พระคัมภีร์ในหนึ่งปี 2023 พร้อมด้วยคำอธิบายจาก นิคกี้และพิพพา กัมเบลနမူနာ

การตรึงกางเขน
ในช่วงเวลาของการเป็นทาสในสหรัฐอเมริกา ทาสทางตอนใต้มีชีวิตอยู่ภายใต้สภาวะที่โหดร้ายทารุณ พวกเขาแต่งเพลงที่ปลุกเร้าอารมณ์เป็นอย่างมากด้วยท่วงทำนองที่น่าสะพรึงและเอ่อล้นไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก บทเพลง ‘ทางจิตวิญญาณ’ เหล่านี้เป็นเพลงแห่งความหวังและการรอคอย พวกเขาเป็นทาสที่มีการคร่ำครวญ ฝ่ายจิตวิญญาณ พวกเขาเฝ้ารอคอยอิสรภาพ พวกเขาโอบกอดพระเยซูในฐานะที่ทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดและทรงเป็นพระเจ้าของพวกเขา ในท่ามกลางความทุกข์ทรมานที่แทบจะทนไม่ได้ พวกเขาได้สัมผัสกับพระคุณและสันติสุขของพระองค์ และความหวังสำหรับอนาคต ด้วยความสัมพันธ์นี้พวกเขาจึงสามารถร้องเพลงว่า *คุณอยู่ที่นั่นหรือเปล่า ตอนที่พวกเขาตรึงพระเจ้าของเรา?* ในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่สำหรับวันนี้ เราได้เห็นถึงเบื้องหลังของการกล่าวอ้างในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ว่าผู้ที่ *‘พวกเขาตรึง’* นั้นแท้จริงแล้วเป็น*พระเจ้าของเรา* พระเจ้าในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ถูกเรียกว่า *‘พระยาห์เวห์’ (The Lord)* คำในภาษาฮีบรูดั้งเดิมสำหรับคำว่า ‘พระยาห์เวห์' (YHWH) เป็นคำที่ไม่มีสระและไม่มีการเปล่งเสียง เพราะถือว่าศักดิ์สิทธิ์เกินไปที่จะออกเสียง ด้วยเหตุผลดังกล่าวเมื่อมีการเพิ่มสระลงไปในคำภาษาฮีบรูดั้งเดิมจึงไม่ได้เพิ่มไปที่ ‘พระนาม’ (YHWH) มีการถกเถียงกันมากในยุคปัจจุบันว่าควรใช้สระอะไร มีคนคิดว่าควรใช้คำว่า ‘เยโฮวาห์’ (Jehovah) แต่นักวิชาการส่วนใหญ่คิดว่าใช้คำว่า ‘ยาห์เวห์’ (Yahweh) นั้นถูกต้องกว่า ในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิมฉบับภาษากรีก เซปตัวจินต์ (Septuagint) พระนามอันศักดิ์สิทธิ์นี้ (YHWH) แปลว่าคีริออส (Kyrios) (พระยาห์เวห์) ในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ผู้เขียน (ซึ่งเป็นชาวยิวที่เชื่อว่า พระเจ้ามีองค์เดียว) ได้ยืนยันรากฐานของคริสเตียนที่ว่า *‘พระเยซูทรงเป็นพระยาห์เวห์’ (Kyrios)* (โรม 10:9; 2 โครินธ์ 4:5; กิจการ 2:36) และ*พระยาห์เวห์ของเรา*ทรง*ถูกตรึงกางเขนเพื่อเรา*สดุดี 31:19-24
รักพระเจ้า
ดาวิดเรียกร้องว่า ‘ท่านผู้จงรักภักดีทั้งสิ้นของพระองค์ จงรักพระยาห์เวห์!’ (ข้อ 23ก) จงรักพระเจ้าเป็นพระบัญญัติประการแรก นี่เป็นความสัมพันธ์แห่งความรักทั้งสองฝ่าย เรารักก็เพราะพระองค์ทรงรักเราก่อน (1 ยอห์น 4:19) ความรักของเราเป็นการตอบสนองความรักของพระองค์
ดาวิดเขียนไว้ว่า ‘สาธุการแด่พระยาห์เวห์ เพราะพระองค์ทรงสำแดงความรักมั่นคงแก่ข้าพระองค์อย่างอัศจรรย์’ (สดุดี 31:21ก) ใคร่ครวญดูว่าพระเจ้าทรงรักคุณมากเพียงใด ‘พระพรของพระองค์มีมากสักเท่าใด ซึ่งพระองค์ทรงสะสมให้ผู้ที่นมัสการพระองค์’ (ข้อ 19, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)
