พระคัมภีร์ในหนึ่งปี 2023 พร้อมด้วยคำอธิบายจาก นิคกี้และพิพพา กัมเบลနမူနာ

พันธสัญญาแห่งความรัก
ตอนที่ลูกสาวผมเข้าพิธีแต่งงาน ผมเดินส่งตัวเธอเธอเข้าพิธี ทด้านหน้าคริสตจักร ต่อหน้าครอบครัวและเพื่อนฝูง ด้วยความรักอันเหลือล้นที่ทั้งสองมีให้กัน เธอและสามีให้คำมั่นสัญญาว่าจะภักดีต่อกัน ทั้งคู่ได้ท*ำพันธสัญญาแห่งความรัก* มันคือวาระที่เต็มไปด้วยความรัก พันธสัญญาคือการตกลงกันอย่างเป็นทางการของคนสองคน หรือสองฝ่าย การทำพันธสัญญาเป็นเรื่องธรรมดาในโลกยุคโบราณ พันธสัญญามักทำด้วยการกระทำที่จริงจัง อาทิเช่น การใช้เลือดเป็นเครื่องบูชา แนวคิดของพันธสัญญาสำคัญอย่างยิ่งในพระคัมภีร์ของคริสเตียน ที่สองส่วนถูกเรียกว่า พันธสัญญาเดิม และ*พันธสัญญาใหม่* (‘Testamentum’ (เทสทาเมนทัม) เป็นภาษาละตินสำหรับคำว่า*พันธสัญญา*) แม้ว่าพันธสัญญาใหม่จะแตกต่างจากพันธสัญญาเดิม แต่ทั้งสองก็เกิดขึ้นมาจากความรักอันท่วมท้นของพระเจ้าที่มีต่อคุณสดุดี 148:7-14
สรรเสริญพระเจ้าสำหรับมิตรภาพที่สนิทสนมของพระองค์
คุณทราบหรือไม่ว่าคุณสามารถเป็น ‘สหายสนิท’ ของพระเจ้าได้? นี่คือสิ่งที่หมายถึงการเป็นส่วนหนึ่งของ ‘ประชากรของพระองค์’ ผู้ซึ่ง ‘รักพระเจ้า’ (ข้อ 14, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล) นี่เป็นทั้งหมดของพันธสัญญาแห่งรักของพระเจ้า
เนื่องด้วยความรักของพระเจ้าที่มีต่อเขา จิตใจของผู้เขียนสดุดีจึงเปี่ยมล้นด้วยการสรรเสริญ เขาเรียกทุกสรรพสิ่งแห่งการทรงสร้างสรรเสริญพระเจ้าเช่นเดียวกับมนุษยชาติ (ข้อ 7-12) ‘ให้ทั้งหมดนี้สรรเสริญพระนามพระยาห์เวห์ เพราะพระนามของพระองค์เท่านั้นที่ควรเยินยอ’ (ข้อ 13)
สดุดีบทนี้มาถึงจุดสูงสุด ‘พระองค์ทรงยกชูประชากรของพระองค์ด้วยเขาสัตว์ คำสรรเสริญของประชากรของพระองค์ อิสราเอล และประชาชนอยู่ใกล้ชิดพระทัยของพระองค์’ นี่คือ ‘สหายสนิทของพระเจ้า’ (ข้อ 14 พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)
‘เขาสัตว์’ เป็นสัญลักษณ์แห่งพระกำลังขององค์พระผู้เป็นเจ้า และได้สำเร็จในพระเยซู ‘และทรงให้ผู้ช่วยทรงฤทธิ์ (เขาสัตว์แห่งความรอด) เกิดมาเพื่อเราในเชื้อวงศ์ของดาวิดผู้รับใช้ของพระองค์’ (ลูกา 1: 69) ทรงกระทำดังนี้เพราะความรักอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ที่มีต่อเรา ทรงทำพันธสัญญาแห่งรักเพราะพระองค์ต้องการให้ประชากรของพระองค์เข้าใกล้ชิดพระทัยของพระองค์ ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมผู้เขียนพระธรรมสดุดีจึงจบด้วยการโห่ร้องว่า ‘สรรเสริญพระยาห์เวห์!’ (สดุดี 148 :14)
ข้าแต่พระเจ้า ขอบคุณที่พระองค์ทรงทำพันธสัญญากับข้าพระองค์ ที่พระองค์ทรงนำข้าพระองค์เข้ามาใกล้ชิดพระทัยพระองค์ และเรียกข้าพระองค์ว่าสหายสนิทของพระองค์
วิวรณ์ 19:11-21
ขอบคุณพระเยซูที่ทรงจ่ายราคา
