YouVersion လိုဂို
ရွာရန္ အိုင္ကြန္

พระคัมภีร์ในหนึ่งปี 2023 พร้อมด้วยคำอธิบายจาก นิคกี้และพิพพา กัมเบลနမူနာ

พระคัมภีร์ในหนึ่งปี 2023 พร้อมด้วยคำอธิบายจาก นิคกี้และพิพพา กัมเบล

365 ၏ ေန႔ 72

ขอบเขตแห่งรัก

ผมจำได้ว่าเมื่อหลายปีก่อน มีการแข่งขันฟุตบอลที่มีเด็กผู้ชายยี่สิบสองคน (รวมถึงลูกชายของผมคนหนึ่งอายุแปดขวบด้วย) แอนดี้ เพื่อนของผมกำลังจะมาเป็นกรรมการผู้ตัดสิน แต่น่าเสียดายเมื่อถึงเวลา 14:30 น. เขาก็ยังไม่ปรากฏตัว แต่เด็ก ๆ ไม่สามารถรอได้อีกต่อไป ผมจึงถูกเกณฑ์ให้เป็นกรรมการผู้ตัดสินแทน แต่ผมก็ไม่มีนกหวีด ไม่มีเครื่องหมายใด ๆ สำหรับแสดงขอบเขตของสนาม และผมแทบไม่รู้กติกาพอ ๆ กับเด็ก ๆ บางคน ในไม่ช้าเกมก็เข้าสู่ความสับสนวุ่นวายอย่างที่สุด บ้างก็ตะโกนว่าลูกบอลเข้าแล้ว คนอื่น ๆ ก็บอกว่าออกแล้ว ผมไม่แน่ใจเลยปล่อยให้สิ่งต่าง ๆ ดำเนินไป จากนั้นการฟาล์วก็เริ่มขึ้น บางคนร้องว่า ‘ฟาล์ว’ อีกคนบอกว่า ‘ไม่ฟาล์ว’ ผมไม่รู้ว่าใครถูก ผมจึงปล่อยให้พวกเขาเล่นต่อไป จากนั้นผู้เล่นก็เริ่มบาดเจ็บ เมื่อแอนดี้มาถึง ก็มีเด็กผู้ชายสามคนนอน ‘บาดเจ็บ’ อยู่ที่พื้น และเด็ก ๆ ที่เหลือทั้งหมดส่วนใหญ่ก็ตะโกนใส่ผม! แต่ในขณะที่แอนดี้มาถึง เขารีบเป่านกหวีด จัดการการเล่นของทีม บอกพวกเขาว่า*ขอบเขต*อยู่ที่ไหน และให้พวกเขาอยู่ภายใต้กฎกติกาอย่างสมบูรณ์ จากนั้นพวกเด็ก ๆ ก็สนุกสนานกับฟุตบอลกันสุด ๆ เลย เด็ก ๆ มีอิสระในการเล่นมากขึ้นโดยไม่มีกฎกติกา หรือในความเป็นจริงแล้วพวกเขามีอิสระ*น้อยลง*? หากไม่มีผู้มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมกฎกติกาอย่างมีประสิทธิภาพ พวกเขาสามารถทำในสิ่งที่ต้องการได้แต่นั่นก็จะ ทำให้พวกเขาสับสนและบาดเจ็บ พวกเขาชอบมันมากกว่าเมื่อได้เล่นเกมตามกฎ จากนั้นพวกเขาก็มีอิสระที่จะ สนุกสนานกับเกม กฎของฟุตบอลไม่ได้ออกแบบมาเพื่อดึงความสนุกของเกมออกไป แต่ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้สามารถสนุกกับเกมได้อย่างเต็มที่ ‘กฎเกณฑ์’ ของพระเจ้าเป็นขอบเขตสำหรับชีวิตซึ่งพระองค์ทรงประทานมาจากความรักที่พระองค์มีต่อเรา ขอบเขตของพระองค์ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อจำกัดเสรีภาพของเราแต่กลับ*ให้*เสรีภาพแก่เรา เช่นเดียวกับกฎกติกาของฟุตบอลซึ่งไม่ได้หยุดความสนุกของเกม แต่ช่วยให้สามารถเล่นเกมแห่งชีวิตได้อย่างเต็มที่

