พระคัมภีร์ในหนึ่งปี 2023 พร้อมด้วยคำอธิบายจาก นิคกี้และพิพพา กัมเบลနမူနာ

สิ่งที่พระเจ้าทรงสะสมไว้สำหรับคุณ
แซมอายุ 23 ปี เขาเป็นผู้ที่เชื่อว่าไม่มีพระเจ้า เขาเชื่อมโยงตัวเองกับคำสอนของกลุ่มต่อต้านความเชื่อทางศาสนา ในเย็นวันหนึ่งเขาออนไลน์ และพบว่า[หลักสูตรอัลฟ่า](https://thailand.alpha.org/)กำลังจะเริ่มขึ้น ซึ่งจากบ้านของเขาสามารถไปร่วมได้ไม่ยากนัก เขาจึงมาที่คริสตจักรของเราด้วยความคิดว่า ‘ฉันจะกำจัดคริสเตียนที่ไม่มีเหตุผลที่นี่สัก 2-3 คน’ แต่การเผชิญหน้ากับคำสอนและคนของพระเยซูคริสต์ไม่ใช่สิ่งที่เขาคาดการณ์ไว้ ในแบบสอบถามของเขาในตอนจบหลักสูตร เขาเขียนว่า ‘ผมพบพระเยซูอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และจากเป็นคนที่ไม่มีความเชื่อกลายเป็นคนที่มีความหวังอันยิ่งใหญ่ การดำเนินชีวิตในสภาพความไม่เป็นจริงกับการดำเนินชีวิตในความจริงสำหรับผมแล้วก็คือความแตกต่างระหว่างการถูกผูกมัดกับการได้รับอิสระอย่างสมบูรณ์’ สามเดือนต่อมา เขารับบัพติศมา เขาบอกกับผมว่า ‘*ผมเป็นอิสระ*จากชีวิตเก่า ผมเป็นทาสของหลายสิ่งหลายอย่าง ผมเป็นทาสของสังคม เป็นทาสของคนรอบข้าง... แต่บัดนี้ผมมีอิสระที่จะใช้ชีวิตของตัวเอง ผมตื่นเต้นที่จะได้เห็นสิ่งที่พระเจ้าทรงสะสมไว้สำหรับผม’ ความรอดหมายถึงอิสรภาพ แซมได้รู้ว่าพระเยซูคริสต์ทรงปลดปล่อยเราให้เป็นอิสระได้อย่างไรสดุดี 34:11-22
ใช้ชีวิตอย่างอิสระ
คุณกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งสำคัญ เรื่องการเงิน ความสัมพันธ์ สุขภาพ ครอบครัว หรือสถานการณ์ที่ยากลำบากอื่น ๆ ในชีวิตของคุณหรือไม่? ในพระธรรมสดุดีตอนนี้เต็มไปด้วยคำแนะนำ และพระสัญญาสำหรับผู้ที่เผชิญกับ ‘ความทุกข์ใจหลายอย่าง’ (ข้อ 19)
อัครสาวกเปโตรยกพระธรรมสดุดีตอนนี้ในจดหมายฉบับหนึ่ง เพื่อเป็นหลักฐานว่าเราควรจะมีชีวิตแบบไหน คือมีชีวิตที่สะท้อนอิสรภาพครั้งใหม่ของเราในฐานะที่เป็นลูกของพระเจ้า
เปโตรกล่าวถึงการทรงเรียกดาวิดสู่การดำเนินชีวิตอย่างชอบธรรมโดยได้อธิบายว่า ‘เพราะพระองค์ได้ทรงเรียกให้พวกท่านทำเช่นนั้น’ (1 เปโตร 3:9) ‘ผู้ใดปรารถนาชีวิตและอยากมีอายุยืนเพื่อจะได้เห็นสิ่งดี? ก็จงระวังลิ้นของเจ้าจากความชั่วและอย่าให้ริมฝีปากพูดล่อลวง จงหันจากความชั่ว และจงทำความดี จงแสวงหาสันติภาพ และจงติดตามมันไป พระเนตรของพระยาห์เวห์เฝ้าดูคนชอบธรรม และพระกรรณของพระองค์สดับคำอ้อนวอนของเขา แต่พระพักตร์ของพระยาห์เวห์ตั้งต่อสู้ผู้ทำความชั่ว’ (สดุดี 34:12-16ก; 1 เปโตร 3:10-12)
‘พระยาห์เวห์...ทรงช่วย’ (สดุดี 34:18) คุณไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ พระเจ้าทรงปลดปล่อยคุณให้เป็นอิสระ