พันธสัญญาของพระเจ้ามีราคาที่ต้องจ่าย และได้รับการจ่ายแล้ว ไม่ใช่โดยเราแต่โดยองค์พระเจ้าองค์ผ่านทางองค์พระเยซู ผู้ซึ่งหลั่งพระโลหิตเพื่อคุณ ยอห์นเห็นพระเยซูทรงม้าสีขาว และพรรณาถึงพระองค์ด้วย 4 พระนาม ดังต่อไปนี้:
- ซื่อสัตย์และสัตย์จริง
‘ทรงพิพากษาและทรงต่อสู้ด้วยความชอบธรรม’ (ข้อ 11) พระองค์แทงทะลุความลับแห่งจิตใจของเรา (‘พระเนตรของพระองค์เหมือนอย่างเปลวไฟ’ ข้อ 12ก) พระองค์ทรงมีสิทธิอำนาจแห่งจักรวาล (‘บนพระเศียรของพระองค์มีมงกุฎหลายอัน’ ข้อ 12ข) แม้เราจะไม่สัตย์ซื่อแต่พระองค์ ‘ซื่อสัตย์และสัตย์จริง' (ข้อ 11)
ตลอดพระคัมภีร์ทั้งเล่ม เราได้อ่านถึงความสัตย์ซื่อของพระเจ้าต่อพันธสัญญาและพระสัญญาของพระองค์ ความสัตย์ซื่อของพระเจ้าเห็นได้อย่างชัดเจนผ่านทางพระเยซู ผู้ทรง ‘ซื่อสัตย์และสัตย์จริง’
-
พระนามที่มีแต่พระเยซูเท่านั้นที่รู้ ‘...พระองค์ทรงมีพระนามจารึกไว้ซึ่งไม่มีใครรู้จักเลยนอกจากพระองค์เอง’ (ข้อ 12ค) การสำแดงของพระเจ้าเกี่ยวกับพระองค์เองในพระเยซูคริสต์จะไม่เสร็จสมบูรณ์จนกว่าเราจะได้พบพระองค์หน้าต่อหน้า (1 โครินธ์ 13 :12)
-
พระวจนะของพระเจ้า
‘...พระนามที่เรียกพระองค์นั้นคือ พระวาทะของพระเจ้า’ (วิวรณ์ 19 :13) พระวาทะพระเจ้าคือวิธีพระเจ้าสื่อสารกับเรา การเปิดเผยสูงสุดของพระเจ้าอยู่ในองค์พระเยซู ผู้ซึ่งเป็นพระวาทะของพระเจ้า (ยอห์น 1:1)
‘พระองค์ทรงฉลองพระองค์ที่ได้จุ่มเลือด’ (วิวรณ์ 19:13ก, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล) นี่เป็นหลักฐานแห่งความรักอันท่วมท้นของพระองค์ที่มีต่อคุณ นี่คือ ‘โลหิตแห่งพันธสัญญา’ (มัทธิว 26: 28) โลหิตของ พระเยซู หลั่งออกเพื่อคุณ
- กษัตริย์เหนือกษัตริย์ทั้งหลาย และเจ้านายเหนือเจ้านายท้ังหลาย
พระองค์ทรงเป็น ‘กษัตริย์เหนือกษัตริย์ทั้งหลาย และเจ้านายเหนือเจ้านายทั้งหลาย’ (วิวรณ์ 19 :16) นี่คือพระนามที่จารึกอยู่บนฉลองพระองค์ และที่ต้นพระอูรุของพระองค์ พระองค์ทรงนำให้คริสตจักร ‘นุ่งห่มผ้าป่านเนื้อละเอียด สีขาวสะอาด’ (ข้อ 14) นี่คือผู้ที่ทุกคนจะคุกเข่าลงกราบพระองค์และทุกลิ้นยอมรับว่าพระเยซูคริสต์ทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า (ฟิลิปปี 2 :9-11)
ไม่มีความชั่วร้ายใดจะต้านทานพระเยซูได้ ในที่สุดความชั่วทั้งหมดจะถูกทำลาย การต่อสู้ครั้งสุดท้าย (วิวรณ์ 19 :17-21) จะไม่ใช่การต่อสู้แต่อย่างใด เพราะอำนาจชั่วทั้งสิ้นจะถูกโยนลงลงไปใน ‘บึงไฟที่ลุกไหม้ด้วยกำมะถัน’ (ข้อ 20) และศัตรูของพระเจ้าจะถูกทำให้อำนาจหมดสิ้นลงในครั้งเดียว (ข้อ 21) ภาพอันน่าทึ่งนี้แสดงให้เราเห็นว่าชัยชนะของพระเยซูเป็นเช่นไร
พระองค์ผู้ทรงซื่อสัตย์และสัตย์จริงทรงได้รับชัยชนะอันยิ่งใหญ่แล้ว โดยทางไม้กางเขนและการฟื้นคืนพระชนม์ พระองค์มีชัยชนะเหนืออำนาจชั่วทั้งหมดแล้ว (โคโลสี 2 :15) ชัยชนะที่เราอ่านอยู่นี้เป็นภาพสรุปที่ถูกละไว้เมื่อพระเยซูทรงเสด็จมาถึง
