YouVersion လိုဂို
ရွာရန္ အိုင္ကြန္

พระคัมภีร์ในหนึ่งปี 2023 พร้อมด้วยคำอธิบายจาก นิคกี้และพิพพา กัมเบลနမူနာ

พระคัมภีร์ในหนึ่งปี 2023 พร้อมด้วยคำอธิบายจาก นิคกี้และพิพพา กัมเบล

365 ၏ ေန႔ 77

พระผู้ช่วยให้รอด

โลกกำลังต้องการพระผู้ช่วยให้รอด ไลทส์ ศิลปินหญิงชาวแคนาดาถ่ายทอดในเนื้อเพลงของเธอ ที่ชื่อว่า ‘ผู้ช่วยให้รอด’ (‘Saviour’) ‘ค่ำคืนนี้ที่แสนอึกทึก เมื่อความสงบเงียบกำลังฟัง ฉันคุกเข่าลง และฉันรู้ว่ามี *บางอย่างหายไป...* ไม่ช้าก็เร็ว...*ฉันต้องการผู้ช่วยให้รอด ฉันต้องการผู้ช่วยชีวิต...* ‘เลเคร’ (มัวร์) แร็ปเปอร์ ผู้บริหาร โปรดิวเซอร์เพลง ผู้บริหารค่ายเพลงและนักแสดง ได้พูดแทนพวกเราหลายคนว่า ‘ผมไม่ได้เป็นคริสเตียนเพราะผมเข้มแข็งและมีทุกอย่าง แต่ผมเป็นคริสเตียนเพราะผมอ่อนแอ และยอมรับว่า*ผมต้องการพระผู้ช่วยให้รอด*’ ความจริงที่น่าตื่นตาตื่นใจของคริสต์ศาสนิกชนคือ ในพระเยซู คุณมีพระผู้ช่วยให้รอด แล้วคุณควรตอบสนองต่อข่าวดีที่พิเศษนี้อย่างไร?

สดุดี 35:1-10

ร้องหาพระเจ้าพระผู้ช่วยให้รอดของคุณ

คุณสามารถร้องเรียกหาพระเจ้าเพื่อขอความช่วยเหลือได้ตลอดเวลา

ชีวิตคือการต่อสู้ ถ้าเราโบกธงของพระเจ้า ย่อมมีคนที่จะออกมาสู้กับเรา ดาวิดอธิษฐานขอให้พระเจ้าต่อสู้กับคนที่ต่อสู้กับเขา (ข้อ 1ก)

เขาอธิษฐานว่า ‘ขอทรงรบกับผู้ที่รบกับข้าพระองค์ ... ทรงลุกขึ้นช่วยข้าพระองค์ ... ขอตรัสกับจิตใจของข้าพระองค์ว่า “เราเป็นความรอดของเจ้า"' (ข้อ 1ข–3) หรือในพระคัมภีร์ฉบับ The Message กล่าวไว้ว่า ‘ให้ความมั่นใจกับข้าพระองค์ ให้ข้าพระองค์ได้ยินพระองค์ตรัสว่า“เราจะช่วยเจ้า”’ (ข้อ 3, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)

เมื่อคุณถูกโจมตี เป็นเรื่องง่ายที่จะรู้สึกว่านั่นเป็นความผิดของคุณ แต่ดาวิดย้ำถึงสองครั้งว่า ความปรารถนาของพวกเขาที่จะดักจับเขานั้น ‘ไร้เหตุผล’ (ข้อ 7) บางครั้งคุณอาจเผชิญกับการต่อต้านไม่ใช่เพราะคุณทำอะไรผิด แต่เป็นเพราะคุณทำสิ่งที่ถูกต้อง ดาวิดอธิษฐานต่อพระเจ้าเพื่อทูลขอความช่วยเหลือ ‘แล้วจิตใจของข้าพระองค์จะเปรมปรีดิ์ในพระยาเวห์ ปีติยินดีอยู่ในการช่วยกู้ของพระองค์’ (ข้อ 9)