พระเจ้าของเราทรงช่วยเรา พระองค์ทรงเฝ้าดูคุณ รอคอยที่จะสดับคำอธิษฐานของคุณ ‘พระกรรณของ พระองค์สดับคำอ้อนวอน [ของเขา]’ (ข้อ 15ข) เมื่อเราร้องทูล ‘พระยาห์เวห์ทรงสดับ’ (ข้อ 17ก) และทรงช่วยกู้เราจาก ‘ความยากลำบากทั้งสิ้น’ (ข้อ 17ข) ผมพบว่ามันเป็นประโยชน์ที่จะมองย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่มี ‘ความยากลำบาก’ มากมาย ผมได้เขียนไว้ในที่ว่างในพระคัมภีร์และเพื่อจะได้เห็นว่าพระเจ้าทรงช่วยผมอย่างไร มันเป็นแรงผลักดันให้ผมร้องทูลอีกครั้ง
พระเจ้าไม่ได้บอกว่าคุณจะไม่มีความยากลำบากใด ๆ (ข้อ 19ก) แต่พระองค์ทรงสัญญาว่าจะช่วยกู้คุณจากปัญหาทั้งหมด (ข้อ 19ข) พระองค์ทรงอยู่ใกล้ในเวลายากลำบาก ‘พระยาห์เวห์ทรงอยู่ใกล้ผู้ที่ใจแตกสลายและทรงช่วยผู้สิ้นหวัง’ (ข้อ 18) เมื่อคุณกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก คุณไม่จำเป็นต้องรู้สึกว่าพระเจ้าทรงอยู่ใกล้ แต่พระองค์ทรงอยู่ใกล้ ‘พระองค์ทรงอยู่ที่นั่นทุกเมื่อ’ (ข้อ 19, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)
‘พระเจ้าทรงจ่ายเพื่ออิสรภาพของทาสแต่ละคน’ (ข้อ 22ก, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล) พระองค์ทรงสัญญาว่าจะไม่มีการลงโทษสำหรับทุกคนที่ ‘เข้าลี้ภัยในพระองค์’ (ข้อ 22ข, ดูใน โรม 8:1) คุณได้รับความชอบธรรมจากพระเจ้าผ่านทางพระคริสต์ ดังนั้นคุณจึงสามารถนับตัวคุณเองอยู่ในกลุ่มของ ‘คนชอบธรรม’ (สดุดี 34:17,19,21)
ข้าแต่พระเจ้า ขอบพระคุณที่ในหลาย ๆ ครั้งเมื่อข้าพระองค์ได้ร้องทูลต่อพระองค์ แล้วพระองค์ทรงสดับและปลดปล่อยข้าพระองค์เป็นอิสระ โปรดทรงช่วยข้าพระองค์ในวันนี้ ให้ข้าพระองค์ยับยั้งลิ้นไม่ให้พูดชั่วร้าย แต่กระทำสิ่งดีและแสวงหาสันติสุข โปรดทรงช่วยให้ข้าพระองค์อยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างสงบสุข คือไม่ทำการชั่วตอบแทนการชั่ว หรือไม่ด่าตอบแทนการด่าแต่อวยพร ขอบคุณพระองค์สำหรับชีวิตแห่งอิสรภาพที่พระคริสต์ทรงปลดปล่อยข้าพระองค์ให้เป็นอิสระ
ลูกา 1:57-80
คิดถึงอิสรภาพอันยิ่งใหญ่ของคุณ
ในเวลานี้ประชาชนของพระเจ้ากำลังทุกข์ทรมานจากการกดขี่ของการปกครองของโรมัน พวกเขารู้สึกถูกล้อมไปด้วยความมืดมิดและความตาย พวกเขาโหยหาคนช่วยกู้ที่จะปลดปล่อยพวกเขาให้เป็นอิสระ จากสถานการณ์ความเจ็บปวดและความโศกเศร้า พวกเขามองหาใครสักคนมาทำสิ่งต่าง ๆ ให้ถูกต้อง พวกเขาเฝ้ารอคอยมานาน
เศคาริยาห์เป็นบิดาของยอห์นผู้ให้บัพติศมา ระยะเวลา 9 เดือนแห่งความเงียบงันของเขาอาจเป็นสัญลักษณ์ของช่วงเวลาแห่งความเงียบงันที่ยาวนานในคำพยากรณ์กำลังจะจบลง ทันใดนั้น ‘ปากและลิ้นของท่านก็กลับเป็นปกติพูดได้อีก’ (ข้อ 64) เศคาริยาห์ ‘เต็มเปี่ยมด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์และกล่าวคำพยากรณ์’ (ข้อ 67)
กำเนิดของยอห์นบัพติศมาเป็นโอกาสแห่งการเฉลิมฉลอง ความปีติยินดี และความหวังครั้งยิ่งใหญ่ (ข้อ 57-66) เมื่อเศคาริยาห์ (ขณะที่พูดไม่ได้) ได้เขียนว่า ‘“ชื่อของเขาคือยอห์น” นั่นทำให้ทุกคนประหลาดใจ ความประหลาดใจที่ตามมาก็คือปากของเศคาริยาห์เปิดออก ลิ้นของเขาคลายและเขาพูดได้ และกล่าวสรรเสริญพระเจ้า!’ (ข้อ 63-64, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)
