สุภาษิต 8
THSV11

สุภาษิต 8

8
ผลของปัญญา
1ปัญญาไม่ได้ร้องเรียกหรือ?
ความเข้าใจไม่ได้เปล่งเสียงหรือ?
2บนยอดสูง ที่ข้างทาง
และตามถนน ปัญญายืนอยู่
3ข้างประตูหน้าเมือง
คือที่ทางเข้า ปัญญาร้องเสียงดังว่า# สภษ.1:20-21
4“โอ ทุกๆ คน ข้าพเจ้าเรียกเจ้า
และเสียงเรียกของข้าพเจ้าไปถึงมนุษย์ทั้งหลาย
5โอ คนรู้น้อย จงเข้าถึงความสุขุม
โอ คนโง่ จงเข้าใจ#แปลได้อีกว่า จงมีสามัญสำนึก
6จงฟัง เพราะข้าพเจ้าจะพูดสิ่งที่มีเกียรติ
เพราะสิ่งที่ถูกต้องจะมาจากปากของข้าพเจ้า
7เพราะปากของข้าพเจ้าจะพูดความจริง
ความชั่วเป็นสิ่งน่าเกลียดน่าชังต่อริมฝีปากของข้าพเจ้า
8ทุกคำจากปากของข้าพเจ้านั้นชอบธรรม
ไม่บิดผันหรือตลบตะแลง
9คำเหล่านั้นก็ตรงหมดสำหรับผู้ที่เข้าใจ
และถูกต้องสำหรับผู้พบความรู้
10จงรับคำสั่งสอนของข้าพเจ้าแทนเงิน
และจงรับความรู้แทนทองคำเนื้อดี
11เพราะปัญญาดีกว่าทับทิม#อาจหมายถึง กัลปังหาสีแดง (ซึ่งคนสมัยนั้นถือว่าเป็นของมีค่า)
และทุกสิ่งที่เจ้าปรารถนาเปรียบกับปัญญาไม่ได้เลย
12ข้าพเจ้าคือปัญญา อยู่กับความสุขุม
และข้าพเจ้าพบความรู้และความเฉลียวฉลาด
13ความยำเกรงพระยาห์เวห์คือการเกลียดชังความชั่วร้าย
ข้าพเจ้าเกลียดความเย่อหยิ่งและความจองหอง
และทางของความชั่วร้ายกับวาจาตลบตะแลง
14ข้าพเจ้ามีคำแนะนำและสติปัญญา
ข้าพเจ้าเองเป็นความรอบรู้ ข้าพเจ้ามีพลัง
15โดยข้าพเจ้า กษัตริย์จึงครองราชย์
และผู้ครอบครองจึงตรากฎหมายที่ยุติธรรม
16โดยข้าพเจ้า เจ้านายจึงครอบครอง
รวมทั้งขุนนาง คือทุกคนที่วินิจฉัย#แปลได้อีกว่า ปกครองอย่างยุติธรรม
17ข้าพเจ้ารักคนที่รักข้าพเจ้า
และคนที่เสาะหาข้าพเจ้าอย่างตั้งใจก็จะพบข้าพเจ้า
18ความมั่งคั่งและเกียรติอยู่กับข้าพเจ้า
ทั้งทรัพย์สินที่ทนทานและความชอบธรรม
19ผลของข้าพเจ้าดีกว่าทองคำ ดีกว่าทองบริสุทธิ์
และผลผลิตของข้าพเจ้าดีกว่าเงินเนื้อดี
20ข้าพเจ้าดำเนินในทางแห่งความชอบธรรม
ในท่ามกลางวิถีแห่งความยุติธรรม
21ข้าพเจ้าจะให้คนที่รักข้าพเจ้าได้ครอบครองทรัพย์สิน
ข้าพเจ้าจะบรรจุคลังทรัพย์ของเขาให้เต็ม
บทบาทของปัญญาในการทรงสร้าง
22“พระยาห์เวห์ทรงให้กำเนิดข้าพเจ้าแล้ว เมื่อทรงเริ่มงานของพระองค์# วว.3:14
ข้าพเจ้าเป็นสิ่งแรกในพระราชกิจโบราณของพระองค์
23ตั้งแต่ดึกดำบรรพ์มาแล้ว ข้าพเจ้าถูกสถาปนาไว้
ตั้งแต่แรก ก่อนการเริ่มต้นของแผ่นดินโลก
24เมื่อยังไม่มีมหาสมุทร ข้าพเจ้าถือกำเนิดมาแล้ว
เมื่อไม่มีน้ำพุที่มีน้ำมากมาย
25ก่อนภูเขาถูกวางราก
ก่อนเนินเขา ข้าพเจ้าก็ถือกำเนิดมาแล้ว
26ก่อนทรงสร้างแผ่นดินและไร่นา
ทั้งก่อนผงคลีแรกของพิภพ
27เมื่อทรงสถาปนาฟ้าสวรรค์ ข้าพเจ้าอยู่ที่นั่นแล้ว
เมื่อทรงลากเส้นรอบวงบนพื้นมหาสมุทร
28เมื่อทรงทำให้ฟ้าเบื้องบนมั่นคง
เมื่อทรงสถาปนาน้ำพุของที่ลึก
29เมื่อทรงกำหนดขอบเขตให้ทะเล
เพื่อว่าน้ำจะไม่ละเมิดพระบัญชาของพระองค์
เมื่อทรงปักรากฐานของแผ่นดินโลก
30ข้าพเจ้าก็อยู่ข้างพระองค์แล้วเหมือนอย่างนายช่าง#แปลได้อีกว่า เหมือนอย่างเด็กเล็ก
ข้าพเจ้าเป็นความปีติยินดีประจำวันของพระองค์
เปรมปรีดิ์อยู่เฉพาะพระพักตร์พระองค์ทุกเวลา
31เปรมปรีดิ์ในพิภพของพระองค์#ภาษาฮีบรูแปลตรงตัวว่า พิภพ แผ่นดินของพระองค์
และปีติยินดีในมนุษย์ทั้งหลาย
32“ลูกทั้งหลายเอ๋ย บัดนี้จงฟังข้าพเจ้า
คนทั้งหลายที่รักษาทางของข้าพเจ้าก็เป็นสุข
33จงฟังคำสั่งสอน และจงมีปัญญา
และอย่าเพิกเฉยเสีย
34คนที่ฟังข้าพเจ้า ก็เป็นสุข
คือคนที่เฝ้าอยู่ที่ประตูรั้วของข้าพเจ้าทุกวัน
และคอยอยู่ข้างประตูบ้านของข้าพเจ้า
35เพราะคนที่พบข้าพเจ้า ก็พบชีวิต
และได้ความโปรดปรานจากพระยาห์เวห์
36แต่คนที่ไม่พบข้าพเจ้าก็ทำให้ตัวเองเจ็บ
ทุกคนที่เกลียดข้าพเจ้าก็รักความมรณา”