ศัตรูของคุณอาจแข็งแกร่งกว่าคุณ ดาวิดต้องเผชิญกับ ‘ผู้ที่จ้องเอาชีวิต’ ‘คนพาล’ และ ‘อันธพาล’ ที่มุ่งเอาชีวิต (ข้อ 1,4, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล) แต่พระเจ้าคือพระผู้ช่วยให้รอดที่ช่วยชีวิตและ ‘ปกป้องผู้ที่อ่อนแอ’ (ข้อ 10ข, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)

การทรงช่วยเหลืออย่างที่สุดของพระเจ้าคือความรอดที่อยู่ในพระเยซู ผมชอบบทเพลงที่เขียนโดย เบ็น ฟิลดิงและ รูเบน มอร์แกน ที่เฉลิมฉลองความรอดนี้ ให้เราใช้คำเหล่านี้เป็นการอธิษฐานและนมัสการด้วยกัน:

องค์พระผู้ไถ่ ภูเขาใหญ่ พระองค์ทรงเคลื่อนได้ พระเจ้าทรงช่วยให้รอดบาป พระองค์ช่วยให้รอดบาป ชั่วนิรันดร์ พระองค์ตายไถ่บาป ทรงฟื้นจากตายและมีชัย ชัยชนะเหนือความตาย

ลูกา 2:21-40

มองไปที่พระเยซูผู้เป็นพระผู้ช่วยให้รอดของคุณ

พระเยซูทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของโลก ทูตสวรรค์ได้ประกาศการบังเกิดของ ‘พระผู้ช่วยให้รอด’ (2:11) ในพระธรรมตอนนี้เราจะเห็นว่าในวันที่แปดพระกุมารได้รับการขนานนามว่า ‘เยซู’ ซึ่งแปลว่า ‘พระผู้ช่วยให้รอด’ ได้อย่างไร

บิดามารดาของพระองค์พาพระองค์ไปยังกรุงเยรูซาเล็ม ‘เพื่อถวายแด่พระผู้เป็นเจ้า’ และ ‘ถวายเครื่องบูชาตามที่ตรัสสั่งไว้แล้วในธรรมบัญญัติขององค์พระผู้เป็นเจ้า’ (ข้อ 22–24) พระเยซูเป็นผู้เติมเต็มและทรงเป็นเครื่องบูชาสูงสุดที่สำเร็จเป็นจริงตามที่เราได้อ่านในพันธสัญญาเดิม

1. มองไปที่พระเยซูเพื่อรับเอาสันติสุข

สิเมโอนอุ้มพระเยซูไว้ในอ้อมแขนของเขาและพูดกับพระเจ้าว่า ‘ตาของข้าพระองค์ได้เห็นความรอดของพระองค์แล้ว’ (ข้อ 30) การเห็นพระเยซูคือการเห็นความรอด การได้เห็นพระเยซูทำให้สิเมโอน ‘เป็นสุข’ (ข้อ 29 ข)

2. มองไปที่พระเยซูเพื่อดูว่าพระเจ้าเป็นอย่างไร

พระเยซูเป็นแสงสว่างที่สำแดงองค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ทรงเป็น ‘ความสว่างที่ส่องแก่คนต่างชาติ’ (ข้อ 32ก) เป็นไปไม่ได้ที่เราจะรู้จักพระเจ้าเว้นแต่พระองค์จะสำแดงพระองค์เองให้เราเห็น แต่พระเจ้าทรงทำเช่นนั้นในพระเยซู พระเยซูทรงสำแดงให้เราเห็นว่าพระเจ้าทรงเป็นเช่นไร พระเยซูตรัสว่า ‘คนที่ได้เห็นเราก็ได้เห็นพระบิดา’ (ยอห์น 14:9) พระเยซูทรงสำแดงความเป็นพระเจ้าอย่างสมบูรณ์กับทุกคน

