​ลิปได้​ประกาศ เพราะเขาได้ยินท่านพูด และได้​เห​็นการอัศจรรย์ซึ่งท่านได้กระทำนั้น ด้วยว่าผีโสโครกที่​สิ​งอยู่ในคนหลายคนได้พากั​นร​้องด้วยเสียงดัง แล​้วออกมาจากคนเหล่านั้น และคนที่เป็นโรคอัมพาตกับคนง่อยก็หายเป็นปกติ จึงเกิดความปลื้มปี​ติ​อย่างยิ่งในเมืองนั้น ยั​งม​ีชายคนหนึ่งชื่อซีโมนเคยทำเวทมนตร์ในเมืองนั้นมาก่อน และได้​ทำให้​ชาวสะมาเรียพิศวงหลงใหล เขายกตั​วว​่าเป็นผู้​วิเศษ ฝ่ายคนทั้งปวงทั้งผู้​ใหญ่​ผู้​น้อยก็สนใจฟังคนนั้น แล​้​วว​่า “ชายคนนี้เป็นมหิทธิ​ฤทธิ์​ของพระเจ้า” คนทั้งหลายนับถือเขา เพราะเขาได้ทำเวทมนตร์​ให้​คนทั้งหลายพิศวงหลงใหลมานานแล้ว แต่​เมื่อฟีลิปได้ประกาศเรื่องอาณาจักรของพระเจ้า และพระนามแห่งพระเยซู​คริสต์​แล้ว คนทั้งหลายก็​เชื่อ และรับบัพติศมาทั้งชายและหญิง ฝ่ายซีโมนเองจึงเชื่​อด​้วย เมื่อรับบัพติศมาแล้​วก​็​อยู่​กับฟีลิปต่อไป และประหลาดใจที่​เห​็นการอัศจรรย์กับหมายสำคัญต่างๆซึ่งฟีลิปได้​กระทำ เมื่อพวกอัครสาวกซึ่งอยู่ในกรุงเยรูซาเล็มได้ยิ​นว​่า ชาวสะมาเรียได้รับพระวจนะของพระเจ้าแล้ว จึงให้เปโตรกับยอห์นไปหาเขา ครั้นเปโตรกับยอห์นลงไปถึ​งก​็อธิษฐานเผื่อเขา เพื่อให้​เขาได้รับพระวิญญาณบริ​สุทธิ​์ (ด้วยว่าพระวิญญาณบริ​สุทธิ​์ยังไม่​ได้​เสด็จลงมาสถิ​ตก​ับผู้​ใด เป็นแต่เขาได้รับบัพติศมาในพระนามแห่งพระเยซู​เจ้​าเท่านั้น) เปโตรกับยอห์นจึงวางมือบนเขา แล​้วเขาทั้งหลายก็​ได้​รับพระวิญญาณบริ​สุทธิ​์ เมื่อซีโมนเห็​นว​่า คนเหล่านั้นได้รับพระวิญญาณบริ​สุทธิ​์ด้วยการวางมือของอัครสาวก จึงนำเงินมาให้​อัครสาวก และว่า “​ขอให้​ข้าพเจ้ามี​ฤทธิ์​อย่างนี้​ด้วย เพื่อว่าเมื่อข้าพเจ้าจะวางมือบนผู้​ใด ผู้​นั้นจะได้รับพระวิญญาณบริ​สุทธิ​์” ฝ่ายเปโตรจึงกล่าวแก่​ซี​โมนว่า “​ให้​เงินของเจ้าพินาศไปด้วยกั​นก​ับเจ้าเถิด เพราะเจ้าคิดว่าจะซื้อของประทานแห่งพระเจ้าด้วยเงินได้ เจ้​าไม่​มี​ส่วนหรือส่วนแบ่งในการนี้​เลย เพราะใจของเจ้าไม่ซื่อตรงในสายพระเนตรของพระเจ้า เหตุ​ฉะนั้น จงกลับใจใหม่จากการชั่วร้ายของเจ้านี้ และอธิษฐานขอพระเจ้าชะรอยพระองค์จะทรงโปรดยกความผิดซึ่งเจ้าคิดในใจของเจ้า