ข้าแต่พระเจ้า ขอบคุณสำหรับพันธสัญญาแห่งความรักอันเสียสละ และที่พระองค์นั้นทรงสัตย์ซื่อและสัตย์จริง อุดมด้วยความรัก และที่วันหนึ่งเราจะได้พบพระองค์หน้าต่อหน้า
เนหะมีย์ 9:1-37
วางใจพระเจ้าในการจัดเตรียมของพระองค์
คุณเคยพบว่าตัวเองอยู่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวัง ร้องทูลขอความช่วยเหลือจากพระเจ้าและทำสัญญากับพระเจ้าว่าจะทำทุกอย่าง เพื่อขอให้พระเจ้าตอบทุกคำอธิษฐานของคุณบ้างไหม? จากนั้น เมื่อพระองค์ทรงตอบคำอธิษฐาน คุณกลับลืมและเริ่มถอยห่างจากพระองค์อีกครั้ง?
ประวัติศาสตร์ของประชากรของพระเจ้าก็คล้ายคลึงกัน เมื่อพระเจ้าอวยพระพรเรา เราก็อิ่มอกอิ่มใจ และเริ่มประนีประนอมและล้มลงในบาป แล้วเราก็ร้องหาพระเจ้าและพระองค์ทรงช่วยกู้และประทานพระเมตตามาเหนือเรา แล้วเราก็กลับไปหย่อนยานอีกครั้ง แน่นอนผมพบว่า บางครั้งนี่เป็นรูปแบบชีวิตของผม แต่นั่นไม่ใช่วิธีที่เราควรดำเนินชีวิต
พระเจ้าทรงทำพันธสัญญากับประชากรของพระองค์ เริ่มต้นจากอับราฮัม (ข้อ 8) มันเป็นพันธสัญญาแห่งความรัก (ข้อ 32) พระองค์ทรงสัญญาจะประทาน ‘อาหารแก่เขาจากสวรรค์แก้ความหิว’ และ ‘จะทรงนำน้ำออกมาจากศิลาเพื่อให้เขาแก้กระหาย’ (ข้อ 15, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล) พระองค์ต้องการให้พวกเขาดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อในการจัดเตรียมของพระองค์
พระเจ้าต้องการให้คุณวางใจในพระองค์ จงตกลงใจวันนี้ที่จะไม่กระวนกระวายถึงวันพรุ่งนี้ วางใจว่าพระองค์จะจัดเตรียมให้กับคุณในทุกๆ วัน แบบค่อยเป็นค่อยไป พระเจ้าไม่ได้เพียงแค่รักคุณ แต่พระองค์ทรงเปี่ยมด้วยความรักมั่นคงต่อคุณ พระองค์รักคุณราวกับว่ามีเพียงคุณเท่านั้นที่จะรัก
กำแพงถูกสร้างขึ้นใหม่ ธรรมบัญญัติได้ถูกอ่าน ตอนนี้ประชากรต่างระลึกถึงความรักอันอุดมของพระเจ้าและพันธสัญญาแห่งรักของพระองค์ พวกเขาตระหนักว่าพระเจ้าทรงอวยพรพวกเขาด้วยวิธีที่ไม่ธรรมดา แต่เมื่อพวกเขากลับมาคิดถึงชีวิตของตัวเอง ก็พบว่าพวกเขาไม่คู่ควรกับพระพรนั้น
พวกเขาจึงอดอาหารและอธิษฐานร่วมกัน พวกเขายืนขึ้นและสารภาพบาปและกรรมชั่ว (ข้อ 2) พวกเขา ‘อ่านจากหนังสือธรรมบัญญัติของพระยาห์เวห์พระเจ้าของเขาทั้งหลายอยู่สามชั่วโมง’ (ข้อ 3) ไม่น่าสงสัยเลยว่า เมื่อพวกเขาได้ยินพระคำ ความบาปถูกนำมาสู่สว่าง พวกเขาใช้เวลา ‘อีกสามชั่วโมงพวกเขาสารภาพ และนมัสการพระยาห์เวห์พระเจ้าของเขาทั้งหลาย’ (ข้อ 3)
คำอธิษฐานของพวกเขาเป็นแบบอย่าง เริ่มจากการนมัสการ สรรเสริญพระเจ้าในความรักอันท่วมท้นในการทรงสร้าง (ข้อ 5-6) พวกเขาสรรเสริญพระองค์ในความรักอันยิ่งใหญ่ในอดีต (ข้อ 8) พวกเขาระลึกถึงพันธสัญญาแห่งรักและความสัตย์ซื่อของพระองค์ต่ออับราฮัม โมเสส และประชากรทั้งหลาย (ข้อ 7-15)
พวกเขาระลึกได้ว่าแม้ว่าพระเจ้าจะทรงเปี่ยมด้วยความรักและพระทัยที่กว้างขวางมากเพียงใด แต่ประชากรของพระองค์ก็ยัง ‘มองตนเองเป็นใหญ่’ และ ‘หัวรั้น’ และ ‘จะไม่เชื่อฟัง’ (ข้อ 16, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล) บางครั้งเช่นเดียวกับพวกเขา ผมเองก็ลืมระลึกถึงการอัศจรรย์ที่พระเจ้าทรงกระทำท่ามกลางเรา (ข้อ 17)