3. มองไปที่พระเยซูสำหรับพระคุณและความจริง

พระเยซูทรงเป็นแสงสว่างที่นำมาซึ่งศักดิ์ศรี: ‘เป็นศักดิ์ศรีของพวกอิสราเอลชนชาติของพระองค์’ (ลูกา 2:32ข) คำว่า ‘ศักดิ์ศรี’ พูดถึงความดีเลิศ ความงดงาม ความยิ่งใหญ่ และความสมบูรณ์แบบของพระเจ้า พระเจ้าทรงสง่าราศี อิสราเอลมีศักดิ์ศรีเพราะพระเจ้าได้ประทับอยู่ท่ามกลางพวกเขา ครั้งแรกในพลับพลากลางทะเลทราย (ตามที่เขียนไว้ในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิมวันนี้) จากนั้นก็อยู่ในพระวิหารในเยรูซาเล็ม

โดยทางพระเยซู อิสราเอลได้เห็นถึงซึ่งพระสิริของพระเจ้าด้วยความจริงและสมบูรณ์ที่สุด ดังที่ยอห์นเขียนถึงพระเยซูว่า ‘เราเห็นพระสิริของพระองค์ คือพระสิริที่สมกับพระบุตรองค์เดียวของพระบิดา บริบูรณ์ด้วยพระคุณและความจริง’ (ยอห์น 1:14ข) พระเยซูทรงนำสง่าราศีมาสู่อิสราเอลและแก่เรา เพราะพระเยซูคือพระเจ้าที่ทรงประทับอยู่ท่ามกลางเรา

น่าเศร้าที่หลายคนปฏิเสธการสำแดงและพระสิริของพระเจ้าที่เราเห็นในพระเยซู สิเมโอนพยากรณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ‘พระกุมารนี้ได้รับการเลือกสรรเพื่อเป็นเหตุให้หลายคนในพวกอิสราเอลล้มลงหรือลุกขึ้น และจะเป็นหมายสำคัญที่คนจะปฏิเสธ เพื่อที่ว่าความคิดในใจของคนจำนวนมากจะปรากฏแจ้ง’ (ลูกา 2:34–35)

การมีสัมพันธภาพที่ใกล้ชิดกับพระเยซูนำมาซึ่งพระพรอันยิ่งใหญ่แต่ก็ต้องทนทุกข์ บางทีคุณอาจมีสมาชิกในครอบครัว เพื่อนสนิท หรือคนอื่นที่คุณใส่ใจที่เป็นปฏิปักษ์กับพระเยซู หรือเพียงแค่ไม่สนใจก็ได้ เมื่อเราเห็นผู้คนปฏิเสธพระเยซู เราจะได้เห็นแค่เพียงเล็กน้อยถ้าเทียบกับสิ่งที่นางมารีย์ต้องประสบนั่นคือ ‘หัวใจของท่านเองก็จะถูกดาบแทงทะลุด้วย’ (ข้อ 35)

ความทุกข์ทรมานอันยิ่งใหญ่นี้ของนางมารีย์คือการจัดเตรียมเพื่ออนาคต ในระหว่างนั้นเธอมีความสุขที่ได้เห็นพระเยซูทรงจำเริญขึ้นและ ‘เข้มแข็ง’ ‘พระองค์ทรงเปี่ยมด้วยสติปัญญาและพระคุณของพระเจ้าอยู่ที่ท่าน’ (ข้อ 40) ‘ปัญญา’ และ ‘พระคุณ’ เป็นลักษณะของพระผู้ช่วยให้รอดที่เราควรนำมาเป็นแบบอย่างในชีวิตของเรา

ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงโปรดประทานให้ข้าพระองค์มีสายตาเหมือนสิเมโอน เพื่อได้เห็นความรอดในโลกวันนี้ ขอทรงประทานพระคุณและสติปัญญาสำหรับการตัดสินใจ การพบปะกับผู้คนและการสนทนาทั้งหมดของข้าพระองค์ในวันนี้