พระองค์ทรงกำบังคุณไว้ใน ‘ที่กำบังเฉพาะพระพักตร์[พระองค์]’ (ข้อ 20ก) พระองค์ทรงซ่อนคุณไว้ให้ปลอดภัยในพลับพลาของพระองค์ (ข้อ 20ข) พระองค์ทรงปกป้องคุณให้พ้นจาก ‘ลิ้นที่ทะเลาะวิวาท’ (ข้อ 20ข) พระองค์*ทรงสดับเสียงวิงวอนของคุณ * เมื่อคุณทูลขอ ‘ความช่วยเหลือ’ (ข้อ 22ข) ‘พระเจ้าทรงปกป้องทุกคนที่อยู่ใกล้ชิดพระองค์’ (ข้อ 23, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล) ดังนั้นคุณต้อง ‘เข้มแข็งและให้ใจของพวกท่านกล้าหาญเถิด’ (ข้อ 24ก) แม้กระทั่งในเวลาที่สิ่งต่าง ๆ ดูเหมือนจะยากลำบาก ‘จงกล้าหาญ จงเข้มแข็ง จงอย่ายอมแพ้’ (ข้อ 24, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)
ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์สรรเสริญพระองค์สำหรับความรักอันอัศจรรย์ของพระองค์ ขอบพระคุณที่พระองค์ทรงสดับเสียงวิงวอนขอความเมตตาเมื่อข้าพระองค์ทูลขอความช่วยเหลือจากพระองค์ ข้าแต่พระเจ้า ขอพระองค์ทรงโปรดช่วย…..
มาระโก 15:1-32
พระเยซูทรงเป็นพระเจ้า
‘คุณอยู่ที่นั่นหรือเปล่า ตอนที่พวกเขาตรึงพระเจ้าของเรา?’ ผมรู้สึกสะเทือนใจเมื่อได้อ่านเรื่องราวการข่มเหง การทรมาน และการตรึงการเขนของพระเยซู พวกเขาตรึงกางเขนเพื่อนของผมและพระเจ้าของผม พระเยซูทรงเป็น
1. ทรงเป็นกษัตริย์ของฉัน
พระเยซูทรงยอมรับตำแหน่ง ‘กษัตริย์ของพวกยิว’ (มาระโก 15:2) พวกทหารใช้คำนี้ในการล้อเลียนพระองค์ (ข้อ 18) และเป็นคำที่เขียนไว้บนไม้กางเขนเป็นข้อหาที่ลงโทษพระองค์ (ข้อ 26) พระเยซูทรงเป็นผู้ทำให้ความปรารถนาอันยิ่งใหญ่ของชนชาติอิสราเอลและคำสัญญาของกษัตริย์ดาวิดบรรลุผล (ดูในอิสยาห์ บทที่ 9 และ 11) พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ที่มีความแตกต่าง
พระองค์ถูกนำตัวไปให้ปีลาตด้วยความอิจฉา (‘เจตนาร้ายอย่างที่สุด’ มาระโก 15:10, พระคัมภีร์ตอน นี้จาก The Message โดยผู้แปล) โดยผู้นำทางความเชื่อ จงระวังความอิจฉาซึ่งบางครั้งอธิบายได้ว่าเป็น ‘บาปทางความเชื่อ’
พระเยซูทรงได้รับการดูหมิ่นและข้อกล่าวหาเท็จ ถ้าคุณถูกใส่ร้ายหรือถูกวิพากษ์วิจารณ์ จงขอบพระคุณที่พระเจ้าทรงอนุญาตให้คุณได้เข้าสู่ความทุกข์ทรมานของพระเยซู และจงอธิษฐานให้พระเจ้าช่วยคุณให้ตอบสนองอย่างที่พระเยซูทรงกระทำ คือด้วยความรักและการให้อภัย
2. ทรงเป็นพระเมสสิยาห์ของฉัน
เป็นการใช้ถ้อยคำถากถางที่ผู้นำทางความเชื่อได้เยาะเย้ยพระองค์และเรียกพระองค์ว่า ‘พระคริสต์’ (ข้อ 31-32) เพราะนั่นคือความจริงที่พระองค์ทรงเป็นมาและทรงเป็นอยู่ ภาษาอังกฤษคำว่า ‘คริสต์’ (Christ) มาจากภาษากรีกคำว่า ‘คริสตอส’ (Christos) ซึ่งแปลภาษาฮีบรูว่า เมสสิยาห์ (Mashiah หรือ Messiah) ทั้งภาษากรีกและภาษาฮีบรูตรงกับความหมายว่า ‘ผู้รับการเจิม’ เราได้เห็นว่าพระเยซูทรงได้รับการเจิมเป็นมหาปุโรหิตของพระเจ้า ในที่นี้เราได้เห็นพระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ที่ ได้รับการเจิม
3. ทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของฉัน
อีกครั้งที่เราจะเห็นการใช้ถ้อยคำถากถางเป็นคำพูดเยาะเย้ยของทั้งผู้ที่เดินผ่านไปมาว่า ‘จงช่วยตัวเองให้รอดเถอะ แล้วก็ลงจากกางเขนเสียทีสิ!’ (ข้อ 30) และของผู้นำทางความเชื่อเหล่านั้น ว่า ‘เขาช่วยผู้อื่นให้รอดได้ แต่ช่วยตัวเองไม่ได้!’ (ข้อ 31) นี่เป็นความจริง คือเพื่อที่จะเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของโลก แต่พระองค์มิอาจช่วยตัวเอง พระองค์ต้องผ่านความทรมานจากการถูกตรึงกางเขน เพื่อช่วยคุณและผมให้รอด