สุภาษิต 7:1-5

ขอบเขตแห่งความรักของพระเจ้า

พระเจ้าไม่ได้ทรงเชื้อเชิญเราให้ทำตามกฎเกณฑ์ของพระองค์แต่พระองค์ทรงตรัสสั่ง แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่คำสั่งของเผด็จการ แต่เป็นคำสั่งของพระบิดาผู้เปี่ยมด้วยความรักซึ่งออกแบบมาเพื่อรับประกันความยุติธรรม สันติสุขและความบริบูรณ์ของชีวิต

ผู้เขียนพระธรรมสุภาษิต เปรียบเสมือนพ่อแม่ที่หนุนจิตชูใจลูก ๆ และส่งต่อคำสั่งของพระเจ้าไปยังพวกเขา เขาเรียกร้องให้ลูก ๆ ของเขา ‘จงสะสมบัญญัติของข้าไว้กับเจ้า’ (ข้อ 1) ‘รักษาบัญญัติของข้าและมีชีวิตอยู่’ (ข้อ 2ก) ‘รักษาคำสอนของข้า ... อย่างกับแก้วตาของเจ้า’ (ข้อ 2ข, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก Amplified Bible โดยผู้แปล) ‘เขียนไว้บนแผ่นจารึกแห่งหัวใจของเจ้า’ (ข้อ 3ข) นี่คือสิ่งที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ทำ พระองค์ทรงใส่ บทบัญญัติจารึกไว้ในใจคุณและทำให้คุณสามารถรักษาพระบัญญัติเหล่านั้นไว้ได้ (เยเรมีย์ 31:33–34)

พระบัญญัติของพระเจ้านำมาซึ่ง ‘ปัญญา’ และปัญญาควรเป็น ‘ญาติสนิท’ ของเรา (สุภาษิต 7:4, พระคัมภีร์ ตอนนี้จาก Amplified Bible โดยผู้แปล) พวกเขานำมาซึ่ง ‘ความรอบรู้' (ข้อ 4) และนำเราให้พ้นจากปัญหา (ข้อ 5)

พระวิญญาณบริสุทธิ์ผู้เปี่ยมไปด้วยความรัก พระองค์ทรงได้จารึกบัญญัติของพระองค์ไว้ในใจข้าพระองค์ ขอทรงโปรดช่วยให้ข้าพระองค์รักษาขอบเขตของพระองค์และได้ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่

ลุกา 1:1-25

ตัวอย่างของบุคคลอื่น ๆ

สิ่งหนึ่งที่ช่วยผมได้มากที่สุดในชีวิตคือตัวอย่างที่สร้างแรงบันดาลใจของผู้อื่น บางครั้งเป็นผู้สูงอายุ เช่น เศคาริยาห์และเอลีซาเบธ ได้มีชีวิตและ ‘ดำเนินชีวิตอย่างไร้ที่ติตามบัญญัติและกฎหมายทั้งปวงของพระเจ้า’ (ข้อ 6, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก Amplified Bible โดยผู้แปล) บางครั้งก็เป็นคนหนุ่มสาวที่เต็มไปด้วย พระวิญญาณบริสุทธิ์และฤทธิ์อำนาจเช่นเดียวกับยอห์นผู้ให้บัพติศมา ทุกคนทุกวัยสามารถเป็นตัวอย่างที่ สร้างแรงบันดาลใจได้

ลูกาเป็นชายที่มีการศึกษา นักประวัติศาสตร์และตามธรรมเนียมแล้วคาดว่าเขาน่าจะเป็นหมอ เขาเป็นคน ต่างชาติเพียงคนเดียวในบรรดานักเขียนชาวยิวในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ นี่เป็นเล่มแรกของผลงานทั้ง สองเล่มของเขาคือ ‘ลูกา-กิจการของอัครทูต’