กันดารวิถี 7:1-65

นมัสการพระผู้ช่วยให้รอดของโลก

พ่อแม่มือใหม่หลายคนมีความรู้สึกลึกซึ้งว่า พระผู้เป็นเจ้าทรงประทานลูกน้อยให้กับพวกเขา แต่วันนั้นสำหรับนางมารีย์และโยเซฟ มีอะไรมากกว่านั้นในพระวิหาร เมื่อพวกเขาต้องมอบทารกที่ได้มาอย่างอัศจรรย์ที่พระเจ้าทรงประทานให้กลับคืนสู่พระองค์

การประสูติของพระเยซูพระผู้ช่วยให้รอดเป็นเหตุการณ์สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ สิเมโอนอุ้มพระเยซูไว้ในอ้อมแขนและพูดว่า ‘เพราะว่าตาของข้าพระองค์ได้เห็นความรอดของพระองค์แล้ว ซึ่งพระองค์ได้ทรงจัดเตรียมไว้ต่อหน้าบรรดาชนชาติทั้งหลาย’ (ลูกา 2:30–31) อาจจะไม่น่าแปลกใจที่คำพยากรณ์ และการเตรียมการสำหรับการเสด็จมาของพระเยซูนั้น มีรายละเอียดและซับซ้อนมากเป็นพิเศษ

พระธรรมกันดารวิถีตอนนี้ ทำให้เราค้นพบว่ามีการจัดตั้งพลับพลาอย่างไร (กันดารวิถี 7:1 - 10:10) เราอ่านเกี่ยวกับคนแต่ละเผ่าที่ร่วมกันสร้างเพื่อถวายโดยสมัครใจ แต่ละคนนำมาถวายเท่า ๆ กัน ของถวาย เหล่านั้นถูกมอบให้กับพระเจ้า (ผ่านโมเสสผู้รับใช้ของพระองค์) ประชากรทั้งหมดของพระเจ้ามีส่วนร่วมในงานมอบถวายพลับพลา

ในตอนแรกพระธรรมตอนนี้อาจดูเหมือนเป็นเทคนิคที่ไม่ค่อยจำเป็นนักสำหรับผู้อ่านยุคใหม่ กระนั้นการนำ เสนอบรรดาของถวายที่อันล้ำค่าแด่พระเจ้าในพลับพลา (กันดารวิถี 7) สะท้อนให้เห็นภาพอย่างสวยงามใน การถวายพระกุมารเยซูแด่พระเจ้าในวิหาร (ลูกา 2:22) พระธรรมตอนนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การทำบัญชีเล็กๆน้อยๆในยุคโบราณ

โอกาสสำหรับบของถวายอันล้ำค่าเหล่านี้ คือความสมบูรณ์และการอุทิศตัวเพื่อพลับพลา พลับพลาเป็นสัญลักษณ์ของการประทับของพระเจ้าร่วมกับประชาชนของพระองค์ ประชาชนถวายเพื่อเป็นดั่งการตอบสนองต่อพระคุณของพระเจ้าและการประทับอยู่ท่ามกลางพวกเขา ของถวายของพวกเขาคือ การแสดงออกถึงการนมัสการและการขอบคุณพระผู้ช่วยให้รอด

ในขณะเดียวกันของถวายหล่านี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมการสำหรับการถวายพลับพลาครั้งสุดท้าย พวกเขากำลังทำให้เหมาะสมสำหรับการเสด็จมาประทับของพระเจ้า ทั้งการเตรียมการอย่างละเอียดประณีต ของถวายอันล้ำค่าและรายละเอียดที่ผู้เขียนบันทึก สิ่งเหล่านี้ล้วนชี้ให้เห็นถึงพระพรอันน่าอัศจรรย์ที่ชาวอิสราเอลมีองค์พระผู้เป็นเจ้าที่ทรงประทับอยู่ท่ามกลางพวกเขา