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับบารับบัสทำให้เราเห็นภาพของสิ่งที่พระเยซูทรงกระทำในฐานะที่เป็นพระผู้ช่วยให้รอดของโลก บารับบัสก็เหมือนเช่นเดียวกันกับผมที่มีความผิดและสมควรได้รับการลงโทษเขา ‘ถูกจำคุกพร้อมกับพวกกบฏที่ฆ่าคนตายระหว่างก่อความไม่สงบ’ (ข้อ 7) ในทางตรงกันข้าม พระเยซูไม่มีความผิดโดยสิ้นเชิง ปีลาตจึงถามว่า ‘เขาทำผิดอะไร?’ (ข้อ 14) แต่บารับบัสได้รับการ ‘ปล่อยตัว’ และเป็นอิสระ ในขณะที่พระเยซูถูก ‘มอบให้...เอาไปตรึงที่กางเขน’ (ข้อ 15) ผู้บริสุทธิ์ต้องเผชิญกับการลงโทษถึงตาย เพื่อผมซึ่งเป็นคนที่มีความผิดจะได้เป็นอิสระ เราอาจจะไม่ได้เป็นฆาตกรเหมือนบารับบัส แต่เราทุกคนต้องการการช่วยเหลือจากพระผู้ช่วยให้รอดของโลก
4. ทรงเป็นพระเจ้าของฉัน
ในพระธรรมของเมื่อวานนี้ เราจะเห็นว่าพระเยซูทรงตอบคำถามอย่างไร เมื่อพระองค์ถูกถามโดยมหาปุโรหิตว่า ‘เจ้าเป็นพระคริสต์พระบุตรของพระเจ้าผู้สมควรแก่การนมัสการหรือ?’ พระองค์ทรงตอบว่า ‘เราเป็น’ (14:61-62) การตอบสนองของมหาปุโรหิตก็คือกล่าวหาว่าพระเยซูดูหมิ่นความเชื่อ โดยการอ้างว่าตนเองเป็นพระเจ้า ทำไมจึงเป็นเช่นนี้? เมื่อพระเจ้าทรงเปิดเผยพระนามของพระองค์ยาห์เวห์ (YHWH) ให้แก่โมเสส (อพยพ 3:14-15) พระองค์ได้ทรงอธิบายถึงความหมายของพระนามนี้ด้วย มาจากวลีในภาษาฮีบรู ‘เราเป็นผู้ซึ่งเราเป็น’ หรือเรียกง่าย ๆ ว่า ‘เราเป็น’ การตอบสนองของมหาปุโรหิตต่อคำพูดของพระเยซูแสดงให้เห็นว่าพระเยซูทรงประกาศพระองค์เองว่าไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก ยาห์เวห์ (YHWH)
ความจริงอันน่าอัศจรรย์นี้เป็นเบื้องหลังของการคร่ำครวญฝ่ายจิตวิญญาณเป็นอย่างมากของอัครทูตเปาโลใน ฟีลิปปี 2:5-11 (ซึ่งเป็นพื้นฐานของคำอธิษฐานด้านล่างนี้)
ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงโปรดช่วยข้าพระองค์ให้มีท่าทีเช่นเดียวกับพระเยซูผู้ทรงถ่อมตัวลงและทรงยอมเชื่อฟังจนถึงความตาย ขอบพระคุณที่พระเจ้าทรงยกพระองค์ขึ้นสูงสุด และทรงประทานพระนามของพระองค์เหนือนามทั้งปวง เพื่อว่าพระนามของพระเยซูนั้น ทุกชีวิตในสวรรค์ บนแผ่นดินโลก และใต้พื้นแผ่นดินโลก จะคุกเข่าลงกราบพระองค์ และทุกลิ้นจะยอมรับว่า*พระเยซูคริสต์ทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า*
เลวีนิติ 21:1-22:33
นมัสการพระเจ้า
มีการเน้นย้ำเป็นอย่างมากถึงการ ‘ไม่ทำให้นามของเราเป็นมลทิน’ (22:2) ของพระเจ้าในพระธรรมตอนนี้ ในบทที่ 22 พระเจ้าตรัสกับประชาชนของพระองค์ถึง 9 ครั้งว่า ‘เราคือยาห์เวห์’ (ข้อ 2-3, 8-9, 16, 30-33) เหตุใดพระเจ้าจึงเน้นย้ำถึงพระนามของพระองค์ในข้อพระคัมภีร์เหล่านี้?
ชื่อมีความสำคัญมากในสมัยโบราณ พวกเขาเชื่อว่าชื่อจะบอกบางสิ่งที่สำคัญเกี่ยวกับคน ๆ นั้นที่อยู่ในประเด็น ดังที่เราได้เห็น แม้แต่พระนามของพระเจ้าก็ไม่มีข้อยกเว้น พระนามว่า ยาห์เวห์ (YHWH) ประกาศถึงความเป็นหนึ่งเดียว และความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า