แม้กระทั่งชื่อของยอห์นยังแสดงถึงการอวยพรของพระเจ้า ซึ่งหมายถึง ‘พระเจ้าทรงเป็นผู้ให้ที่เมตตา’
มีผู้กล่าวถึงยอห์นผู้ให้บัพติศมาว่า ‘พระหัตถ์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าอยู่กับเขา’ (ข้อ 66) นั่นเป็นคำอธิษฐานที่ดีที่คุณสามารถอธิษฐานเผื่อตัวคุณเอง ครอบครัว และสังคม คือพระหัตถ์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าอยู่กับคุณ
เศคาริยาห์เปี่ยมด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์และกล่าวพยากรณ์ถึงการมาของพระผู้ช่วยให้รอด เขากล่าวว่า ‘พระองค์ทรงตั้งพลังแห่งความรอดไว้ที่ศูนย์กลางของชีวิตเรา' (ข้อ 69, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล) ยอห์นผู้ให้บัพติศมาเกิดมาเพื่อ ‘จะให้ชนขาติของพระองค์รู้ถึงความรอด ซึ่งมาทางการยกโทษบาปเขาเหล่านั้น’ (ข้อ 77 พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)
เศคาริยาห์เห็นว่าพระเจ้าจะเสด็จมาเพื่อนำความรอดมาสู่ประชาชนของพระองค์ แต่คำพยากรณ์ของเขา มากกว่าความรอดทางการเมือง แต่เป็นสิ่งที่ลึกและกว้างกว่ากำลังจะเกิดขึ้นเพื่อทำให้พระสัญญาอันยิ่งใหญ่ในพันธสัญญาเดิมนั้นสำเร็จ สิ่งนี้รวมไปถึงการ ‘ทรงไถ่’ (ข้อ 68ข) ช่วยเราจากศัตรู (ข้อ 74ก) และทรงยกโทษบาป (ข้อ 77ข) ความรอดเป็น ‘ทางสันติสุข’ (ข้อ 79) เศคาริยาห์อธิบายถึงความรอดนี้ โดยสรุปว่าจะมีอิสรภาพมากมายซึ่งพระเยซูจะทรงนำมาสู่เรา อันได้แก่
- อิสระจากความกลัว (ข้อ 74ข)
- อิสระที่จะรับใช้พระเจ้า (ข้อ 74ข)
- อิสระที่จะเป็นคนบริสุทธิ์ (ข้อ 75)
- อิสระที่จะเป็นคนชอบธรรม (ข้อ 75)
- อิสระจากความตาย (ข้อ 79ข)
ข้าแต่พระเจ้า สรรเสริญพระองค์ที่ทรงช่วยข้าพระองค์จากการเป็นทาสและทรงสำแดงพระเมตตา ขอบพระคุณสำหรับการยกโทษบาป ขอบพระคุณที่พระองค์ประทานอิสรภาพจากความตายและความกลัว ขอบคุณที่พระองค์ให้ข้าพระองค์มีอิสระในการรับใช้ ขอทรงโปรดช่วยข้าพระองค์ในวันนี้ให้รับใช้พระองค์โดยปราศจากความกลัว ในความบริสุทธิ์และความชอบธรรม ขอทรงนำย่างเท้าของข้าพระองค์สู่เส้นทางแห่งสันติสุข ขอพระหัตถ์ของพระองค์อยู่กับข้าพระองค์
กันดารวิถี 4:1-5:10
อย่าใช้อิสรภาพอย่างไม่เห็นคุณค่า
คุณได้รับใช้ในคริสตจักรของคุณหรือไม่? คุณเป็นผู้ที่ให้หรือเป็นเพียงผู้รับ? พระเจ้าทรงมีหน้าที่และความรับผิดชอบสำหรับคุณ
ในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม เราเห็นถึงความคาดหมายและเงาสะท้อนล่วงหน้าของคริสตจักร โดยสมาชิกแต่ละคนมีหน้าที่แตกต่างกัน (เอเฟซัส 4:7,11-13) ดังที่เราได้อ่านเรื่องราวของวงศ์วานโคฮาท เกอร์โชน และเมรารี คนที่มีอายุระหว่างสามสิบถึงห้าสิบปี คือคนที่มา ‘เพื่อทำงาน’ เราจะเห็นว่าพระเจ้าทรงมอบหมายงานให้แต่ละคนเฉพาะเจาะจง (กันดารวิถี 4:3-4, 24-25, 31-32) เช่นเดียวกับในวันนี้ที่พระเจ้าทรงมอบหมายงานเฉพาะอย่างในคริสตจักรให้กับคุณ