เครื่องบูชา และศานติบูชาทั้งสิ้นในธรรมบัญญัติของโมเสสเป็นเพียงการเตรียมการและเงาะสะท้อนล่วงหน้าของการประสูติ และการสิ้นพระชนม์ของพระผู้ช่วยให้รอด พลับพลาชี้ไปข้างหน้าถึงสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า พระเจ้าไม่ได้ประทับอยู่ในเต็นท์ท่ามกลางเราอีกต่อไป พระองค์ได้มาอยู่ท่ามกลางพวกเราในฐานะพวกเราคนหนึ่ง พระเยซูทรงเป็นเครื่องบูชาที่ถูกถวายแล้วตามธรรมบัญญัติ แต่พระองค์จะทรงดำเนินตามพระประสงค์ของธรรมบัญญัติต่อไปให้สำเร็จ (ข้อ 22–24ก) ‘เมื่อโยเซฟกับนางมารีย์ทำสิ่งต่าง ๆ ตามธรรมบัญญัติขององค์พระผู้เป็นเจ้า...’ (ข้อ 39ก)

หลายปีต่อมาพระเยซู พระผู้ช่วยให้รอดทรงยกเลิกความจำเป็นในการถวายเครื่องบูชาและศานติบูชาทั้งหมดในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม โดยการถวายพระกายของพระเยซูคริสต์เพียง ‘ครั้งเดียวเป็นพอ’ (ดู ฮีบรู 10:1–10)

ไม่น่าแปลกใจที่เมื่อสิเมโอนตระหนักว่าพระกุมารในอ้อมแขนของเขาคือพระผู้ช่วยให้รอดของโลก เขา ‘สรรเสริญพระเจ้า’ (ลูกา 2:28) นางอันนาก็ ‘ขอบพระคุณพระเจ้า’ เช่นเดียวกัน (ข้อ 38) พระเยซูพระผู้ช่วยให้รอดเป็นจุดสำคัญของการสรรเสริญและการขอบพระคุณของเราทั้งหมด

ผมชอบอีกบทเพลงนึง ที่เขียนโดย เบ็น แคนเท็นลอน ซึ่งเป็นการตอบสนองที่เหมาะสมในการอธิษฐาน และนมัสการถึงทุกอย่างที่เราได้อ่านในวันนี้เกี่ยวกับพระเยซูผู้ช่วยให้รอด

เพราะทรงสร้างหนทางแก่เรา ทำให้เราได้รับความรอด ทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของโลกา เราจึงเปล่งเสียงสรรเสริญ เพื่อพระเกียรติและพระสิริ สรรเสริญพระเจ้า สรรเสริญพระเจ้า พระเยซู พระผู้ช่วยให้รอดของโลกา

Pippa Adds

ลูกา 2:21–40

ไม่มีอะไรที่พ่อแม่จะปลื้มมากไปกว่าการได้ยินว่าลูกของพวกเขาได้รับคำสรรเสริญ พวกเขาคงตื่นเต้นมาก และอาจประหลาดใจเล็กน้อยกับคำพยากรณ์สุดพิเศษของสิเมโอนและนางอันนา แต่ก็ไม่มีอะไรจะเจ็บปวดไปกว่าการเห็นลูกของคุณต้องทนทุกข์ทรมาน ‘หัวใจของท่านเองก็จะถูกดาบแทงทะลุด้วย’ (ข้อ 35ข) พวกเขาต้องผ่านอะไรมากมาย แต่เมื่อภาพรวมเปิดเผยออกมา ทุกอย่างก็คุ้มค่า

References

ข้อพระคัมภีร์อ้างอิงมาจากพระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 2011 สงวนสิทธิ์โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย (ยกเว้นข้อที่ระบุว่าเป็นฉบับอื่น)

ဤအစီအစဥ္အေၾကာင္း

พระคัมภีร์ในหนึ่งปี 2023 พร้อมด้วยคำอธิบายจาก นิคกี้และพิพพา กัมเบล

การเข้าใจพระคัมภีร์อาจเป็นเรื่องยาก ทำไมไม่ลองอ่านหรือฟังพร้อมกับคำอธิบายทุกวัน จากนิคกี้และพิพพา กัมเบล -ผู้บุกเบิกอัลฟ่า เริ่มวันนี้เลย!

More