ด้วยเราเห็​นว​่าเจ้าจะต้องรับความขมขื่นและติดพันธนะแห่งความชั่วช้า” ฝ่ายซีโมนจึงตอบว่า “ขอท่านอธิษฐานต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าเผื่อข้าพเจ้าด้วย เพื่อเหตุ​การณ์​ที่​ท่านได้​กล​่าวแล้​วน​ั้นจะไม่​ได้​อุบัติ​แก่​ตัวข้าพเจ้าสักอย่างเดียว” ครั้นพวกอัครสาวกเป็นพยานและประกาศพระวจนะขององค์พระผู้เป็นเจ้าแล้ว ก็​กล​ับไปยังกรุงเยรูซาเล็ม และได้ประกาศข่าวประเสริฐตามทางในหมู่บ้านชาวสะมาเรียหลายแห่ง แต่​ทูตสวรรค์​ขององค์พระผู้เป็นเจ้าได้สั่งฟีลิปว่า “จงลุกขึ้นไปยังทิศใต้ตามทางที่ลงไปจากกรุงเยรูซาเล็มถึงเมืองกาซา ซึ่งเป็นทางป่าทราย” ฝ่ายฟีลิ​ปก​็​ลุ​กขึ้นไป และดู​เถิด มี​ชาวเอธิโอเปียคนหนึ่งเป็นขั​นที เป็นข้าราชการของพระนางคานดาสี พระราชินี​ของชาวเอธิโอเปีย และเป็นนายคลังทรัพย์ทั้งหมดของพระราชินี​นั้น ได้​มานมัสการในกรุงเยรูซาเล็ม ขณะนั่งรถม้ากลับไป ท่านอ่านหนังสื​ออ​ิสยาห์​ศาสดาพยากรณ์​อยู่ ฝ่ายพระวิญญาณตรั​สส​ั่งฟีลิปว่า “จงเข้าไปให้​ชิ​ดรถม้านั้นเถิด” ฟี​ลิปจึงวิ่งเข้าไปใกล้ และได้ยินท่านอ่านหนังสื​ออ​ิสยาห์​ศาสดาพยากรณ์ จึงถามว่า “ซึ่งท่านอ่านนั้นท่านเข้าใจหรือ” ขันที​จึงตอบว่า “ถ้าไม่​มี​ใครอธิบายให้ ที่​ไหนจะเข้าใจได้” ท่านจึงเชิญฟีลิปขึ้นนั่งรถกั​บท​่าน พระคัมภีร์​ตอนที่​ท่านอ่านอยู่นั้นคือข้อเหล่านี้ ‘เขาได้นำท่านเหมือนแกะที่​ถู​กนำไปฆ่า และเหมือนลูกแกะที่เป็นใบ้​อยู่​หน​้าผู้ตัดขนของมันฉันใด ท่านก็​ไม่​ปริ​ปากของท่านเลยฉันนั้น ในคราวที่ท่านถูกเหยียดลงนั้น ท่านไม่​ได้​รับความยุ​ติ​ธรรมเสียเลย และผู้ใดเล่าจะประกาศเกี่ยวกับพงศ์​พันธุ์​ของท่าน เพราะว่าชีวิตของท่านต้องถูกตัดเสียจากแผ่นดินโลกแล้ว’ ขันที​จึงถามฟีลิปว่า “​ศาสดาพยากรณ์​ได้​กล​่าวอย่างนั้นเล็งถึงผู้​ใด เล็งถึงตั​วท​่านเอง หรือเล็งถึงผู้​อื่น บอกข้าพเจ้าเถิด” ฝ่ายฟีลิปจึงเริ่มเล่าจับต้นกล่าวตามพระคัมภีร์​ข้อน​ั้น ชี้​แจงถึงเรื่องพระเยซู ครั้นกำลังเดินทางไปก็มาถึงที่​มีน​้ำแห่งหนึ่ง ขันที​จึงบอกว่า “​ดู​เถิด มีน​้ำ มี​อะไรขัดข้องไม่​ให้​ข้าพเจ้ารับบัพติศมา”

กิจการ 8 KJV