พระนามของพระเจ้ายังเตือนผู้คนถึงความสัมพันธ์พิเศษเฉพาะของพระเจ้ากับพวกเขา เป็นพระนามที่ได้เปิดเผยแก่โมเสสเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งพระสัญญาของพระเจ้าที่มีต่อประชาชนของพระองค์ (อพยพ 3)
แต่ละครั้งที่พระเจ้าประกาศว่า ‘เราคือพระยาห์เวห์’ เป็นการย้ำเตือนเราถึงความยิ่งใหญ่ของพระองค์และความสัมพันธ์ของเรากับพระองค์ พระบัญญัติแต่ละประการในบทนี้บัญญัติขึ้นจากความจริงเหล่านี้และบัญญัติขึ้นเพื่อเล็งถึงพวกเขา
ใจความสำคัญของพระธรรมเลวีนิติ 21 คือความบริสุทธิ์ของพระเจ้า และความจำเป็นของปุโรหิตเพื่อประชาชนจะสามารถเข้าใกล้พระเจ้า ในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่เราจะเห็นว่าพระเยซูทรงเป็นมหาปุโรหิตผู้ยิ่งใหญ่ และโดยพระองค์เราจึงสามารถเข้าใกล้พระเจ้า พระเยซูทรงเป็น:
1. ผู้บริสุทธิ์โดยสมบูรณ์
มหาปุโรหิตต้องเข้าพิธีชำระให้สะอาด (21:11ข) พระเยซูทรงสมบูรณ์แบบทางศีลธรรม พระเยซูทรง เป็น ‘ผู้บริสุทธิ์โดยสมบูรณ์ ไม่พ่ายแพ้ต่อบาป’ (ฮีบรู 7:26, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)
2. ผู้อุทิศตนเพื่อพระเจ้า
มหาปุโรหิตต้องเป็นผู้อุทิศตนเพื่อพระเจ้า (เลวีนิติ 21:12) ดังที่พระเยซูทรงเป็น (ลูกา 2:22)
3. ผู้ได้รับการเจิม
มหาปุโรหิตต้องได้รับการเจิมด้วยน้ำมัน (เลวีนิติ 21:12) เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของพระวิญญาณบริสุทธิ์ พระเยซูทรงได้รับการเจิมโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์จากบัพติศมาของพระองค์ พระองค์ทรงเป็นผู้ได้รับการเจิม คือพระคริสต์
หากเราได้รับการย้ำเตือนถึงความจำเป็นของปุโรหิตที่สมบูรณ์แบบในบทที่ 21 เราก็ได้รับการย้ำเตือนถึงความจำเป็นของเครื่องบูชาที่สมบูรณ์แบบในบทที่ 22 ด้วยเช่นกัน เครื่องบูชาต้อง ‘ปราศจากตำหนิ' (22:19,21) พระเยซูทรงเป็นทั้งปุโรหิตที่สมบูรณ์แบบและเครื่องบูชาที่สมบูรณ์แบบ
นำทั้งสามข้อนี้มารวมกันและใคร่ครวญด้วยการคร่ำครวญฝ่ายจิตวิญญาณเป็นอย่างมากว่า ‘พระเยซูคริสต์ทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า’ (ฟีลิปปี 2:11) และด้วยความรักอันอัศจรรย์ของพระองค์ที่มีให้กับเราทรงสำแดงผ่านการถูกตรึงกางเขนเพื่อเรา และท่าทีที่เหมาะสมของเราในการ ‘รักพระยาห์เวห์’ (สดุดี 31:23ก)
ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์ต้องการนมัสการพระองค์ ทรงเป็นพระองค์ที่ทำให้ข้าพระองค์บริสุทธิ์ ทรงเป็นพระองค์ที่ปกป้องข้าพระองค์จากการถูกจองจำ พระองค์ทรงเป็นพระเจ้า ข้าพระองค์รักพระองค์พระเจ้าของข้า
Pippa Adds
สดุดี 31:24
‘จงเข้มแข็ง และให้ใจของพวกท่านกล้าหาญเถิด ท่านทุกคนผู้รอคอยพระยาห์เวห์’
ฉันต้องการกำลังอย่างมากในวันนี้ อันที่จริงฉันต้องการเกือบทุกวัน! ขอทรงเสริมกำลังข้าพระองค์มากขึ้น โปรดเถิดพระเจ้า
References
ข้อพระคัมภีร์อ้างอิงมาจากพระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 2011 สงวนสิทธิ์โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย (ยกเว้นข้อที่ระบุว่าเป็นฉบับอื่น)ဤအစီအစဥ္အေၾကာင္း