แต่ความรักของพระเจ้านั้นเหลือล้น 'พระเจ้าแห่งการให้และให้อภัย รักเราและอดทนต่อเราอย่างมากด้วยความรักอันเหลือล้น ... ทรงมีพระเมตตาและกรุณาต่อเราอย่างอัศจรรย์...ทรงสำแดงทางที่ถูกให้พวกเขาเดินไป พระองค์ทรงให้พระวิญญาณของพระองค์สอนเขา … พระองค์ไม่เคยหวงสิ่งดีใดไว้ ... พระองค์สนับสนุนเขา … พวกเขาอยู่ในความดีงามอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ด้วยความยินดียิ่ง’ (ข้อ 17-25, พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)
เมื่อพวกเขาได้อ่านประวัติศาสตร์ของตัวเอง ก็เห็นรูปแบบเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า พระเจ้าอวยพระพรเขา ‘แต่หลังจากนั้นพวกเขาก็…กบฏ..พระองค์...ทำให้ชีวิตของเขายากเข็ญ แต่เมื่อพวกเขาร้องขอความช่วยเหลือ พระองค์ทรงเงี่ยพระกรรณฟังจากสวรรค์ … และในไม่ช้าพวกเขาก็ได้รับมันมาอย่างง่ายดาย และพวกเขาก็กลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม ชั่วร้ายกว่าเดิม..แล้วพวกเขาก็ร้องหาพระองค์อีกครั้ง ในความรักเมตตาอันยิ่งใหญ่ของพระองค์นั้น พระองค์ก็ทรงฟังและช่วยพวกเขาอีกครั้ง ... พระองค์ไม่เคยเดินจากมาและทิ้งพวกเขาไว้ ใช่แล้วพระเจ้า พระองค์ทรงพระเจ้าแห่งพระคุณและความรักเมตตา ..ทรงภักดีในพันธสัญญาและความรัก’ (ข้อ 26-32 พระคัมภีร์ตอนนี้จาก The Message โดยผู้แปล)
เพราะประชากรของพระองค์ไม่สามารถรักษาพันธสัญญาในฝั่งของพวกเขา ทำให้พระเจ้าทรงสัญญาว่าจะทรงทำพันธสัญญาใหม่ พันธสัญญาใหม่นี้ถูกประทับตราด้วยพระโลหิตแห่งพระเยซูและรวมถึงพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่สถิตอยู่กับคุณ เพื่อช่วยให้คุณได้รักษาพันธสัญญาในฝั่งของคุณ และที่คุณผูกพันในความรักเพื่อพระเจ้าและผู้อื่น
ข้าแต่พระบิดา ขอบคุณที่ทรงทำพันธสัญญาแห่งรักกับข้าพระองค์ ซึ่งได้รับการประทับตราด้วยพระโลหิตของพระเยซู ขอบคุณที่ทรงประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์เพื่อช่วยพันผูกข้าพระองค์ในความรักเพื่อพระองค์ และเพื่อผู้อื่น
Pippa Adds
เนหะมีย์ 9:16-37
ดูเหมือนว่าประชากรอิสราเอลเดินวนเวียนเป็นวงกลม พวกเขากบฏ เผชิญความลำบาก ร้องหาพระเจ้า ได้รับการช่วยกู้ หลงลืมพระเจ้า และกบฏอีกครั้ง ฉันคิดว่าพระเจ้าอาจเบื่อหน่าย และฉันรู้ว่าฉันก็ไม่ได้ดีไปกว่านั้น ฉันดีใจที่พระเจ้าของเราเป็นพระเจ้าผู้ทรง ‘ให้อภัย’ ‘มีพระเมตตาและกรุณา’ ‘ช้าในการโกรธ’ และ ‘เต็มไปด้วยความรัก’
References
ข้อพระคัมภีร์อ้างอิงมาจากพระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 2011 สงวนสิทธิ์โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย (ยกเว้นข้อที่ระบุว่าเป็นฉบับอื่น)ဤအစီအစဥ္အေၾကာင္း