สำหรับคนอิสราเอล การปฏิบัติศาสนกิจมีศูนย์กลางอยู่ที่เต็นท์นัดพบคือที่ประทับของพระเจ้า ตอนนี้ที่ประทับของพระเจ้าอยู่ท่ามกลางประชาชนของพระองค์ในพระกายของพระคริสต์ งานและศาสนกิจที่คุณถูกเรียกให้ทำนั้นก็เพื่อเสริมสร้างพระกายของพระคริสต์ นี่เป็นหนทางหนึ่งที่คุณจะได้สัมผัสกับการทรงสถิตอยู่ของพระเจ้า ที่ประทับของพระเจ้าไม่ได้จำกัดอยู่ในสถานที่ใดที่หนึ่ง แต่อยู่ในทุก ๆ ที่ ที่ประชาชนของพระเจ้าอยู่
ในตอนนี้ จะเห็นว่าเราไม่สามารถใช้อิสรภาพอย่างไม่เห็นคุณค่า เราได้รับการเตือนให้ระลึกถึงความบริสุทธิ์ของพระเจ้า และความจริงที่ว่าต้องมีสิ่งอัศจรรย์บางอย่างที่ทำให้คุณมีความสัมพันธ์กับพระเจ้าในแบบที่คุณสามารถมีได้ในขณะนี้
พระเจ้าทรงเตือนโมเสสว่าความบาปทุกอย่างเป็นการกระทำที่ไม่สัตย์ซื่อต่อพระเจ้า ‘จงบอกคนอิสราเอลว่า ผู้ชายหรือผู้หญิงก็ดีที่ทำบาปต่อกัน อันเป็นการทำผิดต่อพระยาห์เวห์ คนนั้นจึงมีความผิด’ (5:6) คนที่มีความผิดต้องสารภาพบาป ชดใช้การทำผิด และถวายเครื่องบูชาลบมลทินบาป (ข้อ 6-8)
เราไม่สามารถลบมลทินบาปของเราเองได้ การลบมลทินต้องถูกกระทำขึ้นเพื่อเรา นั่นคือสิ่งที่พระเยซูทรงกระทำเพื่อเราบนไม้กางเขน พระเจ้าทรงทำให้คุณเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ กำแพงของความบาปถูกทำลายผ่านทางพระเยซู ดังนั้นคุณและผมจึงสามารถพูดได้ว่า ‘เราเคยเป็นทาส แต่บัดนี้เราเป็นไท’
ข้าแต่พระเจ้า ขอบคุณที่ทรงปลดปล่อยข้าพระองค์ให้ใช้ชีวิตอย่างมีอิสระ ขอให้ข้าพระองค์ไม่ใช้อิสรภาพนั้นอย่างไม่เห็นคุณค่า ขอทรงโปรดช่วยให้ข้าพระองค์ใช้อิสรภาพของข้าพระองค์ในการรับใช้พระองค์และผู้อื่น ขอโปรดช่วยข้าพระองค์ให้ทำหน้าที่สำเร็จเป็นที่ชอบพระทัยของพระองค์
Pippa Adds
สดุดี 34:18
‘พระยาห์เวห์ทรงอยู่ใกล้ผู้ที่ใจแตกสลาย และทรงช่วยผู้สิ้นหวัง’
หลาย ๆ ครั้งฉันได้เห็นความรักของพระเจ้าค้ำจุนผู้ที่กำลังเดินผ่านความยากลำบากด้วยวิธีที่น่าอัศจรรย์ ‘คนชอบธรรมอาจมีความทุกข์ใจหลายอย่าง แต่พระยาห์เวห์ทรงช่วยกู้เขาออกมาให้พ้นหมด’ (สดุดี 34:19) ฉันจะรู้สึกชอบมากกว่า ถ้าพระคำตอนนี้กล่าวว่าคนชอบธรรมจะไม่มีความทุกข์ใจหลายอย่าง แต่พระธรรมกล่าวว่า ‘อาจ’ มีความทุกข์ใจหลายอย่าง ฉันคิดว่าถ้าเราไม่เคยผ่านช่วงเวลายากลำบาก เราก็จะไม่รู้ว่าพระเจ้าทรงเป็นพระผู้ช่วย และเราสามารถวางใจในพระองค์ในช่วงเวลาเหล่านั้น
References
ข้อพระคัมภีร์อ้างอิงมาจากพระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 2011 สงวนสิทธิ์โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย (ยกเว้นข้อที่ระบุว่าเป็นฉบับอื่น)ဤအစီအစဥ္အေၾကာင္း