ลูกาได้สืบเสาะค้นคว้าเรื่องราวของพระเยซูอย่างละเอียด (ข้อ 3) เขาเรียบเรียง ‘ลำดับ’ โดยอ้างอิงจาก ‘ผู้ที่ได้เห็นกับตาเอง’ (ข้อ 1,2) เพื่อให้คุณ ‘รู้จริงเกี่ยวกับเรื่องราวเหล่านั้นที่เคยมีผู้แจ้งให้ท่านทราบ’ (ข้อ 4) คุณสามารถมีความเชื่อมั่นที่แท้จริงเกี่ยวกับชีวิต ความตายและการฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซู

เขาเริ่มต้นเรื่องราวด้วยเรื่องการถือกำเนิดของยอห์นผู้ให้บัพติศมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาได้เริ่มต้นจากพ่อแม่ ของยอห์นนั่นคือเศคาริยาห์และเอลีซาเบธ ‘ทั้งสองคนเป็นคนชอบธรรมต่อพระเจ้าและดำเนินตามบัญญัติและ กฎหมายทั้งปวงขององค์พระผู้เป็นเจ้า ไม่มีที่ติเลย’ (ข้อ 6) (เป็นที่น่าสังเกตว่าไม่มีข้อเสนอแนะที่แน่นอนใด ๆ ที่บ่งบอกว่าการที่เอลีซาเบธเป็นหมันนั้นเกิดจากความบาปบางอย่างในชีวิตของพวกเขาอันที่จริงค่อนข้างตรง กันข้าม)

ในที่สุดคำอธิษฐานของพวกเขาก็ถูกรับฟัง (ข้อ 13) เมื่อเราอธิษฐานต่อพระเจ้า พระองค์ทรงสดับฟังมากกว่า ที่เราร้องทูล พระองค์ตอบมากกว่าที่เราทูลขอ และพระองค์ทรงประทานให้มากกว่าที่เราจะจินตนาการได้ ในเวลาของพระองค์และในแบบของพระองค์เอง พวกเขารอคอยคำอธิษฐานของพวกเขาเป็นเวลานาน ถ้าพระเจ้าให้คุณรอคุณก็คือพวกเดียวกัน

พระเจ้าทรงอนุญาตให้พวกเขามีบุตรซึ่งทำให้พวกเขามีความสุขและความยินดี พระเจ้าประทาน ‘นิมิต’ ให้เศคาริยาห์ (ข้อ 22) ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ยอห์นผู้ให้บัพติศมา ‘เปี่ยมด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ตั้งแต่อยู่ใน ครรภ์มารดา’ (ข้อ 15) เขาจะทำ ‘ให้พ่อกลับคืนดีกับลูกและให้คนดื้อด้านกลับได้ปัญญาของคนชอบธรรม’ (ข้อ 17)

ความปรารถนาของพระเจ้าคือให้โลกกลับสู่วิถีชีวิตที่ชาญฉลาดและห่างจากความวุ่นวายที่มาจากการไม่เชื่อฟังพระบัญญัติของพระองค์ พระเยซูคือผู้ที่ทำให้สิ่งนี้เป็นไปได้ ยอห์นผู้ให้บัพติศมาได้มาเพื่อเตรียมทางให้พระเยซู

ขอบคุณพระเจ้าสำหรับบุคคลตัวอย่างที่สร้างแรงบันดาลใจจากพระคัมภีร์และในสังคมปัจจุบันของผู้ที่ดำเนินชีวิตภายใต้ขอบเขตของพระองค์ พระองค์ทรงเปลี่ยนแปลงสังคมของข้าพระองค์ ฟื้นฟูการแต่งงานและการ เลี้ยงดูที่ดี ขอทรงเติมเต็มพระวิญญาณบริสุทธิ์ให้กับข้าพระองค์ในวันนี้