การเข้าใจพระคัมภีร์อาจเป็นเรื่องยาก ทำไมไม่ลองอ่านหรือฟังพร้อมกับคำอธิบายทุกวัน จากนิคกี้และพิพพา กัมเบล -ผู้บุกเบิกอัลฟ่า เริ่มวันนี้เลย!
More
စပ္ဆိုင္ေသာ အစီအစဥ္မ်ား

ဝိညာဥ်ကြီးထွားခြင်းကို တည်ဆောက်ပေးသော အလေ့အကျင့် (၇)ခု

BibleProject | ယေရှုနှင့် လူသားမျိုးနွယ်သစ်

BibleProject | ဘုရားသခင်၏ထာဝရမေတ္တာ

BibleProject | တမန်တော်ပေါလုအကြောင်းလေ့လာချက်

ဆာလံကျမ်း ၁၁၉ အရ၊ နှုတ်ကပတ်တော်တရား

ယေရှု၏ ဘုရားဇာတိတော်ကို အတည်ပြုသောအကြောင်း (၅) ရပ်

ဉာဏ်အရာ၌ အသက်ကြီးသောသူ ဖြစ်ကြလော့

ဖတ်သောအရာကို နားလည်ပါသလား

BibleProject | ပဋိညာဉ်သစ်၊ ပညာသစ်