การเข้าใจพระคัมภีร์อาจเป็นเรื่องยาก ทำไมไม่ลองอ่านหรือฟังพร้อมกับคำอธิบายทุกวัน จากนิคกี้และพิพพา กัมเบล -ผู้บุกเบิกอัลฟ่า เริ่มวันนี้เลย!
More
စပ္ဆိုင္ေသာ အစီအစဥ္မ်ား

ဝိညာဥ်ကြီးထွားခြင်းကို တည်ဆောက်ပေးသော အလေ့အကျင့် (၇)ခု

BibleProject | ယေရှုနှင့် လူသားမျိုးနွယ်သစ်

BibleProject | ဘုရားသခင်၏ထာဝရမေတ္တာ

BibleProject | တမန်တော်ပေါလုအကြောင်းလေ့လာချက်

ဆာလံကျမ်း ၁၁၉ အရ၊ နှုတ်ကပတ်တော်တရား

ယေရှု၏ ဘုရားဇာတိတော်ကို အတည်ပြုသောအကြောင်း (၅) ရပ်

ဉာဏ်အရာ၌ အသက်ကြီးသောသူ ဖြစ်ကြလော့

ဖတ်သောအရာကို နားလည်ပါသလား

BibleProject | ပဋိညာဉ်သစ်၊ ပညာသစ်