เลวีนิติ 26:14-27:34

พระพรแห่งขอบเขต

พระเจ้าทรงรักคุณ พระองค์ไม่ต้องการให้คุณเผชิญกับความเจ็บปวดและทำให้ชีวิตของคุณและชีวิตของคนอื่นยุ่งเหยิง นั่นคือเหตุผลที่พระองค์ทรงประทานคู่มือการใช้งานแก่คุณและเตือนคุณถึงอันตรายของการใช้ชีวิต นอกขอบเขตแห่งรักของพระองค์

ข้อสุดท้ายในพระธรรมเลวีนิติสรุปว่าหนังสือทั้งเล่มมีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร ‘ข้อเหล่านี้เป็นพระบัญญัติที่ พระยาห์เวห์ทรงบัญญัติไว้กับโมเสสสำหรับคนอิสราเอลบนภูเขาซีนาย' (27:34, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล) ขอบเขตของพระองค์มีไว้เพื่อนำมาซึ่งพระพร

บทความของวันนี้อธิบายถึงผลร้ายเมื่อคนของพระเจ้า 'ไม่เชื่อฟังเรา (พระเจ้า) และไม่ทำตามพระบัญญัติ ทั้งหมดเหล่านี้’ (26:14) ‘ถ้าเจ้าเบื่อหน่ายกฎเกณฑ์ของเราและใจของเจ้าเกลียดชังกฎหมายของเรา จึงไม่ทำตามบัญญัติทั้งสิ้นของเรา แต่ทำลายพันธสัญญาของเรา แล้วเราจะทำดังนี้แก่เจ้า…’ (ข้อ 15)

เราเห็นโลกที่สับสนวุ่นวายซึ่งเป็นผลมาจาก ‘ความเห่อเหิม’ (ข้อ 19) ความสัมพันธ์กับพระเจ้าขาดสะบั้น คำอธิษฐานไม่ได้รับคำตอบ พระเจ้าตรัสว่า ‘เราจะ...ทำให้ฟ้าสวรรค์ของเจ้าเหมือนเหล็ก’ (ข้อ 19) การไม่เชื่อฟังกำลังทำให้หมดเรี่ยวแรง ‘เจ้าทั้งหลายจะเปลืองกำลังเสียเปล่า ๆ’ (ข้อ 20) ไม่ว่าคุณจะ ประสบความสำเร็จทางด้านวัตถุ แต่ก็ไม่ได้ทำให้พอใจ: ’พวกเจ้าจะกินแต่จะไม่อิ่ม’ (ข้อ 26ข) สิ่งเหล่านี้ถูก อธิบายตามตัวอักษรว่า ‘คำสาปแช่งของการไม่เชื่อฟัง’

พระเจ้าประทานโอกาสที่เป็นไปได้ในการกลับใจ พระองค์ทรงวางอุปสรรคทั้งปวงขวางทางเรา เพื่อนำให้เราหันกลับมาหาพระองค์ (ข้อ 18,21,23,27) ด้วยความสัตย์ซื่อของพระองค์ และแม้จะมีการปฏิเสธอย่างต่อเนื่องแต่ พระเจ้าก็พร้อมที่จะต้อนรับเรากลับมาเสมอ หากเราสารภาพและถ่อมตัวลง (ข้อ 40–42)

ทั้งหมดนี้ชี้ไปที่พระเยซู สิ่งที่น่าเศร้าเกี่ยวกับพระบัญญัติเหล่านี้ คือ ไม่มีใครสามารถรักษามันไว้ได้ เป็นที่ชัดเจนในข้อพระคำเหล่านี้ว่าพระเจ้ารู้ว่าผู้คนจะละเมิดพระคำเหล่านั้น และนำคำสาปแช่งมาสู่ตัวพวกเขาเอง แต่นั่น ไม่ใช่จุดจบของเรื่องทั้งหมด พระเจ้าทรงสัญญาว่าถึงตอนนั้นพระองค์จะทรงทำหน้าที่ช่วยกู้และไถ่ประชากร ของพระองค์ (ข้อ 42–45) ในที่สุดพระเจ้าก็ทรงกระทำเช่นนี้โดยยอมรับคำแช่งสาปทั้งหมดไว้กับตัวพระองค์ เอง