การเข้าใจพระคัมภีร์อาจเป็นเรื่องยาก ทำไมไม่ลองอ่านหรือฟังพร้อมกับคำอธิบายทุกวัน จากนิคกี้และพิพพา กัมเบล -ผู้บุกเบิกอัลฟ่า เริ่มวันนี้เลย!
More
စပ္ဆိုင္ေသာ အစီအစဥ္မ်ား

ဆာလံကျမ်း ၁၁၉ အရ၊ နှုတ်ကပတ်တော်တရား

ဝိညာဥ်ကြီးထွားခြင်းကို တည်ဆောက်ပေးသော အလေ့အကျင့် (၇)ခု

ယေရှု၏ ဘုရားဇာတိတော်ကို အတည်ပြုသောအကြောင်း (၅) ရပ်

BibleProject | တမန်တော်ပေါလုအကြောင်းလေ့လာချက်

BibleProject | ယေရှုနှင့် လူသားမျိုးနွယ်သစ်

ဉာဏ်အရာ၌ အသက်ကြီးသောသူ ဖြစ်ကြလော့

BibleProject | ဘုရားသခင်၏ထာဝရမေတ္တာ

BibleProject | ကားစင်တင်ခြင်းခံဘုရင်

ဖတ်သောအရာကို နားလည်ပါသလား