เมื่อเรามองเบื้องหลังทั้งหมดนี้เราจะเข้าใจว่าไม้กางเขนนั้นน่าอัศจรรย์เพียงใดและการที่พระเยซูทรงถูกสาปแช่งเพื่อเราโดยพระองค์เองนั้นมากเพียงใด และพระพรอันพิเศษของการถูกชำระให้ชอบธรรมด้วยความเชื่อและได้พระวิญญาณตามพระสัญญา (กาลาเทีย 3:10–14)

พระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้าเปลี่ยนแปลงเราเมื่อพระองค์ทรงจารึกขอบเขตของพระองค์ลงในหัวใจของเรา ดังที่อาจารย์เปาโลกล่าวว่า ‘จงดำเนินชีวิตตามพระวิญญาณ แล้วท่านจะไม่สนองความต้องการของเนื้อหนัง’ (กาลาเทีย 5:16) พระวิญญาณของพระเจ้าก่อให้เกิดผลแห่ง ‘ความรัก ความยินดี สันติสุข’ และอื่น ๆ อีกมาก มายในตัวคุณ (ข้อ 22)

ขอบเขตถูกประทานให้ด้วยความรัก พระเยซูสรุปพระบัญญัติไว้ว่า ‘จงรักองค์พระผู้เป็นเจ้าของท่าน...และ... รักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง’ (มัทธิว 22:37–40) ‘เรารักก็เพราะพระองค์ทรงรักเราก่อน’ (1 ยอห์น 4:19) โดยความรักพระองค์สิ้นพระชนม์เพื่อคุณและตอนนี้พระองค์ทรงประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์แก่คุณ เพื่อให้ คุณปฏิบัติตามพระบัญญัติของพระองค์โดยดำเนินชีวิตบนความรัก

ข้าแต่พระเจ้า ขอบคุณพระองค์ที่ทรงให้อภัยความล้มเหลวของข้าพระองค์ผ่านทางพระเยซู เพื่อที่ข้าพระองค์ จะรักษาขอบเขตของพระองค์ไว้ ขอบคุณพระองค์ที่ตอนนี้พระองค์ทรงประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์ของ พระองค์ให้ข้าพระองค์ เพื่อช่วยให้ข้าพระองค์รักษาพระบัญญัติของพระองค์และดำเนินชีวิตบนความรัก

Pippa Adds

ลูกา 1:13

‘แต่ทูตสวรรค์องค์นั้นกล่าวแก่ท่านว่า... “เพราะพระองค์ทรงฟังคำอธิษฐานของท่านแล้ว”’

เศคาริยาห์อธิษฐานวิงวอนขอมีบุตรมานานหลายสิบปีและคงต้องใช้เวลานานนับตั้งแต่ที่ละทิ้งคำอธิษฐานนั้น สิ่งนี้หนุนใจได้มากทีเดียว พระเจ้าทรงสดับฟังแม้ว่าพระองค์ดูเหมือนจะไม่ตอบคำอธิษฐานเลยก็ตาม เวลาของพระเจ้านั้นเหมาะสมสำหรับการมาถึงของยอห์นบนโลก เราไม่ได้เห็นภาพที่ใหญ่กว่าเสมอไป

References

ข้อพระคัมภีร์อ้างอิงมาจากพระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 2011 สงวนสิทธิ์โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย (ยกเว้นข้อที่ระบุว่าเป็นฉบับอื่น)

ဤအစီအစဥ္အေၾကာင္း

พระคัมภีร์ในหนึ่งปี 2023 พร้อมด้วยคำอธิบายจาก นิคกี้และพิพพา กัมเบล

การเข้าใจพระคัมภีร์อาจเป็นเรื่องยาก ทำไมไม่ลองอ่านหรือฟังพร้อมกับคำอธิบายทุกวัน จากนิคกี้และพิพพา กัมเบล -ผู้บุกเบิกอัลฟ่า เริ่มวันนี้เลย!

More